2021 ดูดไขมันทั้งตัวในครั้งเดียวได้ไหม? จะอันตรายรึเปล่า?

ดูดไขมัน

ปี 2021 แล้ว การดูดไขมันทั้งตัวในครั้งเดียวนั้นสามารถทำได้ค่ะ แต่ก็ต้องพิจารณาจากปัจจัยหลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นน้ำหนักตัวของคนไข้, มวลไขมันในร่างกาย, ความสอดคล้องของปริมาณไขมันและน้ำหนัก, และระยะเวลาที่ใช้ในการดูดไขมัน เป็นต้น โดยแพทย์ที่ทำการดูดไขมันจะเป็นผู้ประเมินว่าสามารถดูดได้หรือไม่

ถ้าจะดูดไขมันทั้งตัวในครั้งเดียว ต้องคำนึงจากอะไรบ้าง??

น้ำหนักและมวลไขมันของคนไข้

แพทย์จะดูน้ำหนักและปริมาณไขมันของคนไข้ เพื่อประเมินปริมาณยาชาที่ต้องใช้ หากคนไข้มีน้ำหนักที่มากพอ ก็สามารถใช้ยาชาได้เยอะขึ้น ทำให้คนไข้สามารถดูดไขมันทั้งตัวในครั้งเดียวได้ แต่คนไข้บางรายมีน้ำหนักและมวลไขมันที่ไม่สอดคล้องกัน คือมีน้ำหนักน้อย แต่มีไขมันเยอะ แสดงว่าไขมันเยอะกว่าน้ำหนัก หากในการดูดไขมันครั้งนั้นมีการใช้ยาชาเต็มลิมิตแล้ว แต่ยังดูดไม่เสร็จ หรือคนไข้ต้องการยาชาเพิ่มอีก กรณีนี้จะต้องแบ่งการดูดไขมันเป็นสองครั้ง

สำหรับบางคนที่มีน้ำหนักเยอะ แต่มีมวลไขมันน้อย ในกรณีนี้ เราสามารถดูดไขมันทั่วทั้งตัวได้ในครั้งเดียว เพราะปริมาณยาชาจะไม่เกินจากที่กำหนดไว้ ทั้งนี้แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาปริมาณการใช้ยาชาในแต่ละครั้ง ซึ่งจะไม่ใช้ยาชาในปริมาณมากเกินกำหนด เพื่อลดความเสี่ยงและผลแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้

ถ้าได้รับยาชามากเกินกำหนด จะทำให้เกิดอะไรขึ้น?

ยาชาเฉพาะที่ (Local anesthesia) เป็นยาที่ใช้ระงับความเจ็บปวดเฉพาะจุด มีความปลอดภัย และมีผลข้างเคียงน้อย แต่หากได้มากเกินปริมาณที่กำหนด หรือคนไข้มีอาการแพ้ยาชาอย่างรุนแรง ก็อาจเกิดอันตรายได้

ผลข้างเคียงทั่วไปที่อาจเกิดขึ้นได้จากยาชา (ไม่เป็นอันตราย)
– มีรอยช้ำ หรือเจ็บปวดเล็กน้อย ในบริเวณที่ดูดไขมัน
– รู้สึกเจ็บแปลบ ๆ ในบริเวณที่ดูดไขมัน (อาการหลังดูดไขมัน)

ผลข้างเคียงของยาชา เมื่อใช้ยาชาเกินขนาด
– อาการสั่น หรือกล้ามเนื้อกระตุก
– สับสน กระวนกระวาย
– ภาวะเลือดเป็นกรด ทำให้ออกซิเจนในเลือดต่ำ อาจทำให้หัวใจล้มเหลวได้
– ภาวะพิษจากยาชา : ยาชาถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด และไหลไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ในร่างกาย ทำให้ส่งผลกระทบต่อการทำงานของหัวใจ ระบบหายใจ และการทำงานของสมองได้ จึงทำให้มีอาการต่าง ๆ ตามมาได้ เช่นความดันต่ำ, หน้ามืด เป็นลม, หูอื้อ, พูดไม่ชัด พูดอ้อแอ้, ปากชา ลิ้นชา, การรับรสผิดปกติ คล้ายมีรสโลหะอยู่ในปาก และเห็นภาพซ้อนได้

ยาชามีความปลอดภัย หากใช้อย่างถูกวิธี คือใช้โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ, ใช้ในปริมาณที่พอดี, และใช้ในสัดส่วนความเข้มข้นตามาตรฐาน ทั้งนี้ แพทย์จะเป็นคนประเมินความเหมาะสมในการใช้ยาชาของคนไข้แต่ละคน เพื่อความปลอดภัย และผลลัพธ์หลังการรักษาที่พึงพอใจ รวมถึงโอกาสที่จะเกิดผลข้างเคียงน้อยลงด้วย หากใช้ยาชาผิดวิธี หรือใช้โดยแพทย์ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญ ก็อาจก่อให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

ระยะเวลาในการดูดไขมัน

โดยทั่วไป การดูดไขมัน 1 ครั้ง ไม่ควรใช้เวลาเกิน 4-5 ชั่วโมง เพราะยิ่งดูดนาน ก็จะยิ่งเกิดผลข้างเคียงในระหว่างการดูดไขมันได้ เช่นคนไข้มีอาการอ่อนเพลีย, แพทย์เหนื่อย, หรือคนไข้นอนอยู่กับที่นาน ๆ ไม่ขยับร่างกาย อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นลิ่มเลือดได้ ทั้งนี้ ทาง Amara Clinic เราจึงใช้คุณหมอ 2 ท่าน ช่วยกันดูดไขมัน ในเคสที่ต้องการดูดไขมันทั้งตัว เพื่อให้ดูดไขมันได้เร็วขึ้น

ปริมาณไขมันที่ดูดออกมาได้

การดูดไขมันในแต่ละครั้ง จะมีการกำหนดปริมาณไขมันไว้เป็นพื้นฐานว่า ไม่ควรดูดเกิน 5 ลิตรต่อครั้ง หากดูดไขมันเกิน 5 ลิตรต่อครั้ง เราจะเรียกว่า MEGA Liposuction ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความสมดุลของน้ำในร่างกาย และความดันในร่างกายได้

ความสมดุลของน้ำในร่างกาย (Electrolyte)

เมื่อน้ำในร่างกายถูกดึงออกไปพร้อม ๆ กับไขมัน การดูดไขมันเกิน 5 ลิตรในแต่ละครั้ง ทำให้เราเสียน้ำในร่างกายมาก จึงทำให้เกิดภาวะไม่สมดุลของน้ำในร่างกาย ส่งผลให้เกิดความผิดปกติต่อหัวใจและเส้นเลือด อาจทำให้มีอาการต่าง ๆ ตามมาได้ เช่นหัวใจเต้นผิดจังหวะ, เป็นเหน็บชาตามร่างกาย, คลื่นไส้ อาเจียน, อ่อนเพลีย, สับสน จนถึงขั้นชัก และเสียชีวิตได้ หากปล่อยไว้นาน

ความดันต่ำผิดปกติ

เมื่อร่างกายสูญเสียน้ำมาก จะส่งผลให้ความดันต่ำลงได้ ซึ่งเกิดจากการที่เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ จึงทำให้มีอาการต่าง ๆ ได้ เช่นวิงเวียนศีรษะ, หน้ามืดเป็นลม, มึนงงสับสน, อ่อนเพลีย, เบลอ มองเห็นไม่ชัด, กระหายน้ำ และตัวเย็นหนาวสั่น เป็นต้น

ดูดไขมันที่ไหนดี

ดูดไขมันอันตรายไหม? เคยเห็นข่าวว่าดูดไขมันแล้วตายได้

ในอดีตมีเคสที่ดูดไขมันแล้วตายจริง ๆ เนื่องจากสมัยก่อนยังไม่มีเทคโนโลยีในการดูดไขมัน แพทย์จะดูดไขมันโดยใช้แรงมืออย่างเดียว (Manual Liposuction) ไม่มีพลังงานต่าง ๆ อย่างพลังงานน้ำเข้ามาช่วย ทำให้เวลาดูดไขมันหมอจะใช้แรงมือในการสลายไขมันเยอะ ด้วยแรงกระแทกเป็นเวลานาน จึงทำให้เนื้อเยื่อเกี่ยวพันข้างเคียง รวมไปถึงเส้นเลือด เส้นประสาท ได้รับผลกระทบมาก ทำให้เลือดออกเยอะมาก คนไข้เจ็บมาก (จึงต้องดมยาสลบ) รวมไปถึงแพทย์อาจไม่มีความเชี่ยวชาญมากพอ และฝืนดูดไขมันต่อไปทั้ง ๆ ที่ร่างกายคนไข้ไม่ไหวแล้ว เป็นเหตุให้คนไข้อยู่ในภาวะเสี่ยงอันตราย และเสียชีวิตได้ในที่สุด

แต่ในปัจจุบันเรามีเทคโนโลยี และพลังงานต่าง ๆ เข้ามาช่วยในการดูดไขมัน เพื่อให้การดูดไขมันเป็นไปอย่างราบรื่นขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีกับทั้งตัวคนไข้ และตัวแพทย์เองด้วย พอเราใช้พลังงานต่าง ๆ เข้ามาช่วยในการสลายไขมัน เช่นพลังน้ำ (Water Jet Assisted Liposuction), พลังคลื่นเสียงอัลตร้าซาวด์ (Ultrasound), พลังคลื่นวิทยุ (Radio frequency) เป็นต้น ช่วยให้แพทย์สลายไขมันได้เร็วขึ้น ใช้ระยะเวลาในการดูดไขมันน้อยลง แพทย์เหนื่อยน้อยลง คนไข้เจ็บน้อยลง เพราะเราสามารถระงับความเจ็บปวดโดยการใช้ยาชาเฉพาะที่ แทนการวางยาสลบได้ การดูดไขมันในปัจจุบันจึงมีความปลอดภัยสูงนั่นเอง

อ่านบทความ ดูดไขมันอันตรายไหม? เพิ่มเติมได้ที่นี่
อ่านบทความ เครื่องดูดไขมันแต่ละแบบ แตกต่างกันอย่างไร เพิ่มเติมได้ที่นี่

สรุปว่าปัจจัยทั้งหลายเหล่านี้ ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของคนไข้แต่ละคน ทางเอมาร่าคลินิกแนะนำให้เข้ามาปรึกษาคุณหมอก่อนว่าสามารถทำได้ไหมหรือทำไม่ได้เพราะอะไร เพื่อให้การดูดไขมันเป็นไปอย่างปลอดภัยและราบรื่น อีกทั้งยังสามารถป้องกันผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ด้วยเช่นกัน สำหรับใครที่สนใจในการดูดไขมัน ไม่ว่าจะดูดไขมันแบบทั้งตัวหรือจะดูดเฉพาะสัดส่วน ก็สามารถเข้ามาปรึกษาคุณหมอมะปราง-คุณหมอไอซ์ก่อนได้ค่ะ เรายินดีให้คำปรึกษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญฟรี!

Amara Clinic เรามีทั้งการใช้ยาชา และการดมยาสลบ

โดยขึ้นอยู่กับความต้องการของคนไข้ และการประเมินของแพทย์ผู้ดูแล
ยาชา : ก่อนการดูดไขมัน แพทย์จะใช้ Tumescent ซึ่งจะประกอบไปด้วย
– ยาชาเฉพาะที่ : ช่วยระงับความเจ็บปวดในบริเวณที่ดูดไขมัน
– Adrenaline : ช่วยให้เส้นเลือดหดตัวลง เพื่อลดความเสี่ยงที่จะกระทบต่อเส้นเลือด จึงทำให้เลือดออกน้อยลง
– ตัวยาอื่น ๆ ซึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละคลินิก
ยาสลบ : การวางยาสลบจะอยู่ภายใต้การดูแลของวิสัญญีแพทย์ตลอดการดูดไขมัน คนไข้จึงมั่นใจได้ว่าจะปลอดภัยแน่นอน

เลือกคลินิกดูดไขมันยังไงให้ปลอดภัยได้มาตรฐาน

ใครที่กำลังสงสัยว่าดูดไขมันที่ไหนดี? จะรู้ได้ยังไงว่าคลินิกไหนปลอดภัย Amara Clinic จึงมาแนะนำข้อควรรุ้ ในการเลือกคลินิกดูดไขมัน เพื่อให้ผลลัพธ์หลังการดูดไขมันเป็นที่น่าพึงพอใจสูงสุดมาฝากกันค่ะ

✔️ วิธีดูดไขมัน หรือเครื่องดูดไขมันที่เลืือกใช้
✔️ ความน่าเชื่อถือของสถานพยาบาล
✔️ รีวิวจากผู้ใช้บริการจริง เพื่อประกอบการตัดสินใจ
✔️ ความใส่ใจและการบริการที่ดี
✔️ ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
✔️ เครื่องมือและห้องผ่าตัดที่ได้มาตรฐาน
✔️ วิธีระงับความเจ็บปวด เลือกใช้ยาชาหรือดมยาสลบ
 7 ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจดูดไขมัน เลือกยังไงให้ปลอดภัยได้มาตรฐาน

Body-jet เครื่องดูดไขมันพลังน้ำที่ Amara Clinic เลือกใช้

เครื่องดูดไขมันพลังน้ำ body-jet เป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดจากเยอรมัน ที่ช่วยในการสลายไขมันอย่างอ่อนโยนด้วยพลังงานน้ำ และดูดไขมันออกมาอย่างนุ่มนวล โดยไม่ใช้ความร้อน ทำให้เซลล์ไขมัน, เส้นเลือด, เส้นประสาท และเนื้อเยื่อข้างเคียงไม่ถูกทำลาย ทำให้ในขณะดูดไขมันคนไข้จะรู้สึกเจ็บน้อยหรือไม่เจ็บเลย หลังการดูดไขมันก็จะมีอาการบวมช้ำน้อย และพักฟื้นไม่นาน อีกทั้งเซลล์ไขมันที่ได้จากเครื่องดูดไขมันพลังน้ำ ยังมีชวิตอยู่ มีคุณภาพที่ดี จึงสามารถนำไปเติมเต็มส่วนต่าง ๆ ในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นใบหน้า, หน้าอก, หลังมือ หรือก้นเด้ง ไขมันที่เติมเข้าไปจึงติดทนและติดนาน

ข้อดีของการใช้เครื่องดูดไขมันพลังงานน้ำ
– ดูดไขมันได้ทุกสัดส่วนในร่างกาย
– ดูดมันได้ในปริมาณมาก
– สภาพผิวหลังดูดไขมันเรียบเนียนไม่เป็นคลื่น
– แผลเล็กเพียง 4-5 มิลลิเมตร
– ดูดไขมันเสร็จแล้ว สามารถกลับบ้านได้เลย
– เซลล์ไขมันที่ได้ สามารถนำไปเติมต่อได้อย่างมีคุณภาพ

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่

          บทความนี้ จัดทำขึ้นโดย Amara Clinic (เอมาร่า คลินิก) ขอสงวนสิทธิ์ในการห้ามมิให้ผู้ใดใช้ประโยชน์ คัดลอก ทำซ้ำ หรือเผยแพร่บทความนี้ในนามอื่น (ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหา, ข้อมูลทั้งหมด หรือบางส่วนก็ตาม) โดยไม่ได้รับอนุญาต หากพบเจอจะถูกดำเนินการตามกฎหมาย