สิ่งที่ต้องเจอหลังดูดไขมันเสร็จทันทีมีอะไรบ้าง? น่ากลัวรึเปล่า? เป็นนานไหม? Update 2021

ดูดไขมัน

ในปี 2021ใครที่กำลังจะดูดไขมัน อาจจะมีความกังวลอยู่บ้างว่า หลังดูดไขมันเสร็จทันทีจะมีอาการอะไรบ้าง? ทรมานรึเปล่า? เป็นนานไหม? วันนี้ Amara Clinic มาคลายข้อสงสัยในเรื่องนี้ให้อ่านกันค่ะ รวมถึงบอกวิธีที่จะทำให้อาการเหล่านี้หายไป ไม่ว่าจะเป็นวิธีลดอาการบวมช้ำเขียว, วิธีปฏิบัติตัวให้สัดส่วนเข้าที่เร็วขึ้น และอื่น ๆ ถ้าอยากรู้แล้ว ไปอ่านกันได้เลย!

อาการที่เกิดขึ้นหลังดูดไขมันเสร็จทันทีมีอะไรบ้าง?

อาการส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นหลังดูดไขมันทันที ที่หลาย ๆ คนมักจะเป็นคืออาการวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ในช่วงวันแรก และอาการปวด หรืออาการบวมที่เกิดขึ้น แต่ว่าจะบวมมากหรือบวมน้อยนั้น ขึ้นอยู่กับหลาย ๆ ปัจจัยค่ะ นอกจากนี้จะมีน้ำไหลออกมาจากแผลได้ ซึ่งเคสที่ดูดไขมันด้วยเครื่องพลังน้ำ (body-jet) มีโอกาสที่น้ำจะไหลออกจากแผลเยอะ ทั้งนี้ทาง Amara Clinic มีแผ่นดูดซึมน้ำชนิดพิเศษ โดยเราได้นำเข้าจากอเมริกา สำหรับเคสดูดไขมันโดยเฉพาะ เพื่อช่วยให้คนไข้ไม่ต้องเจอกับปัญหาน้ำไหลเปื้อนเสื้อผ้า หรือเปื้อนเตียงที่บ้าน

อาการปวด
เนื่องจากการดูดไขมันอาจกระทบกับเนื้อเยื่อได้บ้าง หลังดูดไขมันคนไข้จึงจะอาการเจ็บในบริเวณดังกล่าว หากใช้เครื่องดูดไขมันพลังน้ำ (body-jet) จะมีอาการปวด 1-2 วันแรก และค่อย ๆ ดีขึ้น ส่วนเครื่องพลังคลื่นเสียงอัลตร้าซาวด์ (Ultra Z) จะปวดประมาณ 5-7 วัน อาการปวดจะเป็นเหมือนอาการหลังซิทอัพ หรือวิ่งมาราธอนหนัก ๆ ให้กินยาแก้ปวดที่ทางคลินิกให้ไปทุกครั้งเมื่อมีอาการ

อาการวิงเวียน หน้ามืด
อาการวิงเวียนคล้ายหน้ามืดหลังดูดไขมัน เกิดได้จากสองปัจจัยคือ 1. เกิดจากการสูญเสียน้ำในร่างกายขณะดูดไขมัน และ 2. เกิดจากยาชาที่แพทย์ใส่เข้าไป เพื่อระงับความเจ็บปวด จึงทำให้มีอาการวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน หรือมึนหัวได้ คนไข้จึงควรดื่มน้ำให้มาก ๆ เพื่อทดแทนน้ำในร่างกายที่สูญเสียไป และเพื่อให้ร่างกายขับยาชาออกมาในรูปแบบปัสสาวะ ซึ่งอาการเหล่านี้จะหายไปภายใน 24 ชั่วโมงหลังดูดไขมัน

อาการบวม
คนที่ดูดไขมันด้วยเครื่องดูดไขมันพลังน้ำ (body-jet) ในช่วง 1-3 วันแรก จะมีอาการบวมมากกว่าคนที่ดูดไขมันด้วยเครื่องพลังความร้อน (Ultra Z) เพราะระหว่างดูดไขมันจะมีการใส่น้ำเข้าไปที่ชั้นไขมันจำนวนมาก เพื่อทำการเซาะ สลายเซลล์ไขมันให้แตกตัวออกจากกัน และยังมีการใส่ Tumescent (ยาชา, น้ำเกลือ, ยาที่ทำให้เส้นเลือดหดตัว และตัวยาอื่น ๆ ขึ้นอยู่กับแต่ละคลินิก) ด้วย จึงทำให้หลังดูดไขมันพลังน้ำใน 3 วันแรก จะมีอาการบวมมาก สัดส่วนยังไม่เปลี่ยนแปลงนัก หลังจากนั้นในวันที่ 3-7 น้ำจะทยอยซึมออกทางแผล, ถูกดูดซึมเข้าเส้นเลือด และขับออกทางปัสสาวะเป็นส่วนใหญ่ หลังจากน้ำหายไปแล้วอาการบวมจะยังคงมีอยู่ แต่เป็นอาการบวมที่เกิดจากการอักเสบแทน

สำหรับคนที่ดูดไขมันด้วยเครื่องพลังความร้อน (Ultra Z) ช่วง 1-3 วันแรก สัดส่วนจะเล็กลงทันทีที่ทำ เนื่องจากมีน้ำค้างอยู่ภายใต้ผิวน้อยมาก แต่จะมีการอักเสบภายใน จึงทำให้เกิดอาการบวมได้บ้าง หลังจากนั้นในวันที่ 3-7 จะมีการบาดเจ็บมากขึ้น บริเวณที่ดูดไขมันจะเกิดรอยช้ำ มีลักษณะเป็นปื้น ๆ สีแดงอมม่วง เพราะมีเม็ดเลือดในกองอยู่ในบริเวณนี้มากนั่นเอง

นอกจากยาลดบวมที่แพทย์ให้กลับบ้านไปทานแล้ว ในช่วง 7 วันแรกหลังดูดไขมัน ทาง Amara Clinic เรามีบริการฉายแสง LED ลดบวม ซึ่งจะช่วยลดการอักเสบใต้ผิว, ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน, ช่วยให้ผิวเรียบเนียน และกระชับตัวขึ้นอีกด้วย ส่วนใครที่มีอาการบวมช้ำง่าย หลังดูดไขมันแพทย์จะให้ยาที่ทำให้ลดบวมเร็วขึ้น
อ่านบทความ “วิธีทำให้บวมน้อย เข้าที่ไว เห็นผลเร็ว” เพิ่มเติมได้ที่นี่

ดูดไขมัน

การดูแลแผลผ่าตัด (ช่วงวันแรก ก่อนตัดไหม)

หลังดูดไขมัน แพทย์จะเย็บแผลปิดไว้ ให้ทำความสะอาดแผลทุกวันจนกว่าจะถึงวันตัดไหม ซึ่งสามารถเข้ามาทำที่คลินิกได้ทุกวัน สำหรับใครที่ไม่สะดวกมาที่คลินิก ก็สามารถทำแผลเองที่บ้านง่าย ๆ ได้เช่นกัน และทางคลินิกมีการเตรียมชุดอุปกรณ์ทำแผลสำหรับทำเองไว้ให้ด้วยค่ะ

วิธีทำความสะอาดแผล
ใช้สำลีชุบเบตาดีนเช็ดบริเวณแผลผ่าตัด และใช้ผ้าก๊อซที่แพทย์ให้ ปิดปากแผล ทำติดต่อกันทุกวันจนกว่าแพทย์จะนัดเข้ามาตัดไหม (ใช้ระยะเวลา 5 – 7 วัน)

วิธีดูแลแผลผ่าตัด
⚪️
ก่อนตัดไหม (ช่วง 7 วันแรก) ไม่แนะนำให้อาบน้ำ แนะนำให้เช็ดตัวแทน เพราะการอาบน้ำจะทำให้น้ำเข้าแผลผ่าตัดได้ และจะทำให้แผลชื้น แผลแฉะ และเสี่ยงติดเชื้อ เป็นผลให้แผลหายช้าได้
⚪️ ในกรณีที่คนไข้ต้องการอาบน้ำจริง ๆ เช่นคนไข้ที่ต้องทำงานแล้วเหงื่อออกเยอะ ก็สามารถอาบน้ำได้ แต่ให้ใช้ที่ปิดแผลแบบกันน้ำปิดแผลไว้ (เฉพาะตอนอาบน้ำ) และให้รีบแกะออกหลังอาบน้ำเสร็จ
⚪️ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอลฮอล์, อาหารทะเล, อาหารหมักดอง และอาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ เพราะอาจทำให้แผลติดเชื้อได้
⚪️ ก่อนตัดไหม ให้งดยาแอสไพริน (Aspirin) วิตามินอี น้ำมันตับปลา แป๊ะก๊วย โสม หรือยาและอาหารเสริมที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือดเพราะจะทำให้แผลหายช้า
⚪️ หลังตัดไหม สามารถอาบน้ำได้ตามปกติ

อาการที่เกิดขึ้นได้หลังตัดไหม

อาการชา
อาการชาเกิดจากกระบวนการดูดไขมัน ซึ่งไม่ว่าจะดูดด้วยวิธีใดก็มีโอกาสโดนเส้นประสาทส่วนปลายขนาดเล็กได้บ้าง ทำให้ในช่วง 4-8 สัปดาห์แรก คนไข้จะมีความรู้สึกชาในบริเวณที่ดูดไขมัน หลังจากนั้นอาการจะค่อย ๆ กลับมาเป็นปกติ

ก้อนแข็ง ก้อนไต
อาการนี้จะเกิดขึ้นในบริเวณที่ดูดไขมัน จะมีลักษณะเป็นก้อนแข็งใต้ผิวทำให้ผิวไม่เรียบ หรือที่เรียกว่าผิวส้ม ผิวเป็นคลื่น ซึ่งมักเกิดกับคนที่ดูดไขมันด้วยพลังความร้อน และเกิดจากการที่คนไข้ไม่ใส่ชุดกระชับหลังดูดไขมัน จึงทำให้เกิดเป็นก้อนไตแข็ง ๆ ขึ้น โดยเราสามารถสลายก้อนแข็งได้โดยการนวดกระชับ RF และการทำ Thermatight หากคนไข้มีผิวที่หย่อนคล้อยร่วมด้วย

อาการบวมส่วนปลาย
อาการบวมส่วนปลายจะเกิดขึ้น 2 ระยะ ระยะแรกคือช่วงสัปดาห์แรกหลังดูดไขมัน เกิดจากน้ำเกลือไหลลงสู่ที่ต่ำ หากคนไข้ดูดไขมันหน้าท้อง ก็จะมีอาการบวมเล็กน้อยบริเวณอวัยวะเพศ สำหรับใครที่ดูดไขมันต้นขาก็จะมีอาการบวมบริเวณปลายเท้า ส่วนอาการบวมระยะสองจะเกิดขึ้นหลังดูดไขมันประมาณสัปดาห์ที่ 2 เกิดจากการใส่ชุดกระชับที่รัดแน่นจนเกิดไป ทำให้มีอาการบวมส่วนปลาย ซึ่งอาการบวมในลักษณะนี้ สามารถแก้ได้ง่าย หายได้ไว เพียงถอดชุดกระชับออก 2-4 ชั่วโมง และยกตำแหน่งที่บวมให้สูงกว่าระดับหัวใจ เช่นการนอนยกขาสูง เพียงเท่านี้อาการก็จะดีขึ้นทันที

ดูแลตัวเองในช่วงหลังดูดไขมัน 14 วัน

ช่วงนี้อาการบวมช้ำจะดีขึ้น จากรอยช้ำที่เป็นสีม่วงแดง จะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีเขียวปนเหลืองจาง ๆ และค่อย ๆ หายไป แต่สำหรับเคสที่ดูดไขมันด้วยเครื่องพลังน้ำ body-jet อาการเขียวมักจะหายไปในสัปดาห์แรก และบางรายไม่มีอาการเขียวเลย (อาการเขียวขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล) จากนั้นเจ้าหน้าที่จะเริ่มนัดให้เข้ามาทำ RF หรือนวดกระชับผิว ซึ่งเป็นหนึ่งในวิธีดูแลผิว ช่วยกระชับสัดส่วนให้เข้าที่ไวขึ้น ซึ่ง RF จะเป็นการใช้พลังงานคลื่นความถี่วิทยุ (Radio frequency) เข้ามาช่วยในยกกระชับผิวโดยจะปล่อยพลังงานออกมาในระดับคลื่นความถี่ที่ปลอดภัย ช่วยส่งความร้อนลงสู่ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ช่วยทำให้หลอดเลือดขยายตัว นำของเสียออกมาจากบริเวณนั้น ลดอาการบวมเขียวช้ำลง อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวเรียบเนียนและสัดส่วนกระชับตัวเร็วขึ้น

ในขณะที่ทำ RF คนไข้จะรู้สึกผ่อนคลาย สบายตัว ไม่มีความเจ็บปวดใด ๆ สามารถรู้สึกถึงผิวที่กระชับตัวขึ้นได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ โดยสัดส่วนจะกระชับตัวเล็กลงมากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับสภาพผิว, ปริมาณไขมัน, ชั้นไขมัน และอายุของคนไข้ด้วย สำหรับความถี่ในการทำ RF นั้น ควรทำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง

ดูแลตัวเองในช่วงหลังดูดไขมัน 21 วัน

หลังดูดไขมัน 21 วัน หรือ 3 สัปดาห์ จะเริ่มมีการเลเซอร์ลดเลือนรอยดำและรอยแดงสลับกันไป โดยการใช้ Pico Laser สำหรับรอยดำ และใช้ IPL สำหรับรอยแดง อีกทั้งในช่วงนี้ใครที่มีผิวหย่อนคล้อยมาก การนวดกระชับ RF อย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ก็สามารถทำการยกกระชับผิวด้วย Thermatight ร่วมด้วยได้

Pico Laser ลดรอยดำ
Pico Laser เทคโนโลยีในการส่งพลังงานเลเซอร์ที่มีความเร็วสูงสุดในระดับ 1 ต่อ ล้านล้านวินาที สามารถเข้าถึงทุกเม็ดสีที่ผิดปกติ ทำให้อะตอมของเม็ดสีที่กระจุกตัวกันอยู่ กระจายตัวออกและถูกดูดซึมออกจากร่างกาย (ทำให้รอยดำค่อย ๆ จางหายไป) และไม่เกิดการสะสมความร้อนในบริเวณดังกล่าว สามารถเห็นผลได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวกระจ่างใส และเรียบเนียนมากยิ่งขึ้น

IPL ลดรอยแดง
IPL (Intense Pulse Light) หรือเลเซอร์เย็น มีช่วงคลื่นแสงกว้าง เริ่มตั้งแต่ 420 – 1,200 นาโนเมตร เพื่อใช้ในการรักษาปัญหาผิวแต่ละแบบจะใช้ความยาวคลื่นที่แตกต่างกัน โดย IPL สามารถช่วยรอยแดงจากแผลเป็นนูน (แผลคีลอยด์), ลดเลือนรอยแดงจากสิว, ช่วยลดเลือนจุดด่างดำ, ลดเลือนริ้วรอย, กระตุ้นคอลลาเจน, ผิวเรียบเนียน, ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้น และยังสามารถกำจัดขนได้อีกด้วย

Thermatight ยกกระชับผิว
เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยมาก และมีก้อนแข็งหลังดูดไขมัน โดยเป็นการใช้พลังงานคลื่นความถี่วิทยุ (Radio frequency) ชนิดพิเศษ ส่งความร้อนที่สูงกว่าการนวดกระชับ RF ทั่วไป ความร้อนจะลงลึกสู่ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ช่วยสลายไขมันส่วนเกินในบริเวณดังกล่าว ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสตินให้หดตัวลง ผิวหนังจึงตึงกระชับขึ้นทันที เรียกได้ว่าการทำ Thermatight ยังช่วยให้สัดส่วนเข้าที่เร็วขึ้นอีกด้วย

ดูแลตัวเองในช่วงหลังดูดไขมัน 30 วัน

ช่วงนี้อาการบวมจะน้อยลงจากเดิมมาก สัดส่วนเริ่มเข้าที่มากขึ้น แต่ยังเข้ารูปได้ไม่เต็มที่ เนื่องจากผิวหนังและกล้ามเนื้อยังไม่แนบชิดติดกัน สัดส่วนจึงยังไม่เฟิร์มกระชับ ในช่วงนี้แม้มองด้วยตาเปล่าอาจจะดูไม่ชัดเจน แต่คนไข้จะรู้ได้จากการวัดไซซ์ว่าสัดส่วนเล็กลงไปมากน้อยแค่ไหน นอกจากนี้ไซซ์เสื้อผ้าที่เคยใส่และไซซ์ชุดกระชับก็จะเล็กลงอีกด้วย

สรุป การดูแลตัวเองหลังดูดไขมันช่วง 30 วันแรก

สำหรับใครที่อยากให้รูปร่างดูดี ดูเป๊ะ สัดส่วนสวย เข้าที่ไว และได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดหลังดูดไขมัน อย่าลืมดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี โดยทำตามคำแนะนำด้านล่างนี้ได้เลย!

ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ลิตร
หลังดูดไขมันจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน วิงเวียนศีรษะอยู่ เกิดจากที่เราเสียน้ำในร่างกายไประหว่างดูดไขมัน และยาชาที่ค้างอยู่ในร่างกาย การดื่มน้ำมาก ๆ จะช่วยให้ไปทดแทนน้ำในร่างกาย และช่วยขับยาชาออกมาทางปัสสาวะ ทำให้อาการดีขึ้น

รับประทานยาตามแพทย์สั่ง
หลังดูดไขมัน ทางเอมาร่าคลินิกจะให้ยากลับบ้านไปทาน ประกอบไปด้วย ยาฆ่าเชื้อ, ยาแก้ปวด และยาลดบวม คนไข้จะต้องกินยาฆ่าเชื้อติดต่อกันทุกวันจนยาหมด และกินยาแก้ปวด-ลดบวม เมื่อมีอาการ

ทำความสะอาดแผลทุกวัน
ในช่วง 7 วันแรกหลังดูดไขมัน คนไข้จะต้องทำความสะอาดแผลทุกวัน โดยใช้สำลีชุบเบตาดีนเช็ดบริเวณแผล และใช้ผ้าก็อซที่ทางคลินิกให้ไปปิดปากแผล ให้ทำติดต่อกันทุกวันจนกว่าจะเข้ามาตัดไหมที่คลินิก หากไม่สะดวกทำเอง คนไข้ก็สามารถเข้ามาทำแผลที่คลินิกได้ทุกวันเช่นกัน

ห้ามให้แผลผ่าตัดโดนน้ำ
หลีกเลี่ยงการอาบน้ำก่อนตัดไหม ให้ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัวแทน (ให้เอาพลาสเตอร์แบบกันน้ำมาปิดปากแผลไว้ขณะเช็ดตัว) หากแผลผ่าตัดโดนน้ำ จะทำให้แผลแฉะ และเสี่ยงติดเชื้อได้

*ในกรณีสุดวิสัย หากแผลโดนน้ำในช่วงก่อนตัดไหม ให้รีบซับน้ำและทำให้แผลแห้งโดยเร็ว เพื่อป้องกันการติดเชื้อ และเพื่อผลลัพธ์หลังการทำที่ดียิ่งขึ้น

สิ่งที่ไม่ควรรับประทาน
งดอาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ, อาหารทะเล, อาหารหมักดอง, ยาแอสไพริน, วิตามินอี, น้ำมันตับปลา, แป๊ะก๊วย, โสม, เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และงดสูบบุหรี่ เพราะจะทำให้แผลติดเชื้อได้ง่าย และหายช้า

สวมชุดกระชับตามคำแนะนำ
หลังจากที่เราดูดไขมันออกไปแล้ว จะเกิดช่องว่างระหว่างผิวหนังและกล้ามเนื้อ ทำให้สัดส่วนของเรายังไม่เข้ารูปชัดเจน ดังนั้นคนไข้จึงต้องสวมชุดกระชับตามระยะเวลาที่แพทย์แนะนำ เพื่อให้สัดส่วนเข้ารูป และเข้าที่ไวขึ้น และเพื่อลดการเกิดผิวเป็นคลื่น ผิวบุ๋ม ผิวส้ม

ออกกำลังกาย
หลังดูดไขมันสองสัปดาห์ให้เริ่มออกกำลังกายแบบเบา ๆ เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายเผาผลาญไขมันส่วนเกิน และเพื่อให้สัดส่วนเข้าที่สวยงามยิ่งขึ้น หากต้องการออกกำลังกายหนัก สามารถทำได้หลังจากที่ดูดไขมันไปแล้ว 1 เดือน

*สำหรับกรณีที่มีการเติมไขมัน อาทิ เติมไขมันหน้าอก, เติมไขมันหน้าเด็ก, เติมไขมันก้นเด้ง ฯ ให้งดการออกกำลังกายไปก่อนใน 1 เดือนแรก เพราะร่างกายจะเผาผลาญไขมันที่ไม่จำเป็น หรืออ่อนแอออกไปก่อน ทำให้ไขมันที่ฉีดหรือเติมเข้าไป อาจสลายตัว และไขมันติดน้อยลงได้

การดูแลตัวเองหลังดูดไขมัน 1 เดือน

หลังดูดไขมัน 1 เดือน คนไข้สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ สามารถกินอาหารได้ตามความพึงพอใจ (อย่าลืมควบคุมอาหารเพื่อการดูแลสัดส่วนอย่างต่อเนื่องด้วยนะคะ) แต่สัดส่วนยังไม่เข้ารูปเต็มที่ ดังนั้นหากต้องการให้สัดส่วนเข้าที่และเห็นผลชัดเจนไวขึ้น ให้เข้ามานวดกระชับที่คลินิกอย่างต่อเนื่อง, หมั่นสวมชุดกระชับตามที่แพทย์แนะนำ และออกกำลังกาย เพื่อกระตุ้นการเผาผลาญไขมัน

การสวมชุดกระชับหลังดูดไขมัน อย่างถูกวิธี

การสวมชุดกระชับ ถือเป็นวิธีการดูแลตัวเองหลังดูดไขมันที่สำคัญที่สุด เพราะสัดส่วนจะเข้าที่มากหรือน้อย เร็วหรือช้า ก็ขึ้นอยู่กับการสวมชุดกระชับเป็นหลัก นอกจากนี้ยังช่วยให้อาการบวมช้ำเขียวลดน้อยลงด้วย เนื่องจากการสวมชุดกระชับจะทำให้เกิดการกดทับในบริเวณที่มีอาการช้ำ (บริเวณที่ดูดไขมันแล้วกระทบกับเส้นเลือดฝอย ทำให้เลือดออก) จึงทำให้เลือดหยุดไหล ทำให้ลดอาการเขียวช้ำได้ดี สำหรับใครที่สวมชุดกระชับตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เมื่อถอดออกจะเห็นได้ว่ารอยช้ำเขียว เปลี่ยนเป็นสีเหลือง และค่อย ๆ จางหายไปในที่สุด

ระยะเวลาในการสวมชุดกระชับ
โดยทั่วไปในช่วง 1 เดือนแรก ทางเอมาร่าคลินิกจะให้คนไข้สวมชุดกระชับ 22-24 ชั่วโมงต่อวัน หรือทั้งวัน ถอดออกได้เฉพาะเวลาอาบน้ำเท่านั้น จากนั้นในเดือนที่ 2-3 อาจจะลดระยะเวลาในการสวมชุดกระชับลง เหลือ 12 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งสามารถเลือกได้ว่าจะสวมช่วงกลางวันหรือกลางคืน ทั้งนี้ระยะเวลาในการสวมใส่ชุดกระชับในเดือนที่ 2-3 จะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพทย์ อย่างไรก็ตาม คนไข้บางคนก็อาจจะใส่ชุดกระชับแค่ 1 เดือน แต่บางคนอาจจะต้องใส่ 2-3 เดือน ขึ้นอยู่กับว่าสภาพผิวเดิมของคนไข้หย่อนคล้อยมากแค่ไหน และในบริเวณนั้นถูกดูดไขมันออกไปมากขนาดไหน

ข้อดีของการสวมชุดกระชับ

✅ ช่วยให้สัดส่วนเข้าที่เร็วขึ้น ไซซ์เล็กลง
✅ ช่วยลดอาการบวม ช้ำ เขียว
✅ ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวเร็วขึ้น
✅ ช่วยรีดน้ำออกจากร่างกาย จึงช่วยลดอาการบวมได้
✅ ช่วยให้เแผลหายเร็วขึ้น
✅ ช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ
✅ ลดการเกิดก้อนไต หรือก้อนแข็ง
✅ ช่วยให้ผิวเรียบเสมอ ไม่เป็นคลื่น
✅ ช่วยลดโอกาสในการเกิดแผลเป็นนูน หรือคีลอยด์
✅ ช่วยให้สามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้เร็วขึ้น

วิธีดูแลชุดกระชับ

◽️ ซักด้วยมือเท่านั้น ไม่ควรซักด้วยเครื่องซักผ้า เพราะจะทำให้ชุดกระชับเสียทรง
◽️ ห้ามใช้แปรงขนแข็งขัด เพราะทำจะให้เส้นใยผ้าเสียหายได้ ให้ใช้ผ้าเนื้อนุ่มในการเช็ดทำความสะอาดแทน
◽️ ซักด้วยน้ำสบู่ หรือแชมพู หรือผงซักฟอกชนิดอ่อน ในน้ำอุณหภูมิปกติ
◽️ ไม่ควรใช้น้ำยาปรับผ้านุ่ม เพราะจะทำให้ใยผ้าเสื่อมสภาพเร็วขึ้น
◽️ หลังซักเสร็จให้รีดน้ำออกเบา ๆ ก่อนนำไปตาก (ห้ามม้วนบิดชุดกระชับ)
◽️ ตากในที่ร่ม บริเวณที่มีอากาศถ่ายเท (ห้ามตากแดด)
◽️ ตากแบบพาด (ห้ามหนีบชุดกระชับ)
◽️ ห้ามรีดชุดกระชับ
◽️ ห้ามนำไปปั่นแห้ง

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้จากการดูดไขมัน

(เกิดได้น้อย แต่หากรู้สึกมีอาการ ให้แจ้งแพทย์โดยทันทีเมื่อมีอาการ)
🔻 มีเลือดออกมาก
🔻 แผลติดเชื้อ
🔻 มีอาการชานานกว่าปกติ (ติดต่อกันหลายเดือน)

อาการเหล่านี้เกิดได้น้อย และแทบไม่เกิดเลย โดยที่เอมาร่าคลินิกเราดูดไขมันโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูดไขมันโดยตรง เรามีเทคนิคเฉพาะตัวและดูดไขมันด้วยความละเอียดปราณีตสูง ใช้เวลาในการดูดไขมันในแต่ละเคส 3-6 ชั่วโมง อีกทั้งเรายังมีเครื่องมือที่ทันสมัย มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และปลอดภัย เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด ไม่เพียงแต่เครื่องมีที่มีคุณภาพเท่านั้น เรายังมีบริการที่เป็นมิตร มีเจ้าที่หน้าคอยดูแลตลอดการรักษา ไม่ว่าจะเป็นก่อนดูดไขมัน ระหว่างดูดไขมัน และการติดตามอาการหลังดูดไขมันอย่างใกล้ชิดเสมือนเป็นคนในครอบครัว นอกจากนี้เรายังมีชุดกระชับที่หลากหลาย, มีบริการนวดกระชับผิว (RF), ยกกระชับผิวด้วย Thermatight, การฉายแสง LED ลดบวม, Pico Laser ลดเลือนรอยดำ, IPL ลดเลือนรอยแดง และยังมีบริการฉีดลดแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์อีกด้วย

บทความนี้ จัดทำขึ้นโดย Amara Clinic (เอมาร่า คลินิก) ขอสงวนสิทธิ์ในการห้ามมิให้ผู้ใดใช้ประโยชน์ คัดลอก ทำซ้ำ หรือเผยแพร่บทความนี้ในนามอื่น (ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหา, ข้อมูลทั้งหมด หรือบางส่วนก็ตาม) โดยไม่ได้รับอนุญาต หากพบเจอจะถูกดำเนินการตามกฎหมาย

จองคิวปรึกษา

ดูดไขมันที่เอมาร่า คลินิก

ฟรี! ของแถมสุดพิเศษ !
เฉพาะลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ เท่านั้น


    สอบถามเพิ่มเติมได้ที่นี่
    LINE : @amaraclinic