ลดไขมันในช่องท้อง (Visceral fat) เพื่อสุขภาพที่ดี!

ใครที่มีหน้าท้องตึง ๆ หรือป่องออกมามาก ๆ ต้องระวังไว้นะครับ เพราะอาการนี้ อาจบ่งบอกได้ว่าคุณมีไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat) อยู่เยอะ!! เจ้าไขมันตัวนี้มีความอันตรายมากนะครับ ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ ถ้าสามารถกำจัดออกไปจากร่างกายได้ สุขภาพดีขึ้นแน่นอน!!

ไขมันในช่องท้อง หรือ Visceral Fat คือ เป็นไขมันชนิดหนึ่งของร่างกาย ที่พอกตัวและแทรกซึมอยู่ในอวัยวะภายในช่องท้อง เช่น ตับ (ไขมันพอกตับ), กระเพาะอาหาร หรือลำไส้เล็ก เป็นต้น อีกทั้ง ตัวไขมันในช่องท้องนี้ ยังสามารถแทรกซึมเข้าไปอยู่ในหลอดเลือดแดงของเราได้ด้วยนะครับ ทำให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพของเราได้

ไขมันในช่องท้อง หรือ Visceral Fat เกิดจากพลังงานส่วนเกินที่หลงเหลืออยู่ จากการที่เรารับประทานอาหารเข้าไปเยอะ ๆ นี่เองครับ หากเราใช้ชีวิตแบบด้วยพฤติกรรม ที่ไม่ได้กระตุ้นให้เกิดการเผาผลาญมากนัก ร่างกายก็จะไม่ได้ดึงไขมันในช่องท้องออกมาใช้ ดังนั้น นานวันเข้าไขมันในช่องท้องยิ่งเพิ่มขึ้นครับ ถ้ายังมีพฤติกรรมการกิน และการใช้ชีวิตแบบเดิม ๆ อยู่

ไขมันในช่องท้องอันตรายแค่ไหน?

ไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat) เป็นตัวที่ส่งผลกับสุขภาพของเราโดยตรง แตกต่างจากไขมันใต้ชั้นผิวหนัง ที่ส่งผลต่อความสวยงามของรูปร่างเท่านั้น ไม่ได้ทำสุขภาพแย่ลงเลย คนที่มีไขมันในช่องท้องเยอะ จะมีลักษณะเป็นหน้าท้องตึง ๆ แน่น ๆ โดยเฉพาะคุณผู้ชายที่มักจะออกไปสังสรรค์เป็นประจำ (ดื่มแอลกอฮอล์เยอะ)

ความอันตรายของไขมันในช่องท้อง มีที่มาที่ไปคือ หลังจากที่มีการสะสมของไขมันในช่องท้องแล้ว เมื่อไขมันตัวนี้สลายตัวเป็นกรดไขมันอิสระ มันก็จะเข้าไปขัดขวางกระบวนการเผาผลาญกลูโคสในกล้ามเนื้อ เป็นเหตุให้เกิดภาวะดื้ออินซูลิน น้ำตาลในร่างกายก็พุ่งสูงขึ้น สุขภาพร่างกายก็จะแย่ลง และโรคที่อันตราย ๆ ก็จะค่อย ๆ คลืบคลานเข้ามาครับ

โรคที่เกิดจากไขมันในช่องท้อง

ไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat) เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้สุขภาพร่างกายของเราแย่ลง เกิดโรคต่าง ๆ ขึ้นมากมาย โดยเฉพาะโรคอ้วน และโรคแทรกซ้อนทั้งหลายที่ตามมา

ตัวอย่างโรคที่เกิดจากไขมันในช่องท้อง ได้แก่ โรคอ้วน, โรคเบาหวาน, โรคหัวใจ, โรคหลอดเลือดอุดตัน, โรคหลอดเลือดสมองตีบ, โรคไขมันพอกตับ, โรคความดันสูง, โรคมะเร็ง, โรคนิ่วในถุงน้ำดี, โรคกรดไหลย้อน, โรคข้อเข่าเสื่อม, ภาวะหยดหายใจขณะหลับ และรวมไปถึงการที่ประจำเดือนของเรามาผิดปกติด้วย

การตรวจวัดไขมันในช่องท้อง

  1. การวัดเส้นรอบเอว เพื่อดูความเสี่ยง
  2. การคำนวณ Waist-to-Hip Ratio
  3. การคำนวณดัชนีมวลกาย (BMI)
  4. การใช้เครื่องชั่งน้ำหนักวัดมวลไขมัน
  5. การตรวจด้วยตนเอง หรือ Pinch Test

การวัดเส้นรอบเอว (Waist circumference)

การตรวจความเสี่ยงของไขมันในช่องท้องวิธีนี้ ทำได้โดยการใช้สายวัด วัดบริเวณรอบเอว ในตำแหน่งสะดือ และตอนที่หายใจออก ซึ่งการวัดเส้นรอบเอวนั้น จะต้องวัดแบบพอดีตัว ไม่รัดแน่นหรือหลวมเด็ดขาด ซึ่งขนาดเส้นรอบเอวของคนปกติทั่วไปคือ ผู้หญิงที่มีรอบเอวไม่เกิน 32 นิ้ว และผู้ชายที่มีรอบเอวไม่เกิน 36 นิ้ว หากเกินกว่านี้ แปลว่ามีความเสี่ยง

การคำนวณ Waist-to-Hip Ratio

การคำนวณ Waist-to-Hip Ratio คือการคำนวณอัตราส่วนรอบเอวต่อรอบสะโพก ซึ่งวิธีนี้ เป็นวิธีที่ทางองค์การอนามัยโลก (WHO) ให้การยอมรับและแนะนำ การคำนวณ Waist-to-Hip Ratio เพื่อดูความเสี่ยงของไขมันในช่องท้อง มีวิธีการดังนี้

  1. ใช้สายวัด วัดส่วนที่คอดที่สุดของช่วงเอว (ซม.)
  2. จากนั้น ให้วัดบริเวณรอบสะโพกต่อ (ซม.)
  3. นำตัวเลขที่ได้จากการวัดรอบเอว และรอบสะโพกมาหารกัน
  4. เมื่อได้เลขทศนิยม 2 หลักแล้ว ให้ดูค่าความเสี่ยงตามนี้
    • ผู้หญิง ไม่ควรมีค่ามากกว่า 0.80
    • ผู้หญิง ไม่ควรมีค่ามากกว่า 0.95

การคำนวณดัชนีมวลกาย (BMI)

การคำนวณค่าดัชนีมวลกาย (BMI : Body Mass Index) เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการประเมินสภาวะของร่างกาย ว่ามีความเสี่ยงของโรคอ้วนมากน้อยเพียงใด (โรคอ้วนเกิดจากไขมันในช่องท้อง หากมีไขมันในช่องท้องมาก = มีความเสี่ยงมาก) เราจึงสามารถใช้วิธีนี้คำนวณสุขภาพร่างกายเราอย่างคร่าว ๆ ได้ง่าย ๆ เพียงเอาน้ำหนัก (กิโลกรัม) ÷ ส่วนสูง (เมตร) ยกกำลัง 2 และดูค่าที่ได้ออกมา

ตัวอย่างเช่น : A น้ำหนัก 64 กิโลกรัม มีส่วนสูง 1.58 เมตร (158 เซ็นติเมตร)
นำ 64 ÷ 1.58 ÷ 1.58 = BMI 25.6 (มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคอ้วนสูง)

bmi

ตารางเช็คความเสี่ยงของโรคอ้วน (BMI)

การใช้เครื่องชั่งน้ำหนัก Body Fat

เครื่องชั่งน้ำหนัก Body Fat เป็นเครื่องที่สามารถวัดมวลต่าง ๆ ภายในร่างกายได้ ทั้งมวลไขมันทั้งหมด มวลกล้ามเนื้อ และแน่นอนว่าสามารถดูระดับของไขมันในช่องท้องได้ด้วยครับ ว่าเรามีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน สำหรับคนที่มีการเข้าฟิตเนสไปออกกำลังกายอยู่แล้ว ก็คงจะคุ้นเคยกับเครื่องนี้เป็นอย่างดี

การลดไขมันในช่องท้อง ทำอย่างไร?

อย่างที่เราทราบกันแล้วว่า ไขมันในช่องท้อง คือไขมันที่อยู่ภายในช่องท้องของเรา และพอกตัวตามอวัยวะต่าง ๆ ดังนั้น เราจึงไม่สามารถใช้วิธีการดูดไขมันหน้าท้องออกมาได้อย่างแน่นอน รวมไปถึงการฉีดสลายไขมันหน้าท้อง หรือการนวดสลายไขมันด้วยเช่นกัน เพราะวิธีเหล่านี้ ไม่สามารถลงลึกทะลุผ่านกล้ามเนื้อหน้าท้อง เข้าไปอยู่ภายในช่องท้องของเราได้

Visceral fat ลดยังไง? วิธีลดไขมันในช่องท้อง ต้องอาศัยระบบการเผาผลาญไขมันของร่างกายเท่านั้น แปลว่าเราก็ต้องมีวินัยกับตัวเองให้มาก ๆ นั้นเองครับ หลาย ๆ คนเดาไม่ผิดเลยครับ เพราะวิธีดังกล่าวคือการอออกกำลังกาย และการควบคุมอาหาร ที่เรารู้แก่ใจกันดีว่าช่วยลดไขมันได้

แน่นอนว่าการออกกำลังกาย จะต้องลงมือออกแรงทำอย่างสม่ำเสมอ แต่การควบคุมอาหารและปรับพฤติกรรมการกินนั้น สามารถทำได้โดยอาศัยวินัยของตัวเอง และการใช้ตัวยาเข้ามาช่วยครับ

การออกกำลังกาย กระตุ้นการเผาผลาญ

การกินแล้วนั่งเฉย ๆ หรือการกินแล้วนอน ไม่ค่อยได้มีการขยับร่างกายบ่อย ๆ ก็ทำให้เกิดไขมันในช่องท้องได้ครับ เนื่องจากร่างกาย ไม่ได้กระตุ้นให้เกิดการเผาผลาญพลังงานส่วนเกินที่เรากินเข้าไป จึงเกิดการสะสมของไขมันหน้าท้องขึ้น ดังนั้น ถ้าอยากลดไขมันในช่องท้องลง เพื่อให้เราห่างไกลโรคต่าง ๆ มากขึ้น เราควรออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 45 นาที นะครับ

ซึ่งการออกกำลังกายนั้น ไม่ได้จำกัดว่าจะต้องทำในฟิตเนส หรือสวนสาธารณะเท่านั้น เราสามารถออกกำลังกายในบริเวณบ้านของเรา หรือในระหว่างการเดินทางได้เลย เช่น เพิ่มการเดินให้มากขึ้น, เดินไปแกว่งแขนไป, การแขว่งขา หรือการซอยเท้าบ่อย ๆ ส่วนท่าออกกำลังกาย เพื่อลดไขมันในช่องท้องที่แนะนำคือ การออกกำลังกายแบบแอโรบิค, T25, วิ่ง, ปั่นจักรยาน, ว่ายน้ำ หรือแม้แต่การทำงานบ้านก็ลดได้ด้วยนะครับ

การควบคุมอาหาร / ปรับการกิน

พฤติกรรมการกินอาหารของคนเราสำคัญมากถึง 70% เมื่อเทียบกับการออกกำลังกาย ดังนั้น ถ้าคุณมีความตั้งใจว่าอยากลดไขมันในช่องท้อง อยากให้หน้าท้องเล็กลง รอบเอวเล็กลง และอยากให้สุขภาพดีขึ้น การปรับพฤติกรรมการกินเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้! ควรกินเท่าที่ร่างกายต้องใช้จริง ๆ เมื่อรู้สึกอิ่มให้หยุด ไม่พยายามยัดเข้าไปอีก ต้องเลือกกินอาหารที่เหมาะสม และหลีกเลี่ยงอาหารที่ยิ่งทำให้เกิดการสะสมของไขมันในช่องท้อง ดังนี้

อาหารที่ควรรับประทาน

  • อาหารที่มีโปรตีนสูง
  • อาหารที่มีไฟเบอร์สูง
  • อาหารที่มีไขมันต่ำ ๆ 
  • อาหารรสเผ็ด, เปรียว และขม
  • การดื่มน้ำเปล่ามาก ๆ

อาหารที่ไม่ควรรับประทาน

  • อาหารที่มีไขมันสูง
  • อาหารที่มีน้ำตาลเยอะ
  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • อาหารทอด, หวาน และมัน

การใช้ปากกาลดน้ำหนัก Amara Pen

ปากกาลดน้ำหนัก Amara Pen สามารถลดไขมันในช่องท้องลงได้อย่างปลอดภัย (ผ่านอย.) และทำให้สุขภาพร่างกายของผู้ใช้ดีขึ้น ลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคต่าง ๆ ลงด้วยนะครับ ตัวนี้ผ่านการรับรองจากอย. ในประเทศไทย, เกาหลี และอเมริกามาแล้วว่าปลอดภัย สามารถลดน้ำหนัก และปรับพฤติกรรมการกินได้อย่างยั่งยืนได้จริง แต่จะต้องมีการจ่ายยาตัวนี้โดยแพทย์เท่านั้น ตามที่อย.ได้ระบุไว้ เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้ครับ

ตัวยาที่อยู่ในปากกาลดน้ำหนัก Amara Pen นั้น ถูกสร้างขึ้นมาเลียนแบบฮอร์โมน GLP-1 ตามธรรมชาติของร่างกาย แต่อยู่ได้นานกว่า จึงทำให้ผู้ที่ใช้ยาตัวนี้มีอาการอิ่มข้าวเร็ว ไม่ค่อยรู้สึกหิว กินเท่าที่ร่างกายต้องใช้จึง ๆ จากนั้นก็จะเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย เช่น ดึงไขมันในช่องท้องมาใช้มากขึ้น, ไขมันทั่วร่างกายลดลง, น้ำหนักลดลง, กระเพาะเล็กลง, รอบเอวลดลง, พฤติกรรมการกินค่อย ๆ เปลี่ยนไปอย่างถาวร และค่อย ๆ ทำให้สุขภาพร่างกายดีขึ้นครับ

ปากกาลดน้ำหนัก

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมที่นี่ : ปากกาลดน้ำหนัก Amara Pen

*สำหรับคนที่สนใจจะลดไขมันในช่องท้อง ด้วยการใข้ยาลดน้ำหนัก ต้องระวังด้วยนะครับ เพราะยาลดน้ำหนักบางตัว ที่มีราคาถูกมากตามท้องตลาด ขายโดยแม่ค้าทั่วไป ไม่ใช่แพทย์ ไม่ได้ผ่านการรับรองจากอย. จะมีความอันตรายมาก ๆ ครับ ดังนั้น หมอแนะนำให้ศึกษาข้อมูลให้ดี และเลือกใช้ยาลดน้ำหนัก ที่จ่ายโดยแพทย์จะปลอดภัยที่สุด

สรุป

พอจะรู้วิธีเช็คไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat) แบบคร่าว ๆ กันแล้วนะครับ สรุปว่าคุณมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคต่าง ๆ ตามที่หมอได้อธิบายไปรึเปล่าครับ? ถ้าไม่มีหมอก็ดีใจด้วยนะครับ!  แต่ถ้าใครที่มีความเสี่ยงหรือแนวโน้มนี้ ลองปรับพฤติกรรมการกิน และเลือกรักษาตามวิธีที่หมอได้แนะนำไปได้เลยนะครับ

ส่วนใครที่อยากลองใช้ Amara Pen สามารถนัดคิวปรึกษาหมอกับเจ้าหน้าที่ได้เลยนะครับ หมอจะมีการซักประวัติก่อน เพื่อดูว่าคนไข้เหมาะกับยาลดน้ำหนักตัวนี้หรือไม่ ก่อนที่จะจ่ายยาออกไปทุกครั้ง และหมอจะใช้เทคนิคการปรับยาให้เข้ากับแต่ละคน คนไข้หมอใช้แล้วเห็นผลทุกคน ปลอดภัยแน่นอนครับ

ผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับรูปร่าง

นพ. วิษณุ เฮ้งสวัสดิ์ (หมอไอซ์)
อาจารย์แพทย์ด้านการดูดไขมันพลังน้ำ
แพทย์ที่ทำเคส J Plasma เยอะที่สุดในเอเชีย

ผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับรูปร่าง

นพ. วิษณุ เฮ้งสวัสดิ์ (หมอไอซ์)
อาจารย์แพทย์ด้านการดูดไขมันพลังน้ำ
แพทย์ที่ทำเคส J Plasma เยอะที่สุดในเอเชีย

กรอกข้อมูลลงทะเบียน