ดูดไขมันกรอบหน้า
รีวิวดูดไขมัน
แชร์ประสบการณ์ดูดไขมัน

ดูดไขมันเหนียง ทางลัดหน้าเรียว บอกลาคางสองชั้น!

ดูดไขมันเหนียง

          ใคร ๆ ก็อยากมีใบหน้าที่เรียวสวยไร้เหนียง ถ่ายรูปมุมไหนก็ออกมาดูดี แต่บางคนดันมีเหนียงเยอะ ทำให้ก้มหน้าไม่สุด ใบหน้าดูอวบอ้วน ไม่เรียวอย่างที่ต้องการ แต่ไม่ต้องกังวลใด ๆ เราสามารถดูดไขมันเหนียง ที่ Amara Clinic เพื่อให้เหนียงหายไป และให้ได้ใบหน้าเรียวสวยขึ้นได้อย่างตรงจุดได้ครับ

          ซึ่งในบทความนี้ หมอจะมาให้ข้อมูลทุกเรื่องที่ควรรู้ เกี่ยวกับการดูดไขมันเหนียง ให้กับคนที่กำลังมีความคิดอยากลดเหนียงอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการคลายข้อสงสัยว่า เหนียงเกิดจากอะไร?, วิธีลดเหนียงอย่างตรงจุด มีแบบไหนบ้าง, ขั้นตอนการดูดไขมัน, วิธีเตรียมตัวก่อนทำ, วิธีดูแลตัวเองหลังทำ, ราคาดูดไขมันเหนียง รวมไปถึงวิธีเลือกคลินิกที่เหมาะสม ถ้าอยากรู้ เราตามไปอ่านข้อมูลกันได้เลย!

ดูดไขมันเหนียงคืออะไร?

          ดูดไขมันเหนียง (Double Chin Liposuction)  คือ การกำจัดเหนียงใต้คางออกไป โดยการดูดไขมันออกมาอย่างตรงจุด เพื่อทำให้ใบหน้าดูเรียวเล็กมากขึ้น และช่วยเพิ่มความมั่นใจได้ ซึ่งการดูดเหนียง สามารถเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าเป็นการดูดไขมันใต้คางก็ว่าได้ เพราะไขมันเหนียงที่เราดูดออกมาจะอยู่บริเวณใต้คาง และในเคสที่มีการสะสมของเหนียงเยอะ ก็จะเกิดเป็นลักษณะของคางสองชั้นขึ้นมา ทำให้เห็นเหนียงได้อย่างชัดเจน เลยทำให้เราหมดความมั่นใจลงไปได้ (อ่านเพิ่มเติม : Double Chin Lipo)

          ดูดไขมันเหนียง ที่่ Amara Clinic ทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ระดับอาจารย์แพทย์สอนดูดไขมัน เน้นผลลัพธ์ที่ดี เพื่อให้กรอบหน้าเรียวสวย มีผลข้างเคียงน้อยที่สุด และมีความปลอดภัยมากที่สุด เรามีการใช้เทคนิคดูดไขมันเหนียงไม่ย้วย เพื่อให้คุณรู้สึกเจ็บน้อย มีอาการบวมช้ำหลังดูดไขมันน้อย และใช้เวลาในการพักฟื้นไม่นาน นอกจากนี้ เรายังมีบริการ After Care หลังดูดเหนียงอีกมากมาย มีการติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง และการันตีผลงาน ว่าจะออกมาสวยดูดี ถูกใจแน่นอน!

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ดูดไขมันเหนียง เหมาะกับคนแบบไหน?

  • คนที่มีปัญหาคางสองชั้น เหนียงออกเยอะ
  • คนที่ต้องการให้ใบหน้าดูเรียวสวยมากขึ้น
  • คนที่มีคางสั้น และมีไขมันสะสมใต้คาง
  • คนที่อยากเพิ่มความมั่นใจให้ใบหน้า
ดูดไขมันใต้คาง

คางสองชั้น / เหนียง เกิดจากอะไร?

          คลายข้อสงสัยก่อนดูดไขมันเหนียง! จริง ๆ แล้ว “เหนียงออก” เกิดจากอะไรได้บ้าง? แล้วรู้ไหมว่า…  เหนียงไม่ได้เกิดขึ้นกับคนอ้วนเท่านั้นนะครับ คนที่รูปร่างผอมบาง หรือคนตัวเล็ก ก็มีปัญหาเหนียงใต้คางได้เหมือนกัน (ผอมแต่มีเหนียง) ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดเหนียงใต้คาง เกิดได้จากหลาย ๆ ปัจจัยประกอบกัน อาทิ อายุ, สภาพผิว, พันธุกรรม, โครงสร้างใบหน้า (คางสั้น), พฤติกรรมการใช้ชีวิต, กล้ามเนื้อใต้คาง และไขมันสะสม เป็นต้น

          ปัจจัยที่แตกต่างกันของแต่ละเคสเหล่านี้ ทำให้วิธีกำจัดเหนียงใต้คางแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล บางคนอาจจะเหมาะกับการดูดเหนียง หรือบางคนอาจจะเหมาะกับการยกกระชับเหนียงก็เป็นได้ ทั้งนี้ ก็จะขึ้นอยู่กับการประเมินแพทย์เป็นหลัก ซึ่งก่อนอื่น เราไปดูรายละเอียดของแต่ละปัจจัยกันเลยดีกว่า ว่ามันทำให้เกิดเหนียงได้อย่างไร

ไขมันส่วนเกิน

          การรับประทานอาหาร ในปริมาณที่เยอะกว่าที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน จะทำให้ร่างกายเผาผลาญไขมันไม่หมด และทำให้ไขมันดังกล่าว เข้าไปสะสมอยู่ตามจุดต่าง ๆ ของร่างกาย เช่นหน้าท้อง, ต้นแขน, ต้นขา เป็นต้น ไม่เว้นแม้แต่เหนียงใต้คาง ซึ่งเหนียงที่เยอะขึ้น ยังเกิดได้จากการขยายตัวของเซลล์ไขมันได้อีกด้วย มันจะค่อย ๆ ใหญ่ขึ้นทีละนิด โดยที่เราไม่รู้ตัว รู้ตัวอีกทีก็เจอกับปัญหาเหนียงเยอะไปซะแล้ว

ความหย่อนคล้อย

          บริเวณใต้คางของเรา เป็นตำแหน่งที่มีการก้มและเงยอยู่เสมอ ทำให้ผิวบริเวณใต้คางขาดความยืดหยุ่น และมีความหย่อนคล้อยได้ เมื่อมีไขมันใต้คางร่วมด้วย ก็จะทำให้เหนียงดูชัดขึ้น นอกจากนี้ ความหย่อนคล้อยของเหนียงยังเกิดได้จากปัจจัยด้านอายุด้วย เนื่องจากร่างกายของคนเรา จะเริ่มผลิตคอลลาเจนน้อยลง เมื่ออายุ 25 ปีเป็นต้นไป เมื่อขาดการผลิตคอลลาเจน ผิวก็จะขาดความยืดหยุ่น กรอบหน้าที่เคยกระชับสวย ก็ค่อย ๆ หย่อนคล้อยลง

พฤติกรรมการใช้ชีวิต

          อีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดเหนียงคอและเหนียงใต้คาง ก็มาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตของเราด้วยส่วนหนึ่งครับ เช่นการไม่ออกกำลังกาย, การลดน้ำหนักผิดวิธี, การก้มหน้าเงยหน้าบ่อย ๆ , ดื่มน้ำน้อย ดื่มแอลกอฮอล์เยอะ สูบบุหรี่บ่อย ๆ และการนอนพักผ่อนไม่เพียงพอ เป็นต้น พฤติกรรมเหล่านี้ จะทำให้เกิดไขมันเหนียงขึ้นได้ง่าย อีกยังทำให้ผิวขาดความยืดหยุ่นอีกด้วย

กล้ามเนื้อหย่อนคล้อย

          บริเวณใบหน้าส่วนล่าง ตรงไปที่ลำคอ และยาวไปถึงบริเวณไหปลาร้า จะเป็นบริเวณที่มีกล้ามเนื้อ Platysma อยู่ ซึ่งกล้ามเนื้อส่วนนี้ จะเป็นกล้ามเนื้อที่คอยพยุงบริเวณใบหน้าส่วนล่างของเราไว้ เมื่ออายุเราเพิ่มขึ้น กล้ามเนื้อ Platysma ก็คล้อยตัวลงตามไป ประกอบกับแรงโน้มถ่วงของโลก ก็จะทำให้ส่วนนี้หย่อนคลงมา เลยทำให้เราดูมีเหนียงเยอะ แม้จริง ๆ แล้วเราจะมีไขมันใต้คางไม่เยอะก็ตาม กรณีนี้ อาจจะรักษาด้วยการผ่าตัดยกกระชับกล้ามเนื้อ แทนการดูดไขมันเหนียงก็เป็นได้

วิธีลดเหนียงทำยังไงได้บ้าง

         เมื่อได้เข้ามาปรึกษาหมอ หมอจะประเมินให้ว่าในเคสของคนไข้แต่ละรายนั้น เหนียงเกิดจากอะไร หมอก็จะมีการแนะนำวิธีการรักษา ที่เหมาะสมกับปัญหาของแต่ละคน หากเป็นเคสที่มีไขมันเหนียงเยอะ ก็สามารถดูดไขมันเหนียงได้ครับ แต่ถ้าเป็นเคสที่มีความหย่อนคล้อยร่วมด้วย การดูดเหนียงเพียงอย่างเดียว อาจจะไม่ได้เห็นผลชัดเจนตามที่ต้องการนัก หมออาจแนะนำให้ยกกระชับเหนียงร่วมด้วย นอกจากนี้ การปรับพฤติกรรมการกิน และการออกกำลังกายใบหน้าส่วนล่าง ก็สามารถช่วยลดเหนียงใต้คางได้ครับ (อ่านเพิ่มเติม : วิธีลดเหนียง)

ฉีดแฟต ฉีดลดเหนียง

        เคสส่วนใหญ่ที่หมอเจอ และตัดสินใจมาดูดไขมันเหนียงกับหมอ มักจะเป็นเคสที่เคยผ่านการฉีดลดเหนียงมากแล้ว (เช่น การฉีดเมโสแฟต) แต่ไม่ได้ผล (หากเป็นเคสที่มีเหนียงเยอะ) และไม่ว่าจะไปฉีดกี่คลินิก หรือจะฉีดซ้ำหลาย ๆ ครั้ง ก็ยุบลงไปนิดเดียวแล้วก็กลับมาใหม่ ดังนั้น การฉีดแฟตลดเหนียง ก็ไม่ได้ทำให้เหนียงลดลงไปจริง ๆ ทำแล้วไม่เห็นผล เหมือนกับเราเสียเงินไปเปล่า ๆ ครับ ทั้งนี้ ก็ต้องเข้ามาให้หมอประเมินให้ว่าคนไข้มีเหนียงเยอะแค่ไหน เหมาะสำหรับการดูดไขมันเหนียง หรือฉีดลดเหนียงมากกว่ากัน

นวดกระชับเหนียง

        นวดกระชับเหนียง สลายไขมันเหนียง เป็นอีกหนึ่งวิธีที่หลาย ๆ คนเคยลองมาแล้ว เป็นการใช้พลังงานคลื่นความถี่วิทยุ สร้างพลังงานความร้อน และส่งความร้อนลงไปที่ใต้ผิว เพื่อทำให้กระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจน และผิวจะค่อย ๆ กระชับตัวลง การนวดกระชับเหนียง มีข้อดีคือไม่ต้องมีแผล ไม่ต้องพักฟื้น มีความปลอดภัย ส่วนข้อเสียคือ ใช้เวลานานกว่าเหนียงจะมีขนาดเล็กลง และถ้าเลือกใช้เครื่องนวดกระชับที่ผิด อาจทำให้เกิดปัญหาผิวไหม้ได้ โดยเฉพาะเครื่องนวดที่มีราคาถูก

ดูดไขมันเหนียง

        ดูดไขมันเหนียง ทำได้โดยการใช้เครื่องดูดไขมันเข้ามาช่วยในการแยกเซลล์ไขมัน (ในบางเคสที่มีเหนียงน้อยมาก หมออาจไม่ได้เปิดเครื่องดูดไขมัน แต่จะเป็นการดูดด้วยแรงมือ (Manual Liposuction) แทน) ซึ่งเครื่องดูดไขมัน ก็สามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มคือ เครื่องดูดไขมันพลังงานน้ำ (body-jet) และเครื่องดูดไขมันพลังงานความร้อน (Vaser Smooth 2.2, Ultra Z) เครื่องดูดไขมันทั้งสองแบบนี้ จะมีความแตกต่างกันในเรื่องของราคาดูดไขมันเหนียง, ความเจ็บ, อาการหลังดูดไขมันหลัง  และผลลัพธ์ที่ได้ด้วยเช่นกันครับผม (อ่านเพิ่มเติม : ความแตกต่างของเครื่องดูดไขมัน)

ดูดไขมันพลังน้ำ

เครื่องดูดไขมันพลังน้ำ body-jet

          ดูดไขมันเหนียง ด้วยเครื่องดูดไขมันพลังน้ำ body-jet (บอดี้เจ็ท) จะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่เจ็บน้อย บวมช้ำน้อย และพักฟื้นไม่นาน เพราะเครื่องดูดไขมัน body-jet จะใช้พลังงานน้ำ ในการสลายไขมันให้แตกตัวออกจากกันอย่างอ่อนโยน เซลล์ไขมันที่เคยเกาะกันเป็นกลุ่ม จะค่อย ๆ แยกออกมา และถูกดูดออกมาอย่างนุ่มนวล สำหรับเคสที่ดูดไขมันพลังน้ำ ในตำแหน่งใหญ่ ๆ เช่น ดูดไขมันหน้าท้อง ดูดไขมันเอวเอส หรือดูดไขมันต้นขา และได้ไขมันมาในปริมาณที่มากขึ้น สามารถเอาไขมันไปเติมส่วนอื่นต่อได้ อย่างปลอดภัย และติดทนนาน (อ่านเพิ่มเติม : ดูดไขมันพลังน้ำ)

ข้อดีของเครื่อง body-jet

  • รู้สึกเจ็บน้อยระหว่างดูดไขมัน
  • บาดเจ็บน้อย เสียเลือดน้อยมาก
  • หลังดูดไขมันมีอาการเจ็บน้อย
  • บวมน้อย ฟกช้ำน้อย ระบมน้อย
  • ไม่ต้องพักฟื้นหลังดูดไขมัน
  • เอาไขมันไปเติมส่วนอื่นต่อได้
เวเซอร์

เครื่องดูดไขมัน Vaser Smooth 2.2

          Vaser Smooth 2.2 (เวเซอร์) เป็นเครื่องดูดไขมันเวเซอร์รุ่นใหม่ล่าสุด มีพลังความร้อนที่สูง จึงสามารถทำลายเซลล์ไขมันได้มาก โดยใช้เวลาไม่นาน ซึ่งเหนียงเป็นตำแหน่งเล็ก ๆ หมอจึงไม่ได้นิยมใช้เครื่องดูดไขมันเวเซอร์นัก โดยเครื่องเวเซอร์ จะใช้พลังงานคลื่นเสียงอัลตร้าซาวด์ ในการสร้างความร้อน และใช้ในการสลายไขมันให้ตายไป Vaser Smooth 2.2 เหมาะกับการดูดไขมันหน้าท้อง, ดูดไขมันต้นแขน, ดูดไขมันต้นขา, ดูดไขมันเอวเอส, ดูดไขมันหลัง และเคสที่มีชั้นไขมันหนา ๆ อาทิคนตัวใหญ่ หรือเคสดูดไขมันผู้ชาย เป็นต้น (อ่านเพิ่มเติม : ดูดไขมันเวเซอร์)

Ultra Z

เครื่องดูดไขมัน Ultra Z

          Ultra Z (อัลตร้าซี) เป็นเครื่องดูดไขมันพลังความร้อนจากประเทศเกาหลี ที่ใช้พลังคลื่นเสียงอัลตร้าซาวด์มาช่วยในการสลายไขมัน เครื่อง Ultra Z จะมีพลังงานที่ต่ำกว่าเครื่องดูดไขมัน Vaser จึงเหมาะกับเคสที่มีปริมาณไขมันไม่เยอะมาก (มีชั้นไขมันบาง) อย่างเคสคนไซซ์เล็ก เป็นต้น (อ่านเพิ่มเติม : Ultra Z)

J plasma

เครื่องยกกระชับสัดส่วน J Plasma

          J Plasma (เจพลาสมา) เป็นเครื่องกระชับสัดส่วน เทคโนโลยีใหม่จากอเมริกา ช่วยยกกระชับเหนียงให้เรียบตึง ผิวเฟิร์มกระชับอย่างตรงจุด เหมาะกับเคสที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยเป็นทุนเดิม หรือผิวย้วยหลังดูดไขมันเหนียง เนื่องจากในบางเคส การสวมผ้ารัดเหนียงหรือการนวดกระชับสัดส่วนอาจไม่เพียงพอ แพทย์จึงแนะนำให้มีการมีการกระชับผิวด้วย J Plasma ร่วมด้วย นอกจากเหนียงจะกระชับแล้ว ยังช่วยลดอาการข้างเคียงหลังดูดไขมันเหนียงได้ดีด้วย ไม่ว่าจะเป็นความเจ็บ, ความบวม, ความช้ำ หรือการฟื้นตัวของร่างกายก็ตาม (อ่านเพิ่มเติม : J Plasma)

ข้อดีเครื่อง J Plasma กระชับสัดส่วน

  • เหนียงกระชับ เฟิร์ม ไม่ย้วย
  • ลดอาการข้างเคียง หลังดูดไขมัน
  • ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวเร็ว
  • กระตุ้นคอนลาเจนใต้ผิว

ขั้นตอนดูดไขมันเหนียง

          ก่อนดูดไขมันเหนียง เจ้าหน้าที่จะนัดให้เข้ามาพบกับหมอก่อน เพื่อให้หมอประเมินให้ว่าเหนียงของคนไข้เกิดจากสาเหตุอะไร เมื่อรู้ถึงสาเหตุแล้ว ก็จะมีการพูดคุยความต้องการของคนไข้ว่าต้องการแบบใด จากนั้นหมอก็จะวางแผนวิธีการดูดไขมันเหนียงร่วมกับคนไข้ เมื่อปรึกษาเสร็จแล้ว เจ้าหน้าที่ก็จะให้กลับไปเตรียมตัวก่อนดูดไขมัน และเข้ามาดูดไขมันเหนียงที่คลินิกตามนัดหมาย ซึ่งในวันดูดไขมันเหนียง หมอจะวาดตำแหน่งดูดไขมันเหนียงก่อน ว่าจะดูดไขมันจุดไหนออกไปบ้าง (ออกแบบการดูดไขมันแบบเคสต่อเคส) จากนั้นก็จะเข้าไปในห้องผ่าตัดดูดไขมันเพื่อเริ่มเคสกันนะครับ

  • ทายาฆ่าเชื้อบริเวณเหนียง ด้วยเบตาดีน
  • แพทย์เริ่มใส่ยาชา และใส่ Tumescent (สารน้ำที่ช่วยขยายชั้นไขมัน และลดความบาดเจ็บ)
  • เปิดแผลดูดไขมันเหนียง ขนาดเล็กเท่าหัวปากกา บริเวณใต้คางและหลังหู
  • เริ่มดูดไขมันเหนียง ตามที่แพทย์ได้วางแผนไว้
  • รีดน้ำออกจากผิว เมื่อดูดไขมันเหนียงเสร็จ
  • เย็บปิดแผล 1 เข็ม (เพื่อให้น้ำสามารถระบายออกมาได้)
  • สวมผ้ารัดเหนียง เพื่อให้เหนียงกระชับ ไม่ย้วย และเข้าที่เร็ว
  • แพทย์อธิบายวิธีดูแลตัวเองหลังดูดไขมันเหนียง

เทคนิคดูดไขมันเหนียง

          หมอและทีมแพทย์ Amara Clinic จบหลักสูตรการดูดไขมันระดับสูง จากประเทศเกาหลีมาโดยตรง จึงได้มีการนำเทคนิคดูดไขมันจากเกาหลีมาปรับใช้ด้วย การดูดไขมันเหนียงที่ Amara Clinic จะมีการออกแบบสัดส่วนก่อน วางแผนว่าควรดูดไขมันจากจุดไหนเท่าไหร่ และจะดูดไขมันเหนียงในปริมาณที่เหมาะสม ไม่ดูดไขมันใต้คางออกมากเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาคลื่นบุ๋ม หรือใบหน้าดูไม่เท่ากันได้ รวมถึงไม่ดูดไขมันใต้คางออกน้อยเกินไปด้วย เพราะอาจจะทำให้ไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงได้ครับ

  • ดูดไขมันใต้คางออกมา ในปริมาณที่พอดี
  • เปิดแผลเล็ก ลดความเสี่ยงที่จะเกิดคีลอยด์
  • เสียเลือดน้อย ฟื้นตัวเร็ว และปลอดภัย
  • เลือกได้ว่าจะใช้ยาชา หรือวางยาสลบ โดยวิสัญญีแพทย์
  • ดูดไขมันเหนียงใต้คางเท่านั้น ไม่ดูดไขมันบริเวณกรอบหน้า หากไม่มีการพูดคุยกับคนไข้ก่อน เพราะบริเวณใบหน้ามีเส้นประสาทมาก ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะทำให้ใบหน้าบิดเบี้ยวได้ หากแพทย์ดูดไขมันผิดจุด หรือไม่เชี่ยวชาญ

การเตรียมตัวก่อนดูดไขมันเหนียง

          การเตรียมก่อนดูดไขมันเหนียงที่ถูกต้อง จะช่วยลดผลข้างเคียงหลังดูดไขมันเหนียงให้น้อยลงได้ ไม่ว่าจะเป็น อาการเวียนหัวคลื่นไส้ อาการเมายาสลบ หรือระยะเวลาในการพักฟื้นก็ตาม 

การเตรียมตัวสำหรับเคสยาชา

  • คืนก่อนดูดไขมัน นอนให้เพียงพอ
  • รับประทานอาหารก่อนมาคลินิก 3 ชั่วโมง
  • งดการดื่มชา กาแฟ และน้ำอัดลม เพราะจะทำให้ปวดปัสสาวะบ่อย
  • ใส่เสื้อผ้าสีเข้ม หลวม ๆ (เพราะหลังดูดไขมันจะมีน้ำซึมออกจากแผล อาจทำให้เสื้อเปื้อนได้)
  • พาเพื่อนหรือญาติมาด้วย 1 คน ห้ามขับรถกลับเอง (เพราะอาจเกิดอันตรายได้)

การเตรียมตัวสำหรับเคสยาสลบ

  • คืนก่อนดูดไขมัน นอนพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อย 8 ชม. 
  • งดดื่ม, กินอาหารทุกชนิด อย่างน้อย 8 ชม.
  • งดสูบบุหรี่ทุกชนิด อย่างน้อย 8 ชม.
  • งดการดื่มชา กาแฟ น้ำอัดลม
  • งดแต่งหน้า หรือทาครีมที่ใบหน้า
  • ไม่ใส่เครื่องประดับทุกชนิด
  • ตัดเล็บมือให้สั้น, เช็ดสีเล็บออก 1 เล็บ
  • สวมใส่เสื้อผ้าสีเข้ม และมีลักษณะหลวม
  • พาญาติหรือเพื่อนมาด้วย 1 คน ห้ามขับรถกลับเองคนเดียว
ยกกระชับผิว J plasma

การดูแลตัวเองหลังดูดไขมันเหนียง

          ในช่วง 1 เดือนแรกหลังดูดไขมันเหนียง ให้ดูแลตัวเองดีเป็นพิเศษนะครับ เพื่อให้เหนียงเข้าที่เร็ว แผลหายเร็ว ไม่เจ็บ และไม่บวมนาน ควรทำตามที่เจ้าหน้าที่และหมอแนะนำอย่างเคร่งครัด (ถ้าดูแลตัวเองไม่ดีหมอรู้นะครับ) เพราะผลลัพธ์ที่ดีที่สุด จะมาจากการร่วมมือกันของแพทย์และคนไข้ สามารถทำได้โดยการดูแลตัวเองที่บ้านเป็นประจำทุกวัน และการเข้ามารับบริการ After Care ตามที่เจ้าหน้าที่นัดหมาย ดังนี้

การดูแลตัวเองที่บ้าน

  • สวมผ้ารัดเหนียง อย่างน้อย 22 ชั่วโมงต่อวัน
  • ทำความสะอาดแผลต่อเนื่องทุกวัน จนกว่าจะตัดไหม
  • ป้องกันไม่ให้น้ำเข้าแผลดูดไขมัน เพราะจะทำให้แผลแฉะได้
  • รับประทานยาตามที่แพทย์แนะนำ เพื่อให้อาการต่าง ๆ ดีขึ้น
  • ดื่มน้ำในปริมาณมาก เพื่อให้ร่างกายขับยาชาออกไป
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่ เพราะจะทำให้แผลหายช้า
  • หลีกเลี่ยงอาหารไม่สะอาด อาหารทะเล และของหมักดอง

การเข้ามารับบริการที่คลินิก

  • พบแพทย์ เพื่อติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง
  • ทำความสะอาดแผลทุกวัน และตัดไหม
  • นวดกระชับสัดส่วน ด้วย Venus Legacy
  • ฉายแสง LED ลดอาการบวมช้ำ และอักเสบ
  • นวดลดก้อนแข็งใต้ผิว ด้วย Thermatight
  • เลเซอร์รอยดำ ด้วย Pico Laser
  • เลเซอร์รอยแดง ด้วย IPL Laser

ดูดไขมันเหนียง ผลข้างเคียงมีไหม?

          ผลข้างเคียงหลังดูดไขมันเหนียงที่เกิดขึ้นได้ เป็นอาการที่พบคล้ายกับการดูดไขมันในตำแหน่งอื่น ๆ สามารถหายเองได้ (อาจใช้เวลานาน) และไม่เป็นอันตรายใด ๆ ครับ แต่ทั้งนี้ ถ้าดูดไขมันเหนียงที่อื่น ก็ต้องมีการพูดคุยกับแพทย์ให้แน่ชัดว่า ตำแหน่งที่ดูดไขมันออกมาคือบริเวณเหนียงใต้คางเพียงอย่างเดียว หรือดูดไขมันแก้มและดูดไขมันกรอบหน้าร่วมด้วย

          เพราะบริเวณใบหน้าเป็นตำแหน่งที่มีเส้นประสาทเยอะ หากแพทย์ดูดไขมันผิดจุด ก็อาจจะทำให้เกิดผลข้างเคียงที่น่ากลัว เช่นปากเบี้ยว หรือหน้าเบี้ยวได้เช่นกัน โดยอาการปกติที่สามารถพบได้คือ

เวียนหัวหลังดูดไขมัน

          ไม่ว่าจะเป็นการใช้ยาชา หรือใช้ยาสลบ ก็สามารถทำให้เรามีอาการเวียนหัว คลื่นไส้ อยากอาเจียนได้ทั้งนั้น อาการนี้ ไม่ได้เกิดจากการใช้ยาชาและยาสลบเพียงเท่านั้น ยังเกิดได้จากการที่เรานอนอยู่กับที่เป็นเวลานาน และภาวะสูญเสียน้ำของร่างกายได้อีกด้วย เราสามารถบรรเทาอาการนี้ได้โดยการดื่มน้ำในปริมาณมาก เพื่อให้ร่างกายขับยาออกมาทางปัสสาวะ และทดแทนน้ำในร่างกายที่สูญเสียไประหว่างดูดไขมัน

มีน้ำไหลออกมาจากแผล

          น้ำที่ไหลออกมาจากแผลดูดไขมัน เป็นน้ำที่แพทย์ใส่เข้าไปในขั้นตอนแรกของการดูดไขมันเหนียง คือ สารน้ำ Tumescent นั่นเอง น้ำที่ไหลออกมาจะเป็นน้ำเกลือ และน้ำล้างเนื้อ ซึ่งอาจทำให้ผ้ารัดหน้าหรือเสื้อผ้าเปียกได้ ซึ่งเป็นการดีแล้วที่น้ำไหลออกมาจากแผล เพราะจะช่วยให้แผลของเราหายเร็วขึ้น ลดอาการบวมลง และช่วยให้เหนียงเข้าที่เร็ว

ปัญหาแผลดูดไขมัน

          ปัญหาเรื่องแผลดูดไขมันเหนียง จะแบ่งเป็นการทิ้งรอยแผลดูดไขมันไว้ และการติดเชื้อของแผล กรณีแรกคือรอยแผลดูดไขมันนั้น ไม่จำเป็นต้องกังวลใด ๆ เพราะหมอจะเปิดแผลขนาดเล็ก ๆ ให้ในจุดที่ลับตาคน ทำให้มีโอกาสเกิดแผลเป็นน้อยมาก และทางเอมาร่าคลินิก ยังมีบริการเลเซอร์รอยแผลหลังดูดไขมันให้ จนกว่าจะถึงพอใจ

          ดังนั้นไม่ต้องกังวลเรื่องรอยใด ๆ เลย ส่วนกรณีที่สองคือแผลติดเชื้อ กรณีนี้จะไม่พบบ่อยแล้วในปัจจุบัน เนื่องจากการดูดไขมันเหนียงในปัจจุบัน ไม่ได้เป็นหัตถการที่สกปรก แต่ก็สามารถเกิดได้ หากคนไข้ไม่ได้ทำความสะอาดแผลเป็นประจำ และรับประทานอาหารที่ไม่สะอาด ตามที่เจ้าหน้าที่เคยแจ้งไว้

ดูดไขมันเหนียงเป็นไตแข็ง

          หลังดูดไขมันเหนียงเป็นไต มีลักษณะเหมือนก้อนแข็ง ๆ ใต้ผิว เป็นอาการปกติที่สามารถพบได้บ่อย ในเคสที่ดูดเหนียงด้วยเครื่องดูดไขมันพลังความร้อน เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่นพังผืด, ห้อเลือด หรือภาวะ Seroma เป็นต้น ไตแข็งหลังดูดไขมันเหนียง สามารถนิ่มลงได้เอง แต่จะใช้ระยะเวลานาน ทั้งนี้สามารถประคบอุ่นหรือสวมผ้ารัดเหนียง เพื่อให้ก้อนแข็งนิ่มลงได้ นอกจากนี้ หากต้องการให้ก้อนแข็งนิ่มลงเร็ว ๆ ก็สามารถนวด Thermatight ที่คลินิกได้เช่นกันครับ

ภาวะ Seroma

          หลังดูดเหนียงออกไปแล้ว จะเกิดช่องว่างขึ้นระหว่างผิวหนังและกล้ามเนื้อ จึงทำให้ร่างกายสร้างน้ำขึ้นมาแทนที่ช่องว่างนี้ โดยเราจะเรียกอาการนี้ว่า Seroma หากมีน้ำที่ใต้ผิวไม่เยอะ ร่างกายก็สามารถดูดซึมออกไปได้เอง แต่ถ้ามีน้ำเยอะ รู้สึกว่าใช้ชีวิตลำบาก ก็สามารถเข้ามาพบหมอได้ครับ เดี๋ยวหมอจะเจาะน้ำออกให้ แค่นี้ก็ไม่บวมแล้วครับ

ดูดไขมันเหนียง ราคาเท่าไหร่

ดูดไขมันเหนียง ผิวจะย้วยไหม?

          ดูดไขมันเหนียงมาแล้ว อาจจะมีปัญหาเหนียงย้วยได้ หากไม่ทำตามที่หมอแนะนำ เช่น ทำกระชับเหนียง, สวมผ้ารัดเหนียง อย่างน้อย 22 ชั่วโมงต่อวัน หรือการนวดกระชับหลังดูดไขมันเป็นต้น สำหรับเคสใดที่มีปัญหาเหนียงหย่อนคล้อยมาก แล้วหมอแนะนำให้กระชับเหนียงด้วย J Plasma แต่คนไข้ไม่สะดวกทำ การนวดกระชับและสวมที่รัดหน้า ก็สามารถช่วยให้เหนียงกระชับขึ้นได้ในระดับหนึ่ง แต่จะใช้ระยะเวลาที่นานขึ้นกว่าเหนียงจะเข้าที่ และไม่ได้เฟิร์มกระชับขึ้นไปอย่างการใช้ J Plasma ครับ

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ดูดไขมันเหนียง บวมกี่วัน

          หลังดูดไขมันเหนียง จะมีอาการบวมจากการอักเสบใต้ผิว เพราะเส้นเลือดฝอยขนาดเล็ก ได้ถูกทำลายไประหว่างดูดไขมัน  จึงทำให้ในช่วง 1-3 วันแรก จะมีอาการบวมมาก ให้คนไข้ดูแลตัวเองหลังดูดไขมันตามที่หมอแนะนำ เพื่อให้อาการบวมลดน้อยลง และเข้าที่ไว อาทิ การกินยาลดบวม, การสวมที่รัดเหนียง หรือการนวดกระชับเหนียง เป็นต้น นอกจากอาการบวมแล้ว เรายังอาจเจอกับอาการฟกช้ำได้อีกด้วย ซึ่งอาการฟกช้ำนี้จะไม่เป็นอันตรายใด ๆ จะค่อย ๆ เปลี่ยนจากสีแดงอมม่วงเข้ม ๆ  เป็นสีเขียวเหลือง และค่อย ๆ จางหายไปภายในไม่กี่วัน

ดูดไขมันเหนียง อยู่ได้นานไหม?

           โดยปกติแล้วผลลัพธ์ที่ได้หลังดูดไขมันเหนียง สามารถลดเหนียงใต้คางได้ในระยะยาว แต่ทั้งนี้ก็ยังขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนไข้ด้วยเช่นนะครับ หากมีการรับประทานอาหารเหมือนเดิม ไม่มีการออกกำลังกายเพิ่มเติม ไขมันใต้คางก็สามารถกลับมาสะสมเหมือนเดิมได้ง่าย ๆ นอกจากนี้ คนที่มีอายุมากแล้ว ระบบเผาผลาญของร่างกายจะทำงานน้อยลง ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะทำให้เหนียงกลับมาได้ (ทั้งนี้ การยกกระชับเหนียงด้วย J Plasma จะช่วยยืดเวลาที่เหนียงจะกลับมาออกไปได้)

ดูดไขมันเหนียง อันตรายไหม

           ดูดไขมันเหนียงอันตรายไหม? ในปัจจุบันการดูดไขมันเหนียงไม่มีความอันตรายใด ๆ หากอยู่ภายใต้การดูดไขมันกับคลินิกที่ได้มาตรฐาน ซึ่งในสมัยก่อน ที่การดูดไขมันแล้วเสียชีวิตเกิดขึ้นได้ เกิดจากการที่แพทย์ไม่มีเทคนิคดูดไขมันที่เหมาะสม, ไม่มีการใช้ยาชา หรือยาสลบ เพื่อระงับความเจ็บที่เกิดขึ้น, ไม่มีเครื่องดูดไขมันที่ช่วยให้ใช้เวลาดูดไขมันน้อยลง, ไม่มีห้องผ่าตัดปลอดเชื้อ เป็นเพียงห้องธรรมดา รวมไปถึงนวัตกรรมต่าง ๆ ก็ล้าสมัย จึงทำให้การดูดไขมันมีความเจ็บปวดทรมาณ ติดเชื้อ และเสียเลือดมาก

          แต่ในปัจจุบัน นวัตกรรมของวงการดูดไขมันได้ก้าวไกลมาจากอดีตมาก ทั้งเครื่องดูดไขมันที่ทันสมัย (body-jet, Vaser Smooth 2.2 หรือ Ultra Z เป็นต้น), มีเครื่องยกกระชับสัดส่วนที่ทำให้เห็นผลชัดเจนขึ้น (J Plasma), มีเทคนิคการดูดไขมันใหม่ ๆ , มีการใช้ยาชาและยาสลบอย่างปลอดภัย และมีห้องผ่าตัดที่ปลอดเชื้อได้ถึง 99.99% ทำให้การดูดไขมันไม่เจ็บอีกต่อไป เสียเลือดน้อยลง ไร้การติดเชื้อ ปลอดภัย และได้ผลลัพธ์ที่ดี ไม่อันตรายแล้วครับ

ดูดไขมันอันตรายไหม

ดูดไขมันเหนียง ที่ไหนดี?

          การดูดไขมันเหนียง เป็นหัตถการที่ทำบริเวณใกล้เคียงใบหน้าที่สุด ถ้าไม่อยากให้เกิดข้อผิดพลาดใด ๆ ก่อนตัดสินใจว่าจะดูดไขมันเหนียงที่ไหนดี ให้พิจารณาและเลือกคลินิกดูดไขมันเหนียงที่มีความน่าเชื่อถือ, มีภาพรีวิวจากเคสจริง, แพทย์มีความเชี่ยวชาญด้านการดูดไขมัน, มีเครื่องดูดไขมันทันสมัย, มีห้องผ่าตัดที่ได้มาตรฐาน, มี After Care บริการ และความใส่ใจดูแลของเจ้าหน้าที่ นอกจากนี้ เราก็ควรหาข้อมูล สอบถามเพิ่มเติม และตรวจสอบให้แน่ชัดว่า คลินิกดูดไขมันที่เราเลือกมีมาตรฐานจริง ๆ อย่าเลือกคลินิกที่เน้นการดูดไขมันเหนียงราคาถูก แต่ควรเลือกคลินิกที่มีราคาเหมาะสม และเน้นความปลอดภัยเป็นหลัก

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

สิ่งที่ต้องเช็คก่อนดูดไขมันเหนียง

          เคยไหม? ที่ตั้งใจจะเข้าไปดูดไขมัน แต่กลับเจอปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ เช่นราคาดูดไขมันเหนียงที่ไม่ตรงปก, เขียนราคานี้ แต่จ่ายจริงอีกราคานึง, เรียกเก็บเงินเพิ่มหลังทำเสร็จ, แจ้งว่ามีวิสัญญีแพทย์ในการให้ยาสลบ แต่จริง ๆ แล้วไม่มี (ทำให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้), เครื่องดูดไขมันที่ตกลงกัน กับเครื่องที่ใช้จริงไม่เหมือนกัน (เช่นใช้เครื่องอื่น แต่แจ้งว่าเป็นเครื่องเวเซอร์ เป็นต้น), ผลลัพธ์ออกมาไม่ดีอย่างที่พูดคุยไว้, ห้องผ่าตัดที่ไม่ได้มาตรฐานอย่างที่โฆษณา (เช่นการบอกว่ามีระบบครบครัน แต่จริง ๆ แล้วไม่มีอะไรเลย) และอื่น ๆ อีกมากมาย

          ปัจจุบันมีคลินิกดูดไขมันหลายแห่งให้เลือก แต่ละคลินิกก็จะมีการโฆษณาถึงข้อดีที่แตกต่างกันไป ซึ่งโฆษณาของคลินิกดูดไขมันมีอยู่หลายรูปแบบ บ้างก็โฆษณาถึงความจริงที่เกิดขึ้น บ้างก็โฆษณาเกินความเป็นจริง ทำให้เราหลงทางพลาดเข้าไปดูดไขมันเหนียงที่นั่น และเจอกับบรรดาปัญหาต่าง ๆ มากมาย ตามที่ได้กล่าวไปข้างต้น

          ซึ่งจะดีกว่าไหม? ถ้าเรารู้เท่าทัน และสามารถสังเกตได้ด้วยตัวเองว่า คลินิกไหนพูดตามความเป็นจริง และได้มาตรฐานจริง ๆ บ้าง เรามาลองตรวจสอบข้อมูลตามลิสด้านล่างนี้ได้เลยครับ!

  • คลินิกดูดไขมันตั้งอยู่ในสถานที่ที่น่าไว้ใจ
  • คลินิกดูดไขมันมีความน่าเชื่อถือ
  • คลินิกดูดไขมันมีการให้ข้อมูลอย่างถูกต้อง
  • คลินิกมีการทำทุกขั้นตอนตามมาตรฐานสากล
  • แพทย์มีความเชี่ยวชาญจริง เป็นแพทย์จริง (สอบถามชื่อและนำไปตรวจสอบ)
  • มีวิสัญญีแพทย์สำหรับให้ยาสลบจริง (สอบถามชื่อและนำไปตรวจสอบ)
  • มีห้องผ่าตัดที่ปลอดเชื้อ และมาพร้อมด้วยระบบต่าง ๆ ครบครัน
  • มีเครื่องดูดไขมันที่ทันสมัย และเครื่องมือที่เป็นรุ่นใหม่
  • คลินิกสะอาด มีการฆ่าเชื้ออยู่ตลอดทั้งวัน
  • มีการฆ่าเชื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ อย่างถูกต้อง
  • ให้คำแนะนำที่ดี เต็มใจดูแล และให้บริการเต็มที่
  • ยินดีช่วยเราแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น

ดูดไขมันเหนียง ราคาเท่าไหร่?

          ดูดไขมันเหนียง (ดูดไขมันใต้คาง) ที่ Amara Clinic จะมีราคาเริ่มต้นที่ 25,000 บาท โดยจะเป็นการดูดไขมันเหนียงใต้คางออกเท่านั้น ไม่ใช่การดูดไขมันกรอบหน้า เพื่อทำให้ปัญหาคางสองชั้นหายไป หากเป็นคนมีแก้ม แก้มก็จะยังคงอยู่เช่นเดิม ทั้งนี้ ราคาดูดไขมันเหนียง จะขึ้นอยู่กับปัจจัยส่วนบุคคล (BMI, Size, ปริมาณไขมัน และสภาพผิว) เครื่องดูดไขมันที่ใช้ และวิธีระงับความเจ็บปวดที่เลือก (ยาชาหรือยาสลบ)

ราคาดูดไขมันเหนียง อัปเดตล่าสุด

ราคาดูดไขมันเหนียง

เครื่องดูดไขมันพลังน้ำ
body-jet

เครื่องดูดไขมันพลังความร้อน

Vaser Smooth 2.2 , Ultra Z

ดูดไขมันเหนียง ราคาเริ่มต้น

39,900 บาท

25,000 บาท

วางยาสลบ โดยวิสัญญีแพทย์ เริ่มต้น

25,000 บาท

25,000 บาท

สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ดูภาพรีวิว ดูโปรโมชั่นดูดไขมันเหนียง และสอบถามราคาดูดไขมันเหนียง สำหรับเคสของท่านได้ผ่านทาง LINE ของคลินิก @amaraclinic (https://line.me/R/ti/p/@amaraclinic) ซึ่งราคาดูดไขมันเหนียงที่ Amara Clinic ตรงปกแน่นอน ไม่มีบวกเพิ่ม! (คลิกที่นี่เพื่อดู โปรโมชั่นดูดไขมัน)

ทำไมต้องดูดไขมันเหนียงที่ Amara Clinic

มีความเชี่ยวชาญ

  • ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ นำโดยคุณหมอไอซ์ และคุณหมอมะปราง
  • แพทย์มีความเชี่ยวชาญด้านการดูดไขมัน-เติมไขมันโดยตรง
  • แพทย์มีประสบการณ์ดูดไขมันมาแล้วหลายพันเคส
  • แพทย์จบหลักสูตรดูดไขมันเติม-ไขมันระดับสูง จากเกาหลี
  • แพทย์เป็นอาจารย์สอนแพทย์ดูดไขมันพลังน้ำ ประจำประเทศไทย
  • แพทย์เชี่ยวชาญด้านสรีระ และการออกแบบรูปร่างในแต่ละเคส
  • แพทย์ให้เวลาในแต่ละเคสเต็มที่ มีความละเอียด และปราณีตสูง

 

มีความน่าเชื่อถือ

  • เราได้รับความไว้วางใจจากคนไข้กว่าหลายพันเคส
  • เราได้รับรางวัลรับรองจากตัวแทนจำหน่ายเครื่องมือในประเทศไทย
  • รางวัล The Most Body-jet User : คลินิกที่มีเคสดูดไขมันพลังน้ำเยอะที่สุด
  • Body-jet Education Center : ศูนย์การสอนดูดไขมัน-เติมไขมัน ด้วยเครื่อง body-jet ประจำประเทศไทย
  • เราเป็นคลินิกที่มีเคสดูดไขมัน และยกระชับสัดส่วนด้วย J Plasma เยอะที่สุดในประเทศไทย
  • ดูดไขมันเหนียงรีวิวเพียบ!! เรามีจำนวนเคสรีวิวดูดไขมันเหนียง เยอะที่สุดในประเทศไทย
  • ดู Before After เพิ่มเติม : รีวิวดูดไขมัน
  • ดูรีวิวแบบเล่ารายละเอียดเคส เพิ่มเติม : แชร์ประสบการณ์ดูดไขมัน

 

มีเทคนิคดูดไขมัน

  • แพทย์ดูดไขมันในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อให้รูปร่างออกมาสมส่วนที่สุด
  • แพทย์รู้ว่าควรดูดไขมันในจุดไหน ด้วยปริมาณเท่าไหร่ เพื่อให้พอดีกับแต่ละเคส
  • ไม่ดูดไขมันออกมากเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาผิวคลื่นได้
  • ไม่ดูดไขมันออกน้อยเกินไป เพราะอาจทำให้ไม่เกิดความเปลี่ยนแปลง
  • แพทย์มีการนำเทคนิคดูดไขมัน-เติมไขมัน จากประเทศเกาหลีมาใช้
  • เทคนิคซ่อนแผลดูดไขมัน และมีการเปิดแผลขนาดเล็กที่สุด
  • เทคนิคดูดไขมัน Sexy Line 3D, ดูดไขมัน Six Pack 3D
  • เทคนิคดูดไขมันเอวเอส 360° , เทคนิคดูดไขมันต้นแขนเรียวสวย
  • เทคนิคฉีดไขมันจากเกาหลี โดยการเรียงไขมันให้ถูกตำแหน่ง ในปริมาณที่เหมาะสม

 

มีความทันสมัย

  • เลือกใช้แต่เทคโนโลยีใหม่ที่ทันสมัย ได้มาตรฐาน ผ่านการรับรอง
  • เลือกแต่สิ่งที่ดีที่สุดเท่านั้น และเราไม่ลดมาตรฐานอย่างแน่นอน
  • มีเครื่องมือหลากหลาย แพทย์เลือกใช้ตามความเหมาะสมของแต่ละเคส
  • Body-jet เครื่องดูดไขมันพลังน้ำ นวัตกรรมใหม่จากเยอรมนี
  • Vaser Smooth 2.2 เครื่องดูดไขมันเวเซอร์รุ่นใหม่ล่าสุด
  • Ultra Z เครื่องดูดไขมันจากเกาหลี ที่เหมาะกับสาวไซซ์เล็กที่สุด
  • J Plasma เครื่องกระชับสัดส่วน เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดจากอเมริกา
  • HIFEM เครื่องกระตุ้นกล้ามเนื้อแบบเร่งด่วน (ปั้นก้นเด้ง ซิกแพค เซ็กซี่ไลน์)
  • Venus Legacy เครื่องนวดกระชับหลังดูดไขมัน ราคาหลักล้านที่ดีที่สุด

 

มีห้องผ่าตัด มาตรฐานโรงพยาบาล

  • ห้องผ่าตัดมาตรฐานสากล เทียบเท่าห้องผ่าตัดโรงพยาบาลชั้นนำ
  • ภายในห้องผ่าตัดมีระบบ เครื่องมือ อุปกรณ์ที่ครบครัน เลือกมาดีที่สุด
  • มีทีมวิสัญญีแพทย์วิชาชีพ และทีมพยาบาล คอยดูแลตลอดเคส
  • ระบบกรองอากาศให้ปลอดเชื้อ 99.99%
  • ระบบควบคุมอากาศ, ควบคุมความดัน, ควบคุมความชื้น
  • ระบบออกซิเจนไปป์ไลน์, ระบบสำรองไฟฉุกเฉิน
  • ระบบระบายแก๊สส่วนเกิน, เครื่องดมยาสลบรุ่นใหม่
  • อุปกรณ์ช่วยชีวิตฉุกเฉิน, ยาสำหรับกรณีฉุกเฉิน
  • ประตูผนึกแน่น ป้องกันไม่ให้อากาศจากภายนอกผ่าตัดเข้ามา
  • อ่านข้อมูลเพิ่มเติม : ห้องผ่าตัดดูดไขมัน

 

เน้นความปลอดภัย และปลอดเชื้อ

  • เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ จะได้รับการฆ่าเชื้อทั้งก่อนและหลัง
  • ใช้เครื่องอบฆ่าเชื้อด้วยพลังความร้อน รุ่นที่ดีที่สุด
  • เราเลือกใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่ดีและมีราคาสูง เพื่อฆ่าเชื้อให้ได้มากที่สุด
  • วางยาสลบ อย่างปลอดภัย โดยวิสัญญีแพทย์วิชาชีพทุกเคส
  • อ่านเพิ่มเติมเรื่อง : การวางยาสลบ

 

ดูแลเต็มที่ทุกขั้นตอน

  • ยินดีให้ข้อมูล ให้คำแนะนำ และรายละเอียด
  • ให้บริการด้วยใจทุกขั้นตอน ทั้งก่อนและหลังดูดไขมัน
  • แพทย์มีการติดตามผลการรักษาอย่างต่อเนื่อง
  • มีบริการ After Care หลังดูดไขมันครบครัน
  • บริการห้องพักฟื้นหลังดูดไขมัน ระดับ VVIP
  • มีมื้อรับรองหลังดูดไขมัน และเซ็ตยาให้รับประทาน
  • บริการทำความสะอาดแผลตัดไหม ที่คลินิกทุกวัน
  • บริการนวดกระชับสัดส่วน ด้วยเครื่อง Venus Legacy
  • บริการฉายแสง LED เพื่อลดอาการบวม และการอักเสบ
  • บริการนวดสลายก้อนไตแข็ง ด้วย Thermatight
  • บริการเลเซอร์ลดเลือนรอยแผล และฉีดลดคีลอยด์

อ่านเพิ่มเติม : After Care หลังดูดไขมัน

สรุป

          ใครที่กำลังมีปัญหาเหนียงออก มีคางสองชั้น หรือรู้สึกรำคาญไขมันใต้คางเวลาก้มหน้า ลองเข้ามาปรึกษาหมอ เพื่อประเมินการดูดไขมันเหนียงกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ Amara Clinic ได้เลยครับ ฟรี! ค่าปรึกษาทุกเคส!! หมอยินดีให้คำปรึกษาอย่างตรงจุด ให้ข้อมูลละเอียด และวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสมทุกเคส เราเน้นเรื่องความปลอดภัย มาตรฐาน และผลลัพธ์ที่ดีที่สุดเป็นหลัก สอบถามจองคิวดูดไขมันเหนียง หรือนัดปรึกษาหมอ ได้ที่ช่องทางติดต่อตามด้านล่างนี้ครับ

ปรึกษาแพทย์ฟรี ที่ Amara Clinic

ลงทะเบียนดูดไขมัน คลิกที่นี่
ติดต่อสาขารัชโยธิน : 062-946-2397
ติดต่อสาขาราชพฤกษ์ : 062-556-6623
ติดต่อทาง LINE : @amaraclinic (กดที่ลิ้งค์นี้ได้เลย >> https://line.me/R/ti/p/@amaraclinic)

 

หมอไอซ์

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูดไขมัน
นพ. วิษณุ เฮ้งสวัสดิ์ (หมอไอซ์)
อาจารย์แพทย์ด้านการดูดไขมันพลังน้ำ body-jet
อาจารย์แพทย์สอนฉีดฟิลเลอร์ (Restylane Trainer)

หมอไอซ์

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูดไขมัน
นพ. วิษณุ เฮ้งสวัสดิ์ (หมอไอซ์)
อาจารย์แพทย์ด้านการดูดไขมันพลังน้ำ
อาจารย์แพทย์สอนฉีดฟิลเลอร์ Restylane

บทความนี้ จัดทำขึ้นโดย Amara Clinic (เอมาร่า คลินิก) ขอสงวนสิทธิ์ในการห้ามมิให้ผู้ใดใช้ประโยชน์ คัดลอก ทำซ้ำ หรือเผยแพร่บทความนี้ในนามอื่น (ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหา, ข้อมูลทั้งหมด หรือบางส่วนก็ตาม) โดยไม่ได้รับอนุญาต หากพบเจอจะถูกดำเนินการตามกฎหมาย

แพทย์ประจำคลินิก

บริการแนะนำ

ลงทะเบียนปรึกษาฟรี ที่นี่!