กระชับคอเหี่ยวให้ตึง ผิวแน่น ไม่ต้องผ่าตัด!

sagging-neck/

ใบหน้ามักเป็นส่วนที่หลายคนให้ความสนใจและดูแลมากพิเศษเป็นอันดับต้น ๆ ทั้งการครีมบำรุงผิวหน้าที่ช่วยให้ผิวกระจ่างใส ลดเลือนริ้วรอย เพราะหมอเชื่อว่าคงไม่มีใครอยากหน้าแก่ก่อนวัยหรอกครับ แต่ยังมีอีกหนึ่งสัดส่วนที่สำคัญไม่แพ้กันและเป็นบริเวณที่อยู่ใกล้กับใบหน้าอีกด้วย นั่นก็คือ “ลำคอ” หลายคนทาครีมแค่ที่หน้า แต่ลำคอล่ะครับ หลงลืมกันไปหรือเปล่า? นี่แหละครับจึงอาจเป็นที่มาของคอเหี่ยว คอย่น คอหย่อนคล้อยจากการละเลยการดูแล รวมไปถึงปัจจัยอื่น ๆ ที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้หรือหลบหลีกได้ยาก ทั้งอายุที่มากขึ้น แสงแดด มลภาวะ การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว รวมไปถึงสาเหตุที่เราอาจไม่คาดคิดต่าง ๆ มากมายครับ

วันนี้หมอจะพาทุกคนมาเอาใจใส่ดูแลผิวหนังบริเวณลำคอกันให้มากขึ้น เพื่อผิวหน้าและลำคอที่อ่อนเยาว์ไปพร้อม ๆ กัน ลดปัญหาเรื่องคอเหี่ยว คอย่น คอหย่อนคล้อย ด้วยเทคนิคยกกระชับคอด้วยตัวเอง รวมไปถึงทางเลือกในการลดคอเหี่ยวด้วยนวัตกรรมกระชับผิวแบบไม่ต้องผ่าตัด J Plasma ที่กำลังเป็นที่นิยมในขณะนี้ครับ

เมื่อเรายังเด็กหรือสังเกตจากผิวของเด็ก ๆ ก็จะพบว่า ผิวนั้นมีความเต่งตึงกระชับ ผิวพรรณสดใส ผิวเรียบเนียน นั่นก็เป็นเพราะโครงสร้างผิวในวัยเด็กมีทั้งไขมันเรียงตัวกัน มีการผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินอยู่อย่างต่อเนื่อง ในชั้นผิวมีการอุ้มน้ำได้ดี และแน่นอนครับว่าเมื่ออายุที่มากขึ้น โครงสร้างผิวของเราก็ยิ่งอ่อนแอลง ซึ่งร่างกายเราจะสร้างคอลลาเจนได้เองถึงอายุ 20 ปี จากนั้นคอลลาเจนและอีลาสตินจะลดลง ชั้นไขมันก็ฝ่อตัวลง การอุ้มน้ำในผิวก็ลดลง ส่งผลให้เกิดปัญหาเรื่องผิวพรรณที่หย่อนคล้อยตามมา นี่ก็รวมไปถึงปัญหาผิวหนังลำคอกันด้วย เป็นที่มาของคอเหี่ยว คอย่น คอหย่อนคล้อย เราลองมาดูโครงสร้างผิวของเราในแต่ละช่วงวัยกันหน่อยครับว่า เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง โดยความเปลี่ยนแปลงที่ว่านี้จะเริ่มตั้งแต่เมื่อเราอายุเข้า 20 ปีขึ้นไป ก็จะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงกันได้บ้างแล้วครับ

คอเหี่ยว

อายุ 20 ปีขึ้นไป

เริ่มมีการเสื่อมสลายของคอลลาเจน ที่ทำหน้าที่คล้ายกาวที่ยึดส่วนต่าง ๆ ในร่างกาย เป็นโปรตีนที่ช่วยให้ผิวแข็งแรงและสร้างความตึงกระชับให้ผิว รวมไปถึงยังมีการลดลงของอิลาสตินที่เป็นโปรตีนอีกหนึ่งชนิด ที่ช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่นเหมือนติดสปริงครับ เมื่ออายุเข้า 20 ปี ร่างกายจะสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินได้น้อยลง ผิวพรรณเริ่มไม่สดใสเหมือนตอนวัยรุ่นและเริ่มมีเส้นริ้วรอยบาง ๆ ครับ 

อายุ 30 ปีขึ้นไป

เมื่ออายุ 30 ปีขึ้นไป โครงสร้างชั้นผิวหนังแท้เริ่มมีปัญหาเพิ่มขึ้น เนื่องจากคอลลาเจนและอิลาสตินลดลงมาก บวกกับปัจจัยที่การผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกทำได้ช้าลงอีกด้วย เราจะเริ่มสังเกตได้ว่าผิวหนังมีความแห้งกร้าน แห้งลอก จึงทำให้เห็นริ้วรอยที่ลึกขึ้น รวมไปถึงผิวหนังมีความหย่อนคล้อยร่วมด้วยครับ นอกจากนี้ยังมีปัญหาชั้นไขมันเริ่มบางตัวลง โครงสร้างผิวบางส่วนมีการยุบตัวลงเนื่องจาก Baby Fat หายไป

อายุ 40 ปีขึ้นไป

ในวัย 40 ปีขึ้นไป โครงสร้างผิวอ่อนแอลงมาก ทั้งคอลลาเจน อิลาสติน และการกักเก็บน้ำในชั้นผิวเสื่อมสลายไป ทำให้ผิวมีปัญหาลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นผิวที่ลึกกว่าชั้นไขมัน และมีโครงสร้างเป็นเนื้อเยื่อพังผืดห่อหุ้มกล้ามเนื้อ โดยมีความสำคัญในการช่วยยกกระชับผิวหนัง เมื่อผิวชั้น SMAS ทรุดโทรมลงก็จะทำให้ผิวเกิดความหย่อนคล้อย เริ่มเห็นเป็นชั้นคอเหี่ยว คอย่น คอหย่อนคล้อยอย่างเห็นได้ชัดในช่วงวัยนี้ครับ

อายุ 50 ปีขึ้นไป

รูปหน้าในวัย 50 ปีจะเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดครับ เนื่องจากผิวหนังมีความหย่อนคล้อยมาก ชั้นไขมันหายไป ผิวหนังบางลง โครงสร้างของกระดูกและกล้ามเนื้อบนใบหน้าอ่อนแอและยุบตัวลง ใบหน้าตอบ บางจุดบุ๋มลง รูปหน้าไม่สมส่วน

อายุ 60 ปีขึ้นไป

ความหนาแน่นของผิวลดลงมาก ไม่มีไขมันพยุงผิว ผิวแห้งขาดน้ำ เกิดริ้วรอยที่ลึกลงมาก ผิวไม่กระชับ มีความหย่อนคล้อยเหี่ยวย่น โดยเฉพาะบริเวณลำคอเหี่ยว คอย่น และผิวหนังลำคอหย่อนคล้อย

สอบถามฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ลงทะเบียนปรึกษาฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คอเหี่ยวเกิดจากอะไร

เมื่ออายุมากขึ้น เป็นธรรมดาครับที่โครงสร้างของผิวจะเริ่มเสื่อมโทรมลง ส่งผลให้ผิวเหี่ยวย่น มีริ้วรอย และมีความหย่อนคล้อยลงตามอายุและแรงโน้มถ่วงของโลก ซึ่งคอเหี่ยวเกิดจากการที่คอลลาเจนและอิลาสตินเสื่อมสลายลงและไม่มีการผลิตขึ้นมาใหม่ ผิวบริเวณลำคอจึงสูญเสียความแข็งแรงและความยืดหยุ่น

คอเหี่ยว

ขอบคุณภาพประกอบจาก : learnmuscles.com

กล้ามเนื้อแพลทิสมา Platysma

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยของกล้ามเนื้อบริเวณลำคออ่อนแอลง ซึ่งกล้ามเนื้อบริเวณลำคอที่เรียกว่า “แพลทิสมา Platysma” ที่แผ่คลุมตั้งแต่ไหปลาร้าไปยังบริเวณใบหน้าส่วนล่าง (บริเวณขอบขากรรไกรไปถึงกล้ามเนื้อมุมปาก) ซึ่งกล้ามเนื้อแพลทิสมาจะทำหน้าที่ต่อเมื่อเราเกร็งกล้ามเนื้อบริเวณลำคอพร้อมกับการดึงมุมปากออกด้านข้างและลงด้านล่างครับ สังเกตได้ง่าย ๆ ให้ลองเงยหน้ามองเพดานแล้วกัดฟันแน่น ๆ จะสังเกตเห็นเส้นกล้ามเนื้อที่ลากยาวจากลำคอถึงไหปลาร้ามันจะนูนตึงออกมาครับ ส่วนใหญ่แล้วมักจะเกิดขึ้นเวลาที่เราแสดงสีหน้าและเวลาที่ต้องออกแรงยกของหนัก ๆ ครับ

ดังนั้น เมื่ออายุมากขึ้น กล้ามเนื้อแพลทิสมาถูกใช้งานบ่อย ๆ ก็จะทำให้อ่อนแอลง บวกกับคอลลาเจนและอีลาสตินที่ลดลงก็ผิวหนังบริเวณลำคอขาดความยืดหยุ่น เกิดเป็นคอเหี่ยว ผิวลำคอหย่อนคล้อย โดยจะพบได้มากในคนอายุตั้งแต่ 30-40 ปีขึ้นไปครับ

บทความที่เกี่ยวข้อง

สาเหตุของคอเหี่ยว คอย่น คอหย่อนคล้อย

นอกจากเรื่องของอายุที่เพิ่มมากขึ้นแล้ว ปัญหาคอเหี่ยว คอย่น คอหย่อนคล้อยเกิดได้จากปัจจัยอื่น ๆ รอบตัว รวมไปถึงพฤติกรรมบางอย่างที่เราอาจคาดไม่ถึงครับ ดังนั้น ไม่ต้องรอให้อายุขึ้นเลข 3 หรือเลข 4 ถ้าหากมีปัจจัยเสี่ยงก็อาจเจอกับปัญหาเรื่องคอเหี่ยว คอหย่อนคล้อยกันก่อนวัยได้ครับ 

  • ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง เมื่ออายุมากขึ้น ฮอร์โมนเพศหญิงเอสโตรเจนลดลง ส่งผลให้โครงสร้างผิวเสื่อมลง
  • สูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ ร่างกายสูญเสียน้ำ ทำให้ผิวขาดความชุ่มชื่น ส่งผลให้ผิวแห้ง มีริ้วรอย และเหี่ยวย่น
  • ลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว การหักโหมลดน้ำหนักรวดเร็ว เช่น การอดอาหารหรือทานอาหารไม่เพียงพอ ทำให้ผิวที่เคยขยายตัวเกิดการหดตัวอย่างรวดเร็วเกินไป ส่งผลให้คอลลาเจนและอิลาสตินถูกทำลาย
  • ไม่ทาครีมกันแดด หลายคนละเลยการทาครีมกันแดดที่ลำคอ จึงทำให้แสง UV ทำร้ายผิวให้เกิดริ้วรอยและผิวขาดความกระชับ
  • ก้มคอบ่อย ๆ การใช้กล้ามเนื้อคอบ่อย ๆ เช่น การก้มคอ หรือ การนอนหมอนเตี้ย ๆ เป็นเวลานาน ๆ ท่าเดิมซ้ำ ๆ ยิ่งทำให้ผิวเกิดรอยพับ และทำลายความยืดหยุ่นของผิวลำคอ

ป้องกันและฟื้นฟูคอเหี่ยว เริ่มต้นง่าย ๆ ที่ตัวเรา

ถึงแม้ว่าอายุเราจะยังน้อยอยู่และอย่าเพิ่งชะล่าใจไปนะครับ เพราะหากเราละเลยไม่ดูแลตัวเอง ปัญหาคอเหี่ยว คอหย่อนคล้อย อาจมาเยือนก่อนวัยได้ รวมไปถึงหากใครที่เริ่มสังเกตได้ว่าตัวเองเริ่มมีปัญหาผิวพรรณที่หย่อนคล้อยกันแล้ว ก็ยังไม่สายที่เราจะเริ่มกลับมาดูแลตัวเองมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกัน ลดความเสี่ยง และฟื้นฟูผิวพรรณบริเวณลำคอให้กลับมากระชับและเต่งตึงขึ้นครับ

ทาครีมบำรุง ครีมกันแดด

ก่อนออกจากบ้าน หมอแนะนำให้ทาครีมบำรุงที่มีส่วนผสมเรติโนอิคแอซิด (Retinoic Acid), แอสคอร์บิกแอซิด (Ascorbic Acid), ไกลโคลิกแอซิด (Glycolic Acid) ที่ช่วยชะลอความเสื่อมของผิวหนังได้ ทาหน้าแล้วอย่าลืมทาที่ลำคอกันด้วยนะครับ รวมไปถึงทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป โดยทาก่อนออกแดดอย่างน้อย 30 นาทีครับ

ลดน้ำหนักอย่างถูกวิธีและออกกำลังกาย

การลดน้ำหนักอย่างถูกวิธีจะช่วยให้น้ำหนักค่อย ๆ ลดลง ส่งผลให้สุขภาพดีอย่างยั่งยืนและทำให้โครงสร้างผิวหนังค่อย ๆ ปรับตัวกับการยืดหดหลังลดน้ำหนักครับ ซึ่งการลดน้ำหนักอย่างถูกวิธีที่หมอแนะนำก็คือ ลดน้ำหนักแบบนับแคลอรี่ โดยในผู้ชายควรรับประทานอาหารไม่เกิน 2,500 กิโลแคลอรี่ต่อวัน และในผู้หญิงไม่ควรเกิน 2,000 กิโลแคลอรี่ครับ ต้องถือคติว่า “กินให้น้อยกว่าใช้” รวมไปถึงออกกำลังกายเพื่อเพิ่มการเผาผลาญไขมันกันด้วยนะครับ เพราะการออกกำลังกายนอกจากจะส่งผลดีต่อสุขภาพแล้ว ยังช่วยให้ยกกระชับคอ ผิวเฟิร์มมากขึ้น และช่วยให้การไหลเวียนเลือดดี ส่งผลให้เซลล์ผิวมีประสิทธิภาพและแข็งแรงครับ

ทานอาหารที่มีประโยชน์ ดีต่อผิวพรรณ

การทานอาหารให้ครบ 5 หมู่เป็นสิ่งสำคัญมากครับ นอกจากนี้การเสริมด้วยอาหารที่มีวิตามินซีสูงยังช่วยกระตุ้นในการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่น ทำให้คอเหี่ยว คอย่นช้าลง รวมไปถึงเลือกรับประทานอาหารที่มีไขมันดี เช่น โอเมก้า 3 ในปลาทะเลจะช่วยต้านอนุมูลอิสระ ทำให้ผิวมีความชุ่มชื่น ส่งผลให้ผิวกระชับเต่งตึงครับ

ดื่มน้ำและพักผ่อนให้เพียงพอ

ในวันหนึ่งเราควรดื่มน้ำได้เพียงพอประมาณ 1.5-2 ลิตร เพื่อรักษาความชุ่มชื่นกับผิวพรรณ ให้ผิวสามารถผลิตคอลลาเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงความเครียด เพื่อรักษาสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย ซึ่งจะส่งผลให้ผิวพรรณฟื้นตัวได้ดี ผิวสุขภาพดี ผิวกระชับและไม่หย่อนคล้อยครับ

Ultraformer III กระชับคอเหี่ยว ไม่ต้องผ่าตัด

Ultraformer III

มาถึงการกระชับคอ แก้ปัญหาคอเหี่ย คอหย่อนคล้อย ทางการแพทย์กันบ้างนะครับ ตอนนี้ที่ Amara Clinic เราได้นำเทคโนโลยี Ultraformer III ซึ่งเป็นเครื่องยกกระชับผิว ลดเลือนริ้วรอย โดยไม่ต้องพึ่งวิธีการผ่าตัด เหมาะสำหรับคนที่ไม่ต้องการพักฟื้น ไม่ต้องการให้ใช้สิ่งแปลกปลอมฉีดเข้าในร่างกาย และที่สำคัญคือ ให้ผลลัพธ์ได้ดีกว่าการทำ HIFU ถึง 5 เท่าครับ

โดยหลักการทำงานของ Ultraformer III จะเริ่มจากการปล่อยพลังงานคลื่นเสียงอัลตร้าซาวด์ที่มีความเข้มข้นสูง MMFU (Micro & Macro Focused Ultrasound) โดยเป็นการปล่อยพลังงานความร้อนที่อุณหภูมิ 65 – 70°C ให้พลังงานสม่ำเสมอและลงลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อใบหน้า หรือชั้น SMAS ส่งผลให้ผิวกระชับตึงได้ทันที ซึ่งจะไม่ทำให้ผิวชั้นบนร้อน ไม่ทำให้ผิวไหม้

นอกจากผลลัพธ์เรื่องการกระชับผิว ลดเลือนริ้วรอยแล้ว เครื่อง Ultraformer III ยังช่วยสลายไขมันใต้ชั้นผิวหนังพร้อมยกกระชับผิวหนังที่หย่อนคล้อยให้ตึงกระชับได้อีกด้วยครับ สำหรับเครื่อง Ultraformer III สามารถทำได้ทั้งส่วนใบหน้าและลำตัว ทั้งลดเลือนริ้วรอยบนใบหน้าและกระชับกรอบหน้า เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาคอเหี่ยว คอย่น คอหย่อนคล้อย หรือคนที่อยากจะกระชับสัดส่วนตามลำตัว (ต้องมีปริมาณไขมันที่ไม่เยอะมาก สามารถให้แพทย์ประเมินก่อนได้ครับ) แต่ทั้งนี้ การทำ Ultraformer III เหมาะกับคนที่มีระดับความหย่อนคล้อยของผิวหนังหรือคอหย่อนคล้อยในระดับน้อยเท่านั้นนะครับ หากคนไข้มีคอเหี่ยวที่อยู่ในระดับมาก หมออาจแนะนำให้กระชับผิวคอหย่อนคล้อยด้วยวิธีอื่น ๆ อย่างการทำ J Plasma แทนครับ

Ultraformer III

ทำไมต้อง Ultraformer III

  • เห็นผลทันทีหลังทำประมาณ 20% และจะเห็นผลได้เต็มที่ชัดเจนประมาณ 2 – 3 เดือน และจะอยู่ได้นานประมาณ 6 เดือน – 1 ปี (ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลและการดูแลตัวเองหลังทำ)
  • สามารถทำให้ทั้งใบหน้าและลำตัว
  • ช่วยลดเลือนริ้วรอย พร้อมยกกระชับผิวหน่อยคล้อย ลดปัญหาคอเหี่ยว
  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว
  • สลายไขมันได้ในระดับหนึ่ง
  • ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น
  • หมดปัญหาผิวไหม้
  • ให้ผลลัพธ์ดีกว่าการทำ HIFU ทั่วไปถึง 5 เท่า

บทความที่เกี่ยวข้อง

  • นวัตกรรมยกกระชับผิวหย่อนคล้อย ลดเลือนริ้วรอย แบบไม่ต้องผ่าตัด อ่านเพิ่มเติมได้ที่ Ultraformer III

J Plasma ทางเลือกกระชับผิวคอเหี่ยว คอย่น คอหย่อนคล้อย

การกระชับผิวหนังบริเวณลำคอด้วยวิธีทางการแพทย์ แน่นอนว่าย่อมแก้ปัญหาและให้ผลลัพธ์ที่ตรงจุด รวมถึงเป็นวิธีที่ไม่ได้น่ากลัวเหมือนที่ใคร ๆ เคยได้ยินมานะครับ เพราะด้วยวิวัฒนาการทางการแพทย์ที่ก้าวหน้ามาก ทำให้มีการพัฒนาวิธีการรักษาที่ให้ผลลัพธ์น่าพึงพอใจ มีการใช้ยาชาเฉพาะที่และการใช้การวางยาสลบเพื่อลดความเจ็บปวดขณะผ่าตัด แต่แน่นอนหลังยาหมดฤทธิ์ก็อาจทำให้รู้สึกเจ็บได้บ้างแต่เป็นความเจ็บที่อยู่ในระดับที่เราทนได้ครับ 

สำหรับใครที่ไม่อยากผ่าตัดใหญ่ ไม่อยากพักฟื้นนาน ๆ อยากทำครั้งเดียวจบ เห็นผลเลยทันที และไม่ต้องกลับมาทำซ้ำ ในปัจจุบันก็มีทางเลือกใหม่ที่ช่วยกระชับผิวคอเหี่ยว คอย่น คอหย่อนคล้อย นั่นก็คือ J Plasma ครับ ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ไม่ต้องผ่าตัด เหมาะกับคนที่ไม่ต้องการพักฟื้นนาน ๆ กลัวการผ่าตัด ไม่ต้องการมีแผลเป็นขนาดใหญ่ 

J Plasma ยกกระชับผิว

หลายคนคงยังสงสัยว่า J Plasma คืออะไร J Plasma คือ เทคโนโลยีที่ช่วยกระชับผิวที่หย่อนคล้อยในระดับน้อยถึงปานกลาง แบบที่ไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ ไม่ต้องตัดผิวหนังออก ซึ่งเป็นการผสานพลังงานความร้อนจากคลื่นวิทยุ RF และพลังงานฮีเลียม (ก๊าซที่ให้ความเย็น) เริ่มด้วยการเปิดแผลเพียง 3-5 มิลลิเมตร (ในรายที่มีการดูดไขมันร่วมด้วย แพทย์จะใช้แผลเดียวกันบริเวณที่ดูดไขมัน) และปล่อยพลังงานความร้อนคลื่น RF ที่ระดับความร้อนไม่เกิน 85 องศาเซลเซียส ไปยังชั้นผิวที่ต้องการกระชับเท่านั้น โดยเป็นการปล่อยความร้องในระยะเวลาอันสั้นเท่านั้นครับ เพื่อทำให้เส้นใยที่ทำหน้าที่ยึดผิวกระชับรวมไปถึงพวกเนื้อเยื่อที่เป็นโพรงให้กระชับติดกันในทันที จึงทำให้ยกกระชับคอได้อย่างรวดเร็วทันที จากนั้นจะถูกทำให้เย็นลงทันทีด้วยการปล่อยพลังงานก๊าซฮีเลียม ซึ่งจะช่วยให้ไม่เกิดความร้อนมากเกินไป เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ผิวชั้นบนไหม้ครับ

J plasma

ทำไมต้อง J Plasma

  • กระชับผิวได้ทุกสัดส่วนในร่างกาย ทั้งบริเวณใบหน้าช่วงล่าง ลำคอ และลำตัว
  • ไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ ไม่มีแผลยาว เปิดแผลเพียง 3-5 มิลลิเมตรเท่านั้น
  • ไม่ทำร้ายเส้นประสาท เส้นเลือด และเนื้อเยื่อรอบข้าง
  • อ่อนโยน ไม่ทำให้ผิวหนังชั้นบนไหม้
  • บอบช้ำน้อย พักฟื้นไว
  • ผิวกระชับขึ้นทันทีหลังทำ 10-30% ต่อจากนั้นผิวจะค่อย ๆ กระชับขึ้นในทุก ๆ วันอย่างต่อเนื่อง โดยผิวจะแน่นเฟิร์มกระชับได้เต็มที่ประมาณ 3-6 เดือนหลังทำ
  • กระชับผิวหนังระยะยาว ไม่ต้องทำซ้ำ
  • สามารถทำ J Plasma ร่วมกับ การดูดไขมัน ในรายที่มีไขมันตามกรอบหน้าและมีผิวหนังหย่อนคล้อย ได้ในคราวเดียวกัน (เปิดแผลครั้งเดียว) 
  • J Plasma ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาทั้งในประเทศไทย (อย.) และในสหรัฐอเมริกา (U.S.FDA)

หมายเหตุ : การทำ J Plasma ไม่เหมาะกับคนที่มีผิวหย่อนคล้อยในระดับรุนแรง และคนที่โรคประจำตัว เช่น ผู้ที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ, ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานในระดับรุนแรง, ผู้ที่เป็นโรคเกี่ยวกับสมองระดับรุนแรง หรือผู้ที่เป็นโรคไทรอยด์ระดับรุนแรง ทั้งนี้ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อน

สรุป

          แน่นอนครับ ว่าเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงอายุที่มากขึ้นได้ แต่สิ่งที่สำคัญที่เราทำได้คือ ดูแลตัวเองให้ดีที่สุด ด้วยการปรับการใช้ชีวิตประจำวัน หลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้โครงสร้างผิวเสื่อมโทรมลง แต่ทั้งนี้ อาจได้ผลดีกับบางกรณีครับ แต่ในบางรายที่มีปัญหาโครงสร้างผิวที่ถูกทำลายมาก ทำให้อาจยังมีปัญหาคอเหี่ยว คอย่น คอหย่อนคล้อยอยู่ ดังนั้น ทางเลือกในการยกกระชับคอที่ให้ผลอย่างตรงจุด ด้วยวิธีทางการแพทย์อย่างเทคโนโลยี J Plasma จึงเป็นวิธียกกระชับคอที่หมอแนะนำ เพราะให้ผลลัพธ์ที่ตรงจุด เป็นการยกกระชับผิวจากโครงสร้างในชั้นผิวโดยตรง ทำแล้วไม่ต้องทำซ้ำ เป็นการลงทุนครั้งเดียวแต่ให้ผลลัพธ์ที่ยืนยาว สำหรับใครที่สนใจนวัตกรรมยกกระชับคอ และยกกระชับผิวลำตัว แบบไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ ด้วย J Plasma สามารถนัดวันเข้ามาปรึกษาหรือสามารถส่งรูปเข้ามาให้หมอประเมินกันก่อนได้ครับที่ Line : @amaraclinic 

ปรึกษาฟรี! ที่ Amara Clinic

ลงทะเบียน คลิกที่นี่
สาขารัชโยธิน 062-946-2397
สาขาราชพฤกษ์ 062-556-6623
สอบถามโปรโมชั่น LINE: @amaraclinic
หรือคลิกลิงค์นี้ได้เลย https://line.me/R/ti/p/@amaraclinic

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับรูปร่าง

นพ. วิษณุ เฮ้งสวัสดิ์ (หมอไอซ์)
อาจารย์แพทย์ด้านการดูดไขมันพลังน้ำ
แพทย์ที่ทำเคส J Plasma เยอะที่สุดในเอเชีย

ลงทะเบียนปรึกษาฟรี!


              บทความนี้ จัดทำขึ้นโดย Amara Clinic (เอมาร่า คลินิก) ขอสงวนสิทธิ์ในการห้ามมิให้ผู้ใดใช้ประโยชน์ คัดลอก ทำซ้ำ หรือเผยแพร่บทความนี้ในนามอื่น (ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหา, ข้อมูลทั้งหมด หรือบางส่วนก็ตาม) โดยไม่ได้รับอนุญาต หากพบเจอจะถูกดำเนินการตามกฎหมาย