ห้องผ่าตัดมาตรฐานสากล ระดับโรงพยาบาล ที่ Amara Clinic

          Amara Clinic เราคำนึงถึงความปลอดภัยของคนไข้เป็นหลัก ไม่แพ้กับผลลัพธ์หลังดูดไขมันที่จะต้องออกมาสวยงาม ทุกอย่างที่เกี่ยวกับการผ่าตัดจะต้องดีที่สุด ทันสมัยที่สุด และปลอดเชื้อมากที่สุด “ห้องผ่าตัด” ของเรา เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เราอยากนำเสนอให้ทุกท่านได้ชมกัน ซึ่งห้องผ่าตัดพิเศษของเอมาร่าคลินิก สามารถรองรับการผ่าตัดได้ทุกรูปแบบ พร้อมติดตั้งระบบต่าง ๆ ซึ่งเราดำเนินการตามมาตรฐานสากล ดั่งห้องผ่าตัดของโรงพยาบาลชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมการติดเชื้อ, การควบคุมอากาศภายในห้องผ่าตัด,ระบบไหลเวียนอากาศ, ควบคุมความชื้น, ความคุมความดัน, ระบบป้องกันไฟฟ้าสถิต และอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน ทุกอย่างถูกเลือกสรรมาอย่างดีที่สุด เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีที่สุดของทุกท่านค่ะ

มาตรฐานของห้องผ่าตัดพิเศษมีอะไรบ้าง?

          ห้องผ่าตัดพิเศษ (Super Specialty Operating Room) ที่ Amara Clinic แน่นอนว่าต้องไม่ธรรมดา อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้นว่าทุกอย่างต้องได้มาตรฐานระดับสากล มีความปลอดภัยต่อการติดเชื้อสูง ห้องผ่าตัดของเราเป็นห้องผ่าตัดมาตรฐานระดับโรงพยาบาล ไม่ใช่ห้องผ่าตัดอย่างคลินิกทั่วไป จึงสามารถรองรับการผ่าตัดได้ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นการดูดไขมัน หรือการศัลยกรรมความงามอื่น ๆ ซึ่งหลักในการควบคุมการติดเชื้อทางอากาศของห้องผ่าตัดที่เรากล่าวถึงคือ ป้องกันเชื้อโรคเข้าและออกจากห้อง, กำจัดเชื้อออกจากอากาศ, เจือจางเชื้อที่อยู่ในอากาศ, ควบคุมอากาศให้ไหลจากที่สะอาดมาก ไปยังที่สะอาดน้อย, ป้องกันไม่ให้เชื้อเจริญเติบโตภายในห้องผ่าตัด และต้องฆ่าเชื้อที่อยู่ในอากาศได้ โดยมีรายละเอียดดังนี้

ระบบควบคุมอากาศ อุณหภูมิ ความชื้น

          ระบบควบคุมอากาศภายในห้องผ่าตัด หรือ Air Handling Unit (AHU) ทำหน้าที่เติมอากาศเข้าและปล่อยอากาศออก เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนอากาศภายในห้องผ่าตัด โดยจะต้องสามารถหมุนเวียนอากาศภายในห้องได้ไม่ต่ำกว่า 20-25 เท่าของปริมาตรห้องต่อชั่วโมง หรือ >25 ACH (ACH ย่อมาจาก Air Changes Per Hour หมายถึง อัตราการเปลี่ยนแปลงอากาศต่อชั่วโมง) และจะต้องมีการรับอากาศจากภายนอกด้วย เพื่อให้อากาศเข้ามาหมุนเวียนในห้องผ่าตัด ไม่น้อยกว่า 5 เท่าของปริมาตรห้องต่อชั่วโมง หรือ >5 ACH และไม่ต่ำกว่า 4 ครั้ง โดยต้องผ่านระบบการกรองอากาศ (Air Filtration) ที่มีแผงกรองอากาศ 3 ระดับ ทั้ง Pre Filter (ประสิทธิภาพในการกรอง 25-30%), Medium Filter (ประสิทธิภาพในการกรอง 90-95%) และ HEPA (High Efficiency Particulate Air Filter) ซึ่งเป็นตัวกรองคุณภาพสูง มีประสิทธิภาพ 99.97% ในการกรองอากาศที่มีอนุภาคเล็กถึง 0.3 ไมครอน

          ในส่วนของการดูดอากาศออกไปภายนอกนั้น ท่อของพัดลมดูดอากาศออก ควรอยู่ในตำแหน่งที่สูง หรืออยู่ในตำแหน่งที่อากาศจะไม่สามารถเข้ามายังท่อรับอากาศได้ ทั้งนี้ควรติดตั้งท่อรับอากาศ ในบริเวณที่ห่างไกลจากพื้นที่ที่มีอากาศเสียให้มากที่สุด เช่นลานจอดรถ หรือจุดทิ้งขยะเป็นต้น นอกจากนี้ระบบควบคุมอากาศ ยังต้องสามารถปรับอุณหภูมิในช่วง 17-27ºC ได้อีกด้วย ซึ่งอุณภูมิที่เหมาะสมระหว่างทำการผ่าตัดจะอยู่ที่ 20-23ºC และมีความชื้นสัมพันธ์ระหว่าง 50-60% เพื่อป้องกันไม่ให้อุณหภูมิในร่างกายต่ำเกินไป และป้องกันการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย

ความดันภายในห้องผ่าตัด

          ความดันภายในห้องผ่าตัดต้องเป็นแรงดันบวก (Positive Pressure) คือต้องมีค่าแรงดันอากาศภายในห้องมากกว่า 2.5 pascal เมื่อเทียบกับค่าแรงดันอากาศของพื้นที่ข้างเคียง หรือเรียกได้ว่าความดันภายในห้องผ่าตัด ต้องสูงกว่าความดันภายนอก ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นฝ้า พื้นห้อง เพดาน หรือประตู ก็ต้องปิดสนิทไม่มีรูพรุน และสามารถกันความดันบวกได้ด้วย จึงทำให้อากาศไหลออกจากห้องผ่าตัดได้ แต่ไม่สามารถเข้าห้องผ่าตัดได้ (ยกเว้นอากาศที่ผ่านท่อรับอากาศเข้ามา) ด้วยระบบแรงดันจากบนลงล่าง (lamina Airflow) เพื่อควบคุมอากาศสะอาดมาก ไปหาอากาศสะอาดน้อย และป้องกันไม่ให้เชื้อโรคจากภายนอก หลุดเข้ามาได้นั่นเอง (แอบกระซิบ แค่ระบบนี้ระบบเดียวค่าติดตั้งก็หลายล้านแล้วนะคะ  อย่าลืมตรวจเช็คระบบนี้ก่อนเลือกห้องผ่าตัดนะคะ)

มาตรฐานของพื้นห้องผ่าตัด

ไม่เป็นแหล่งเพาะเชื้อ
          วัสดุที่จะนำมาใช้เป็นพื้นของห้องผ่าตัดจะต้องเป็นวัสดุเฉพาะ เพราะเชื้อโรคนั้นมีอยู่ทุกที่ เราต้องทำให้สะอาดที่สุด ปลอดเชื้อโรคที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตัวพื้นของห้องผ่าตัดจะต้องเป็นผิวเรียบ ไร้รอยต่อ รูพรุน กันน้ำ กันไฟ ไม่มีมุมหรือซอกหลืบ เพื่อป้องกันการสะสมของเชื้อรา แบคทีเรีย และเชื้อโรค อันเป็นสาเหตุที่จะทำให้คนไข้เสี่ยงติดเชื้อได้ จากบรรดา ฝุ่นละออง สารคัดหลั่ง หรือน้ำเป็นต้น

รองรับน้ำหนักได้ดี
          ในห้องผ่าตัดจะมีเครื่องมือ อุปกรณ์มากมาย รวมถึงเตียงผ่าตัดด้วย ซึ่งค่อนข้างมีน้ำหนักมาก ดังนั้นตัวพื้นจะต้องแข็งแรง และรองรับน้ำหนักได้ดี

ทำความสะอาดง่าย
          แม้จะเป็นพื้นผิวเรียบ แต่ต้องเรียบและไม่ลื่นด้วย เพื่อป้องกันการบาดเจ็บ จากการลื่นล้มของทุกคนในห้องผ่าตัด อีกทั้งตัวพื้นเองยังต้องมีความทนทานต่อการขัดสีได้ดี เพราะน้ำยาที่นำมาใช้ทำความสะอาดพื้นห้องผ่าตัด จะเป็นน้ำยาฆ่าเชื้อที่มีฤทธิ์เป็นกรด 

ป้องกันไฟฟ้าสถิต
          วัสดุที่นำมาทำพื้นห้องผ่าตัดจะต้องมีค่าความต้านทานกระแสไฟฟ้าสถิตย์ตามมาตรฐาน EN1815 เพื่อป้องกันการเกิดไฟฟ้าสถิต อันอาจก่อให้เกิดอันตรายในห้องผ่าตัดได้ (ยาสลบบางชนิดติดไฟได้ง่าย และอาจระเบิดได้ การมีระบบป้องกันไฟฟ้าสถิตจึงมีความสำคัญมาก) ดังนั้นเราจึงต้องใช้วัสดุที่ตรงตามมาตรฐานและมีระบบสายดิน เพื่อป้องกันการเกิดสถิตย์ภายในห้องผ่าตัด นอกจากนี้ยังต้องสามารถป้องกันการดูดซับของสีได้ และไม่สะท้อนแสงด้วย

ผนัง เพดาน และประตู

          ผนัง ฝ้า เพดาน ของห้องผ่าตัด เราใช้เป็นแผ่นคอมแพคลามิเนท (Compact Laminate) มีความหนามากกว่า 6 มิลลิเมตร และระหว่างแผ่นจะเป็น Resin เพื่อให้ทนทานต่อแรกกระแทก ที่มีคุณสมบัติอันครบถ้วน เหมาะสำหรับที่ใช้ในห้องผ่าตัดโดยเฉพาะ

⚪️ ผิวเรียบเสมอกันทั่วทั้งแผ่น
⚪️ ซีลสนิททุกรอยต่อด้วยซิลิโคนอย่างดี
⚪️ กันน้ำ ทนไฟ ทนความร้อน
⚪️ ไม่มีรูพรุน ร่อง ซอก
⚪️ ทนกรดด่าง
⚪️ ทนการขีดข่วน
⚪️ ทนแรงกระแทก
⚪️ ป้องกันไฟฟ้าสถิต
⚪️ ไม่เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค
⚪️ ป้องกันการเกิดเชื้อราและแบคทีเรีย

          ซึ่งเพดานห้องผ่าตัด ควรสูงไม่ต่ำกว่า 3 เมตร และควรใช้สีขาว เพราะจะช่วยให้เราสามารถสังเกตเห็นเชื้อรา หรือรอยด่างของความชื้นได้ง่ายขึ้น

ประตู

          ตามมาตรฐานสากล ประตูของห้องผ่าตัดต้องเป็นประตูบานเลื่อนอัตโนมัติชนิดผนึกแน่น (Hermatic Seal) เพื่อควบคุมการไหลของอากาศ และป้องกันอากาศรั่วไหล ซึ่งจะต้องมีระบบควบคุมการเปิด-ปิดประตูแบบไร้การสัมผัสด้วย (ประตูอัตโนมัติ) พร้อมสวิทซ์ควบคุมแบบ Switch with out contract หรือด้วยข้อศอก และเท้า นอกจากนี้ยังจะช่วยลดทอนเสียง และมีคุณสมบัติป้องกันการติดเชื้อ อื่น ๆ แบบผนังด้วย

การวางแผนผังห้องผ่าตัด

          การวางแผนผังของห้องผ่าตัดเป็นสิ่งสำคัญ ไม่สามารถติดกับห้องอื่น ๆ ทั่วไปได้ เนื่องจากต้องมีความปลอดเชื้อสูง จึงจะต้องมีห้องขั้นระหว่างห้องทั่วไป และห้องผ่าตัด เราจึงต้องแบ่งออกเป็น 3 โซน โดยประตูที่ใช้สำหรับห้องผ่าตัด จะต้องสามารถรับความดันบวกได้ และปิดสนิท เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อเข้าไปในห้องผ่าตัดได้ ซึ่งเราจะแบ่งโซนปลอดเชื้อได้ดังนี้

เขตปลอดเชื้อ (Sterile Area)
          ห้องผ่าตัด คือเขตปลอดเชื้อ เป็นห้องที่ใช้ทำการผ่าตัด จึงต้องมีความปลอดเชื้อสูง แพทย์ ทีมพยาบาล หรือเจ้าหน้าที่ทุกคน ต้องเปลี่ยนชุด สวมถุงมือ เปลี่ยนรองเท้า เก็บผมให้เรียบร้อย และสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ซึ่งจะมีการจำกัดจำนวนคนในห้องผ่าตัดไว้ และพยายามให้มีการเคลื่อนไหวน้อยที่สุด เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อในอากาศ

เขตกึ่งปลอดเชื้อ (Semi Sterile Area)
          ห้องนี้ เป็นห้องที่อยู่ระหว่างห้องผ่าตัดและห้องภายนอก เราจึงเรียกว่าห้องกึ่งปลอดเชื้อนั่นเอง ซึ่งบริเวณนี้จะเป็นที่ ๆ ทีมแพทย์ ทีมพยาบาล และเจ้าหน้าที่ ทำความสะอาดมือ เพื่อเตรียมตัวเข้าห้องผ่าตัด

เขตไม่ปลอดเชื้อ (Non Sterile Area)
          เขตไม่ปลอดเชื้อคือห้องทั่วไป จะอยู่ติดกับเขตกึ่งปลอดเชื้อ ซึ่งบุคคลภายนอกสามารถทำกิจกรรม เดินผ่านไป-มาได้

มีระบบเดินท่อออกซิเจน Pipeline (ระบบช่วยชีวิตระดับสากล)

          เรามีระบบเดินท่อออกซิเจน Pipeline ที่ได้มาตรฐานระดับโรงพยาบาล ซึ่งเป็นระบบแก๊สแยกส่วนตัว สำหรับช่วยเหลือคนไข้ในกรณีฉุกเฉิน ประกอบไปด้วยออกซิเจน, ไนตรัสออกไซด์ (แก๊สยาสลบ) และอากาศ เพื่อป้องกันไม่ให้คนไข้ได้รับออกซิเจนมากเกินไปจนเกิดพิษ เช่นปอดแฟบ หรือโพรงเยื่อแห้งเกินไป จึงต้องมีการให้อากาศบริสุทธิ์ร่วมด้วย ซึ่งอากาศดังกล่าว ไม่ใช่อากาศทั่วไป แต่เป็นอากาศที่ผ่านการกรองมาแล้ว จนปลอดเชื้อ 100% จึงจะสามารถนำมาใช้ให้คนไข้ได้ นอกจากนี้เรายังมีระบบระบายแก๊สส่วนเกิน (Scavenging) เพื่อระบายแก๊สยาสลบออกไปจากห้องผ่าตัดอีกด้วย

ระบบไฟฟ้าสำรอง

          เรามีระบบไฟฟ้าสำรอง เพื่อทดแทนการจ่ายกำลังไฟฟ้าในกรณีฉุกเฉิน หรือมีความขัดข้องในขณะผ่าตัด (ไฟตก ไฟดับ) ซึ่งระบบปั่นไฟฟ้าสำรองจะสามารถจ่ายไฟใช้งานในเวลาอันรวดเร็ว และนานต่อเนื่อง 2 ชั่วโมง หลังจากที่ระบบไฟฟ้ากำลังหลักหยุดใช้งานทันที เพื่อความปลอดภัย และป้องกันการเกิดกรณีฉุกเฉินระหว่างผ่าตัด เราจึงต้องเตรียมพร้อมในทุก ๆ เรื่อง ทั้งนี้เรามีการทดสอบการทำงานของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองเป็นประจำ

สรุป

          สำหรับท่านใดที่ยังลังเลอยู่ว่าจะดูดไขมันดีไหม? ดูดไขมันที่ไหนดี? เพราะมีความกังวลในเรื่องของความปลอดภัย การติดเชื้อ และมาตรฐานของคลินิก เราหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ท่านตัดสินใจได้ง่ายมากขึ้น ไม่เพียงแต่ห้องผ่าตัดมาตรฐานสากล เรายังมีวิสัญญีแพทย์ สำหรับเคสที่ต้องการวางยาสลบอีกด้วย แถมแพทย์ยังเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ท่านจึงสามารถมั่นใจได้ว่าการดูดไขมัน หรือทำหัตถการที่เอมาร่าคลินิกนั้น ผลลัพธ์จะออกมาดีที่สุด เหมาะสมที่สุด และปลอดภัยที่สุด เราพร้อมบริการและดูแลทุกท่านอย่างเต็มที่ ทั้งก่อนดูดไขมัน ระหว่างดูดไขมัน และไปจนถึงการดูแลหลังดูดไขมัน หากเกิดปัญหาขึ้น เราพร้อมที่จะช่วยท่านแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่

         นอกจากห้องผ่าตัดระดับโรงพยาบาลแล้ว ยังมีห้องพักฟื้นแบบ VVIP รองรับคนไข้หลังดูดไขมันอีกด้วย ซึ่งภายในห้องพักฟื้นจะมีผ้าห่มลมร้อนบริการ เพื่อให้นอนหลับแบบสบาย ๆ ในระหว่างที่นอนพักผ่อนนั้น จะมีพยาบาลส่วนตัวดูแล และตรวจสัญญาณชีพตลอดคืน 

          สุดท้ายนี้ ท่านใดที่สนใจการดูดไขมัน เติมไขมัน หรือศัลยกรรมความงามอื่น ๆ สามารถเข้ามาปรึกษาคุรหมอได้ฟรี โดยสอบถามรายละเอียด หรือจองคิวปรึกษา (ฟรี) ได้ที่ LINE @amaraclinic หรือกรอกแบบฟอร์มด้านล่างเพื่อรอเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้เลยค่ะ

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องได้ที่นี่

🔷 การดูดไขมันคืออะไร?
🔷 ดูดไขมันแบบวางยาสลบดีไหม?
🔷 ดูดไขมันอันตรายไหม?
🔷 ดูดไขมันราคาเท่าไหร่? 
🔷 สิ่งที่ต้องเจอหลังดูดไขมันเสร็จทันทีมีอะไรบ้าง?

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
www.sterileaircondition.com
https://www.si.mahidol.ac.th/
http://www.airbornefilter.com/

          บทความนี้ จัดทำขึ้นโดย Amara Clinic (เอมาร่า คลินิก) ขอสงวนสิทธิ์ในการห้ามมิให้ผู้ใดใช้ประโยชน์ คัดลอก ทำซ้ำ หรือเผยแพร่บทความนี้ในนามอื่น (ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหา, ข้อมูลทั้งหมด หรือบางส่วนก็ตาม) โดยไม่ได้รับอนุญาต หากพบเจอจะถูกดำเนินการตามกฎหมาย

จองคิวปรึกษา

ดูดไขมันที่เอมาร่า คลินิก

ฟรี! ของแถมสุดพิเศษ !
เฉพาะลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ เท่านั้น

    สอบถามเพิ่มเติมได้ที่นี่
    LINE : @amaraclinic

    Leave a Reply

    Your email address will not be published. Required fields are marked *