การดูดไขมัน คืออะไร ? Update 2021

ไขมันส่วนเกิน

การดูดไขมัน คือ การศัลยกรรมรูปแบบหนึ่ง แต่นับเป็นการผ่าตัดเล็ก เนื่องจากแพทย์จะเปิดแผลเล็กเพียง 4-5 มิลลิเมตร สำหรับสอดท่อดูดไขมันเท่านั้น การดูดไขมันเป็นทางลัดในการลดสัดส่วนที่เป็นที่นิยมมากในปี 2021 และตอบโจทย์คนที่ออกกำลังกายแล้วสัดส่วนไม่ลดเป็นอย่างมาก สำหรับใครที่ต้องการให้สัดส่วนเล็กลงแบบทันที อยากแขนขาเล็กหน้าท้องแบนแบบทันใจ การดูดไขมันอาจเป็นทางออกสำหรับคุณ อย่างไรก็ตามทาง Amara Clinic (เอมาร่าคลินิก) แนะนำให้เข้ารับการปรึกษาแพทย์โดยตรง เพื่อประเมินรูปร่าง สัดส่วน มวลไขมัน รวมไปถึงงบประมาณของแต่ละคน เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาน่าพึงพอใจสูงสุดค่ะ

ทำความรู้จัก การดูดไขมันคืออะไร?

การดูดไขมัน (Liposuction) คือ การกำจัดไขมันส่วนเกินที่สะสมอยู่ในบริเวณต่าง ๆ ของร่างกาย โดยการใช้เครื่องดูดไขมัน ส่งพลังงาน ผ่านท่อดูดไขมันเข้าไปทำให้เซลล์ไขมันสลายตัวออกจากกัน จากนั้นแพทย์ก็จะค่อย ๆ ดูดไขมันออกมากำจัดทิ้งไป (หรือในบางกรณีก็สามารถนำไขมันที่ดูดออกมาไปเติมต่อได้ ถ้าเลือกใช้เครื่องดูดไขมันพลังน้ำ (body-jet)) การดูดไขมันมีจุดประสงค์เพื่อให้สัดส่วนเล็กลงภายในเวลาอันรวดเร็ว จึงถือเป็นทางลัดในการลดสัดส่วน สำหรับคนที่ออกกำลังกายแล้วสัดส่วนไม่ลด หรือไม่สะดวกออกกำลังกายนั่นเอง ถ้าถามว่าดูดไขมันดีไหม? ต้องตอบเลยค่ะว่า “ดี” แน่นอน

อย่าเข้าใจผิด!! การดูดไขมันเป็นการลดสัดส่วนไม่ใช่การลดน้ำหนัก

อีกสิ่งหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องการดูดไขมันที่หลาย ๆ คนยังเข้าใจผิด และยังมีการตั้งคำถามอย่างต่อเนื่องคือ “ดูดไขมันน้ำหนักลดไหม?” ซึ่งจริง ๆ แล้วการดูดไขมันเป็นการลดสัดส่วน หรือกล่าวคือการทำให้ตัวเราดูเล็กลงนั่นเอง “ทำไมการดูดไขมันจึงไม่ทำให้น้ำหนักลดลง?” คำตอบคือเพราะน้ำหนักของมวลไขมันและมวลกล้ามเนื้อไม่เท่ากันนั่นเอง จะเห็นได้จากภาพด้านล่างว่าไขมันและกล้ามเนื้อมีน้ำหนักเท่ากัน แต่มีขนาดที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง หากต้องการลดน้ำหนักอาจจะต้องหันไปใส่ใจในเรื่องของการออกกำลังกายและการปรับพฤติกรรมการกินแทน ทั้งนี้ถ้าใครที่ไม่แน่ใจว่าเราอ้วนเพราะไขมันหรือกล้ามเนื้อ ก็สามารถเข้ามาปรึกษาแพทย์ที่คลินิกได้ เพื่อทราบแนวทางการรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสมกับตัวเรามากที่สุด (Amara Clinic เรามีบริการปรึกษาแพทย์ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่ายค่ะ) อย่างไรก็ตาม ในบางกรณี สามารถดูดไขมันแล้วน้ำหนักลดลงได้ ซึ่งกรณีดังกล่าวมักจะเป็นการดูดไขมันแบบทั้งตัว หรือดูดไขมันออกไปในปริมาณมาก

ฉีดไขมันที่ไหนดี

ขั้นตอนในการดูดไขมันมีอะไรบ้างนะ??

หลังจากที่คนไข้ได้รับการประเมินจากแพทย์แล้ว ในวันดูดไขมันแพทย์จะทำการมาร์คจุดในตำแหน่งที่จะทำการรักษา จากนั้นก็จะให้ยาฆ่าเชื้อ พร้อมขัดผิวด้วยยาฆ่าเชื้อ เพื่อทำความสะอาดก่อนผ่าตัด หลังจากนั้นแพทย์จะเริ่มทำการดูดไขมัน โดยการใส่ Tumescent (ยาชา,น้ำเกลือ, ยาที่ทำให้เส้นเลือดหดตัว และตัวยาอื่น ๆ ซึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละคลินิก) เพื่อระงับการเจ็บปวด จากนั้นแพทย์เปิดแผลผ่าตัด และเริ่มทำการสลายไขมันด้วยเครื่องดูดไขมันพลังงานต่าง ๆ เช่นเครื่องดูดไขมันพลังน้ำ (body-jet), พลังคลื่นเสียงอัลตร้าซาวด์ (Ultra Z), พลังคลื่นความถี่วิทยุ หรือพลังงานกลเป็นต้น จากนั้นแพทย์จะดูดไขมันออกมา หลังดูดไขมันเสร็จแล้ว จะมีการเช็ดทำความสะอาดร่างกาย เย็บปิดแผล พร้อมอธิบายวิธีดูแลตัวเองหลังดูดไขมัน และคนไข้ก็สามารถกลับบ้านได้เลย หรือจะนอนพักก่อนที่คลินิกก็ย่อมได้

body-jet

เครื่องดูดไขมันพลังน้ำ

Ultra Z

เครื่องดูดไขมันพลังอัลตร้าซาวด์ 

อาการที่เกิดขึ้นหลังดูดไขมัน

อาการหลังดูดไขมัน สามารถเกิดขึ้นได้หลายช่วงเวลา ซึ่งแต่ละช่วงก็จะมีอาการที่แตกต่างกันออกไป โดยจะขึ้นอยู่กับเครื่องดูดไขมันที่เลือกใช้, เทคนิคของแพทย์, ปริมาณไขมันที่ดูด, วิธีระงับความเจ็บปวด และรวมไปถึงสภาพร่างกายของแต่ละคนด้วย

หลังดูดไขมันเสร็จทันที
หลังดูดไขมันเสร็จทันที หลาย ๆ คนมักจะมีอาการหน้ามืด เวียนหัว คลื่นไส้ อาเจียน ซึ่งอาการข้างต้นเกิดขึ้นได้จาก 2 ปัจจัยหลัก ๆ คือ เกิดจากการสูญเสียน้ำในร่างกายขณะดูดไขมัน และเกิดจากยาชาที่แพทย์ใส่เข้าไปเพื่อใช้ในการระงับความเจ็บปวด จึงอาจทำให้เกิดภาวะไม่สมดุลของน้ำในร่างกายได้ ดังนั้นในวันแรก ๆ หลังดูดไขมันคนไข้จะต้องดื่มน้ำในปริมาณมาก เพื่อทดแทนน้ำในร่างกาย และเพื่อให้ร่างกายขับยาชาออกมาทางการปัสสาวะ จากนั้นอาการต่าง ๆ จะค่อย ๆ หายไปใน 24 ชั่วโมงแรก

อาการปวดระบม
หลังดูดไขมันคนไข้จะมีอาการเจ็บปวดในบริเวณที่ดูดไขมันได้บ้าง เพราะการดูดไขมันอาจมีการกระทบกับเนื้อเยื่อ หรือเส้นเลือดฝอยขนาดเล็กได้บ้าง ไม่ว่าจะดูดไขมันด้วยวิธีใดก็ตาม ซึ่งระดับความความปวดจะขึ้นอยู่กับเครื่องดูดไขมันที่เลือกใช้ด้วย ว่ามีระดับการทำลายล้างสูงมากแค่ไหน ถ้าดูดด้วยเครื่องพลังน้ำ (body-jet) จะปวดเพียง 1-2 วันแรก และจะค่อย ๆ ดีขึ้น ส่วนการดูดด้วยเครื่องดูดไขมันกลุ่มพลังความร้อน เช่น เครื่องพลังคลื่นเสียงอัลตร้าซาวด์ (Ultra Z) จะมีอาการปวดประมาณ 5-7 วัน โดยจะมีอาการเหมือนกับเราเพิ่งออกกำลังกายแบบหนัก ๆ มา เนื่องจากพลังงานความร้อนเกิดการทำลายที่สูงกว่าและมากกว่าพลังน้ำ จึงต้องใช้เวลาพักฟื้นนานกว่า แต่ก็มีข้อดีคือสามารถดูดออกได้เยอะในเวลาอันรวดเร็ว และเหมาะกับคนที่ไม่ต้องการนำไขมันไปเติมเต็มส่วนอื่น ๆ ต่อ

อาการบวมหลังดูดไขมัน

อาการบวม หลังดูดไขมันบวมกี่วัน?
ช่วง 1-3 วันแรกหลังดูดไขมันด้วยเครื่องพลังงานน้ำ จะมีอาการบวมมากกว่าเคสที่ดูดไขมันเครื่องพลังความร้อน เพราะการดูดด้วยเครื่องพลังน้ำจะมีการใส่น้ำเข้าไปในปริมาณมาก เพื่อใช้ในการเซาะเซลล์ไขมันให้แตกตัวออกจากกันอย่างอ่อนโยน และไม่ทำให้เกิดการเผาไหม้จากความร้อน จึงมีอาการอักเสบน้อย ทำให้หลังดูดไขมันพลังน้ำ 3 วันแรกมีอาการบวมมาก ยังมองเห็นความเปลี่ยนแปลงไม่ชัด จากนั้นน้ำจะค่อย ๆ ถูกดูดซึมเข้าเส้นเลือด, ซึมออกทางแผล และถูกขับออกไปทางการปัสสาวะ หลังจากนั้นจะมีอาการบวมเหลืออยู่บ้าง แต่เป็นการบวมที่เกิดจากการอักเสบใต้ผิว

ส่วนเคสที่ดูดไขมันด้วยเครื่องกลุ่มความร้อน สัดส่วนหลังทำจะเล็กลงทันที ทำให้มองเห็นความเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจน เพราะมีน้ำค้างอยู่ใต้ผิวน้อยมาก มีเพียงแค่น้ำจากขั้นตอนการใส่ Tumescent เท่านั้น แต่ใต้ผิวก็มีความอักเสบจากกระบวนการดูดไขมันอยู่ จึงทำให้เกิดเป็นอาการบวมขึ้น หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 3-7 จะเกิดรอยช้ำขึ้นเป็นปื้น ๆ สีแดงอมม่วง เนื่องจากบริเวณนี้มีเม็ดเลือดหลุดออกมาจากเส้นเลือดมากนั่นเอง (เกิดขึ้นในระหว่างการดูดไขมัน) เมื่อคนไข้ดูแลตัวเองหลังดูดไขมันตามที่แพทย์แนะนำ เช่นการสวมชุดกระชับไว้ตลอดเวลา ก็จะทำให้อาการดังกล่าวดีขึ้น โดยรอยช้ำจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีเหลืองปนเขียวและค่อย ๆ จางหายไป
เรื่องอาการที่เกิดขึ้นหลังดูดไขมันรวมไปถึงวิธีบรรเทาอาการ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่

ชุดกระชับหลังดูดไขมัน

ดูดไขมันตรงไหนได้บ้างนะ??

ในร่างกายของเราจะมีไขมันสะสมอยู่ตามจุดต่าง ๆ ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 กลุ่มใหญ่ ๆ คือไขมันใต้ชั้นผิวหนัง (Subcutaneous Fat), ไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat) , ไขมันที่แทรกตามกล้ามเนื้อ และไขมันในหลอดเลือด สำหรับไขมันที่เราสามารถดูดออกมาได้คือไขมันใต้ชั้นผิวหนังเท่านั้น ซึ่งจะส่งผลต่อความสวยงามของรูปร่างของเราเป็นหลัก พูดง่าย ๆ คือเป็นตัวการที่ทำให้เราอ้วนขึ้นหรือผอมลงนั่นเอง ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย และไม่ส่งผลกระทบใด ๆ ต่อสุขภาพ โดยในแต่ละคนก็จะมีไขมันสะสมตามจุดต่าง ๆ มาก-น้อยแตกต่างกันไป สำหรับบริเวณที่เราสามารถดูดไขมันออกมาได้คือ…
▫️ ดูดไขมันแขน
▫️ ดูดไขมันหน้าท้องบน-ล่าง
▫️ ดูดไขมันเอวเอส
▫️ ดูดไขมันต้นขาด้านใน
▫️ ดูดไขมันต้นขาด้านนอก
▫️ ดูดไขมันน่อง
▫️ ดูดไขมันปีกบนเสื้อใน
▫️ ดูดไขมันปีกใต้เสื้อใน
▫️ ดูดไขมันสะโพก
▫️ ดูดไขมันหัวเข่า (เนื้อรอบหัวเข่า)
▫️ ดูดไขมันข้อเท้า (เนื้อบริเวณข้อเท้า)
▫️ ดูดไขมันนมน้อย

ข้อดีของการดูดไขมันลดสัดส่วน

✅ ช่วยให้สัดส่วนที่ไม่พึงประสงค์มีขนาดเล็กลงได้ในทันที
✅ ช่วยกำจัดไขมันส่วนเกินได้เกือบทุกส่วนในร่างกาย
✅ ช่วยกำจัดไขมันสะสมเฉพาะจุดได้
✅ ช่วยปรับสัดส่วนให้เหมาะสมกับรูปร่างมากขึ้น
✅ ช่วยให้เคลื่อนไหวร่างกายสะดวกมากขึ้น
✅ ช่วยลดขนาด Size เสื้อผ้าที่ใส่
✅ ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจ
✅ ช่วยให้แต่งตัวได้หลากหลายมากขึ้น
✅ มีแผลเล็กเพียง 3-5 มิลลิเมตร และจะค่อย ๆ จางหายไป
✅ ช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการออกกำลังกาย เพื่อให้รูปร่างคงสภาพเดิม
✅ ช่วยให้สัดส่วนเข้ารูป สวยขึ้นยิ่งกว่าเดิม (เช่นเคสที่มีกล้ามหน้าท้องแต่เห็นไม่ชัดเจน การดูดไขมันจะช่วยให้เห็นกล้ามหน้าท้องชัดยิ่งขึ้น)
✅ ช่วยลดส่วนเกิน และเพิ่มขนาดหรือเพิ่มความเต่งตึงในตำแหน่งอื่นได้ (ในกรณีที่ใช้เครื่องดูดไขมันพลังน้ำ body-jet)
✅ หากดูแลตัวเองตามที่แพทย์แนะนำอย่างครบถ้วน ก็จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์หลังดูดไขมันที่ดียิ่งขึ้น (บวมช้ำน้อย, ไม่เกิดผลข้างเคียง หรือสัดส่วนเข้าที่เร็วขึ้นเป็นต้น)

ข้อเสียของการดูดไขมันลดส่วนเกิน

❎ ไม่ได้ช่วยให้สุขภาพร่างกายดีขึ้น
❎ อาจรู้สึกเจ็บปวดได้ ในระหว่างดูดไขมัน
❎ มีอาการบวมช้ำเขียวหลังดูดไขมัน
❎ อาจมีอาการคลื่นไส้ วิงเวียนศีรษะหลังดูดไขมัน
❎ มีโอกาสเกิดผิวเป็นคลื่น ไม่เรียบเนียน
❎ สำหรับคนที่มีปัญหาผิว อาจเกิดแผลเป็นหรือคีลอยด์ได้
❎ ต้องมีเวลาในการพักฟื้น เนื่องจากเป็นการผ่าตัดเล็ก
❎ ผิวอาจย้วยได้ หากดูดไขมันในปริมาณมาก หรือสภาพผิวเดิมของคนไข้มีความหย่อนคล้อยอยู่แล้ว

*ผลลัพธ์ที่ได้ จะขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ ได้แก่ เครื่องดูดไขมันที่เลือกใช้, ความเชี่ยวชาญและเทคนิคของแพทย์ รวมทั้งการดูแลตัวเองของคนไข้

การดูแลหลังดูดไขมันต้องทำยังไงบ้าง?

เพื่อให้ผลลัพธ์หลังดูดไขมันออกมาดีที่สุด สวยที่สุด และมีผลข้างเคียงน้อยที่สุด ตัวคนไข้เองจึงต้องดูแลตัวเองหลังดูดไขมันอย่างถูกต้อง ครบถ้วน ตามที่แพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด เมื่อทำตามคำแนะนำแล้ว จะช่วยให้บริเวณที่ดูดไขมันลดบวมเร็ว ช้ำน้อยลง ลดโอกาสในการเกิดผิวไม่เรียบ ใช้เวลาพักฟื้นน้อยลง สัดส่วนเข้าที่เร็วขึ้น และเห็นผลชัดเจน
🔴 ทำความสะอาดแผลทุกวันจนกว่าจะตัดไหม (5-7 วัน)
🔴 ห้ามให้แผลโดนน้ำจนกว่าจะตัดไหม
🔴 รับประทานยาที่แพทย์ให้ไปตามคำแนะนำ
🔴 ดื่มน้ำในอย่างน้อยวันละ 2 ลิตร
🔴 หลีกเลี่ยงการกินอาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ อาหารทะเล ของหมักดอง
🔴 งดยาและอาหารเสริมที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด
🔴 งดดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่ เพราะจะทำให้แผลหายช้า
🔴 สวมใส่ชุดยกกระชับวันละ 22-24 ชั่วโมง
🔴 ออกกำลังกายเบา ๆ หลังดูดไขมันไปแล้ว 2 สัปดาห์ หากต้องการออกกำลังกายหนัก สามารถทำได้หลังจากดูดไขมันไปแล้ว 1 เดือน
(อ่านรายละเอียดวิธีดูแลหลังดูดไขมันอย่างถูกต้องเพิ่มเติมได้ที่นี่)

การดูดไขมันเหมาะกับใครบ้าง??

✔️ คนที่มีส่วนเกินเฉพาะจุด
✔️ คนที่ออกกำลังกายแล้วสัดส่วนไม่ลด
✔️ คนที่มีสัดส่วนไม่ Balance กัน
✔️ คนท่ีต้องการให้รูปร่างมีขนาดเล็กลง
✔️ คนที่ไม่มั่นใจในรูปร่าง
✔️ คนที่ต้องการลด Size เสื้อผ้า

ดูดไขมันผู้ชายได้ไหม? ผู้ชายสามารถดูดไขมันได้เช่นเดียวกันกับผู้หญิง แต่อาจจะใช้ระยะเวลาในการดูดไขมันนานกว่า เนื่องจากลักษณะของไขมันผู้ชายจะมีการเกาะติดกันแน่นมากกว่าของผู้หญิง ส่วนใหญ่ดูดไขมันผู้ชายมักจะทำให้บริเวณหน้าท้อง เพื่อให้เห็นกล้ามหน้าท้องชัดเจน หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นการดูดไขมันซิกแพค

สังเกตตัวเอง! คุณมีแนวโน้มต้องดูดไขมันรึเปล่า?

ไม่ว่าเราจะผอมหรืออ้วน หากเราเป็นคนที่ชอบกินของอร่อย ๆ ละก็ คงไม่สนใจมากนักถ้าสัดส่วนจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่รู้หรือไม่ว่า? สัดส่วนจะค่อย ๆ ใหญ่ขึ้น จนกลายเป็นว่าเราอ้วนแบบไม่รู้ตัว!! ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักจะเกิดจากการกินอาหารตามใจปาก และกินในปริมาณที่มากเกินความจำเป็นของร่างกาย ทำให้พลังงานส่วนเกินเข้าไปสะสมอยู่ตามจุดต่าง ๆ ในร่างกาย นานวันเข้าก็ยิ่งมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงทำให้สัดส่วนเราใหญ่ขึ้นนั่นเอง ก่อนจะสายเกินไป แอดมินจึงจะพาทุกท่านมาสังเกตตัวเองว่าเราถึงเวลาดูดไขมันแล้วรึเปล่า??

สวมเสื้อผ้าตัวเดิมไม่ได้
หรือเรียกได้ว่าจำเป็นต้องเปลี่ยน Size เสื้อผ้า เพราะขนาดตัวของเราใหญ่ขึ้น บางคนเมื่อก่อนใส่เสื้อผ้าไซซ์ XS หรือ S จากนั้นก็ขยับมาเป็น M เราจึงไม่รู้สึกแปลกใจเท่าไหร่ แต่อยู่ดี ๆ ก็อาจจะขยับมาเป็น L หรือ XL โดยไม่รู้ตัว!! (มีเคสที่เกิดกรณีเช่นนี้ขึ้นจริง ๆ ) บางคนก็ติดแขน ติดสะโพก ติดขา หรือใส่เสื้อแล้วพุงยื่น นั่งทีก็ปลิ้นเป็นชั้น ก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำไม่อยากแต่งตัวจัดเต็มในแบบที่ชอบ หรือไม่มีความมั่นใจก็เป็นได้

อึดอัด พุงปลิ้น
สาว ๆ บางคนตอนยืนอาจจะดูไม่มีพุง แต่พอนั่งทีไร พุงก็พับเป็นชั้น ๆ ไม่แน่บางคนก็อาจจะอึดอัดจนต้องปลดกระดุมตอนนั่งทุกที ยิ่งเป็นคนที่ชอบใส่เสื้อผ้าที่โชว์สัดส่วน อย่างเสื้อครอป เสื้อตัวเล็กตัวน้อย พอมีพุงแบบนี้ก็ทำให้ยิ่งไม่มั่นใจ และต้องหาอะไรมาบังพุงเวลานั่งทุกที

เดินไม่สะดวก เพราะขาเบียด
อาการขาเบียดจะเกิดจากการที่ต้นขาด้านในของเรามีไขมันสะสมมาก ทำให้ช่องว่างระหว่างขาทั้งสองข้างน้อยลงไปเรื่อย ๆ จนทำให้ขาเริ่มเบียดกัน เวลาเดินก็อาจจะรู้สึกอึดอัดรำคาญ เมื่อต้นขาถูกเสียดสีกันมากเข้า ๆ ก็จะทำให้บริเวณดังกล่าวคล้ำขึ้น และอาจทำให้ผิวย้วยได้

ออกกำลังกายแล้วสัดส่วนไม่ลด
บางครั้งการออกกำลังกายก็ไม่ตอบโจทย์เราเสมอไป เพราะมีหลาย ๆ คนที่ลองออกกำลังกายมาแล้ว แต่สัดส่วนไม่พึงประสงค์ไม่เล็กลงเลย การดูดไขมันจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่อาจเหมาะสมกับคุณ

สัดส่วนไม่ Balance กัน
การที่สัดส่วนไม่พอดีกันก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ที่หลายคนต้องเจอ เพราะเวลาจะซื้อเสื้อผ้า ก็ต้องเลือก Size ใหญ่กว่าที่ต้องการตลอด อย่างคนที่หน้าท้องแบนราบ เอวเอส Size XS-S แต่สะโพก Size L ทำให้ช่วงล่างใหญ่กว่า และไม่พอดีกับเอว แบบนี้ก็จะทำให้ใส่ Size เล็กไม่ได้ จำใจต้องซื้อ Size ใหญ่แทน

เหนียงเยอะ ก้มหน้าไม่สุด
ใคร ๆ ก็อยากหน้าเรียว วีเชป (V Shape) เพราะหน้าเรียวจะทำให้เราดูเป็นคนผอมได้! ถ้าเป็นคนที่มีเหนียงเยอะ มีคางสองชั้น ก้มหน้าทีไรเหนียงก็โผล่ มองเห็นกรอบหน้าไม่ชัด ทำให้หน้าดูบาน ก็จะทำให้เราดูอ้วนได้เช่นกัน

อยากให้รูปร่างเป๊ะกว่าเดิม
บางคนอาจจะมีหุ่นดูดีอยู่แล้ว แต่ยังไม่เป๊ะเท่านั้นเอง อย่างสาวไซซ์เล็กหน้าท้องดูแบนราบ แต่ก็มีการสะสมไขมันอยู่เช่นกัน แม้ไม่มากเท่าสาวไซซ์ใหญ่ เวลานั่งก็อาจทำให้เห็นพุงเป็นชั้นได้ หรือใครที่อยากให้เห็นกล้ามหน้าท้องชัดเจนมากขึ้น การดูดไขมันก็สามารถช่วยได้ในระดับหนึ่ง

ดูดไขมันเกาหลีดีกว่าดูดไขมันที่ไทยจริงเหรอ???

ถ้าในสมัยก่อน การศัลยกรรมจะถูกมองว่าแพร่หลายและได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศเกาหลีใต้ รวมไปถึงที่เราได้รับอิทธิพลความสวยงามจากนักร้อง, นักแสดง หรือไอดอลเกาหลีมาด้วย ทำให้ค่านิยมในสมัยก่อนมองว่าหากต้องศัลยกรรมหรือดูดไขมันต้องไปทำที่ประเทศเกาหลีเท่านั้นผลลัพธ์จึงจะออกมาสวยดูดี แต่เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อย ๆ เทคโนโลยีต่าง ๆ ได้ถูกพัฒนาและกระจายออกไปทั่วโลก รวมไปถึงเทคโนโลยีการดูดไขมันด้วยเช่นกัน ทำให้ในปัจจุบันนี้ ไม่ว่าจะดูดไขมันหรือทำศัลยกรรมที่ไหนก็มีผลลัพธ์ไม่ต่างกันนัก เพราะจริง ๆ แล้วจะขึ้นอยู่กับความเชี่ยวชาญและเทคนิคของแพทย์เป็นหลัก ซึ่งในสมัยนี้หมอไทยก็มีความรู้ความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์มาก โดยทาง Amara Clinic เราเลือกใช้เครื่องดูดไขมันพลังน้ำ (body-jet) นวัตกรรมใหม่ล่าสุดจากประเทศเยอรมนี และทีมแพทย์ของ Amara Clinic ยังเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูดไขมัน-เติมไขมัน จบเฉพาะทางด้านการดูดไขมันและการเติมไขมันจากประเทศเกาหลีใต้ ดังนั้นจึงสามารถมั่นใจได้ว่าหากมาดูดไขมันที่ Amara Clinic จะออกมาสวยและดูดีอย่างแน่นอน

ดูดไขมันที่ไหนดี? วิธีเลือกคลินิกดูดไขมัน

ดูดไขมันอันตรายไหม? สำหรับใครที่ยังไม่เคยดูดไขมันคงจะมีความคิดนี้ขึ้นมาแน่ ๆ ซึ่งในปัจจุบันการดูดไขมันอันตรายน้อยลงมาก เพราะแพทย์มีความรู้ ความเชี่ยวชาญจริง มีประสบการณ์มาก อีกทั้งบรรดาคลินิกเถื่อนทั้งหลายก็แทบไม่มีหลงเหลืออยู่อีกเลย หลังคำถามในใจที่ว่าดูดไขมันอันตรายไหม? ก็จะมีอีกหนึ่งคำถามที่ตามมาคือ ดูดไขมันที่ไหนดี? ซึ่งการเลือกคลินิกดูดไขมัน ไม่ควรดูจากราคาที่ถูกแสนถูก ซึ่งไม่ว่าจะราคาถูกหรือแพงก็ไม่ได้การันตีผลลัพธ์ที่ได้ เราจึงต้องศึกษาและดูข้อมูลหลาย ๆ แห่งเปรียบเทียบกัน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดูดไขมันที่เลือกใช้, วิธีระงับความเจ็บปวด, แพทย์เชี่ยวชาญแค่ไหน, ประสบการณ์ของแพทย์, รีวิวจากคนไข้จริง, ความน่าเชื่อถือ, การใส่ใจของเจ้าหน้าที่, การบริการที่เต็มใจ, เครื่องมือ-อุปกรณ์ที่ทันสมัย, มีอุปกรณ์สำหรับกรณีฉุกเฉินหรือไม่ และที่สำคัญเลยคือตัวเรานั้นให้ความไว้วางใจ เชื่อใจ กับที่ไหนมากที่สุด
7 ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจดูดไขมัน เลือกยังไงให้ปลอดภัยได้มาตรฐาน

สรุป

การดูดไขมัน คือ การนำไขมันส่วนเกินออกจากร่างกายในบริเวณที่กังวล เพื่อให้สัดส่วนเล็กลงภายในเวลาอันรวดเร็ว โดย การดูดไขมันนั้น เป็นการลดสัดส่วน ไม่ใช่การลดน้ำหนัก ซึ่งการดูดไขมันในปัจจุบันนั้น แพทย์จะใช้เครื่องมือเข้าช่วย โดยคนไข้สามารถเลือกดูดไขมันแบบใช้ยาชา หรือเลือกใช้การวางยาสลบ (โดยวิสัญญีแพทย์) ก็ได้ ทั้งนี้หลังจากดูดไขมันแล้ว จะมีอาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น อาทิ ปวดระบม, บวม ช้ำเขียว เกิดขึ้นได้ ทั้งนี้ จะค่อย ๆ มีอาการที่ดีขึ้นตามลำดับ หากทำตามคำแนะนำของแพทย์ สุดท้ายนี้ หากต้องการทราบว่า เราเหมาะสมที่จะดูดไขมันดีหรือไม่ ? ทางเอมาร่า คลินิก แนะนำให้ลองเข้ามาประเมินกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อประเมินสภาพร่างกาย และให้แพทย์ได้รับทราบความต้องการและปัญหาที่กังวล จะได้หาแนวทางรักษาอย่างถูกวิธีและเหมาะสม

ดูดไขมันหน้าท้อง

จองคิวปรึกษา

ดูดไขมันที่เอมาร่า คลินิก

ฟรี! ของแถมสุดพิเศษ !
เฉพาะลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ เท่านั้น

    บริการที่สนใจ

    สอบถามเพิ่มเติมได้ที่นี่
    LINE : @amaraclinic