คุณแม่หลังคลอดมีหน้าท้อง ดูดไขมันช่วยได้มั้ย? Update 2021

ดูดไขมันหน้าท้อง

ปัญหาใหญ่ของคุณแม่หลังคลอดคือหน้าท้องไม่ยุบ หลังคลอดท้องไม่ยุบไม่พอ พุงยังใหญ่ขึ้นอีกต่างหาก บางคนคลอดน้องได้ไม่นานหน้าท้องก็ยุบแล้ว แต่บางคนทั้งออกกำลังกาย ทั้งควบคุมน้ำหนัก หน้าท้องหลังคลอดก็ไม่เล็กลงสักที! เป็นอะไรที่ปวดใจคุณแม่หลังคลอดสุด ๆ ทำให้มีคุณแม่หลายคนนะคะ เข้ามาถามคุณหมอที่ Amara Clinic (เอมาร่าคลินิก) ว่า “คุณหมอคะ เพิ่งคลอดน้องมา หน้าท้องใหญ่มากเลย สามารถดูดไขมันได้มั้ยคะ?” , “ดูดไขมันหลังคลอดเลยได้มั้ย?” , “มีหน้าท้องหลังคลอด การดูดไขมันช่วยได้ไหม?” หรืออื่น ๆ อีกมากมาย วันนี้ทางเอมาร่าคลินิกเลยจะมาคลายข้อสงสัยต่าง ๆ เกี่ยวกับการดูดไขมันของคุณแม่หลังคลอด รวมไปถึงสาเหตุที่ทำให้คุณแม่มีหน้าท้องหลังคลอด ของปี 2021 ค่ะ

สาเหตุที่ทำให้คุณแม่มีหน้าท้องหลังคลอด

โดยปกติแล้ว หน้าท้องของคุณแม่หลังคลอดจะใช้ระยะเวลาในการกลับสู่สภาพเดิมไม่เท่ากัน บางคนก็ใช้เวลา 1-2 เดือน บางคนก็ 6 เดือน หรือบางคนนานกว่านั้น และก็มีบางคนที่หลังคลอดท้องไม่ยุบเลย แม้จะลองออกกำลังกาย หรือควบคุมอาหารมาแล้วก็ตาม ซึ่งสาเหตุที่ทำให้คุณแม่มีหน้าท้องหลังคลอด เกิดได้จากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งในเรื่องของสภาพร่างกาย, การดูแลตัวเองหลังคลอด, พฤติกรรมการใช้ชีวิต, สรีระ, สภาพผิว รวมไปถึงปัญหาไขมันสะสมของคุณแม่แต่ละคนเองด้วย ก่อนที่จะไปดูวิธีทำให้หน้าท้องยุบหลังคลอด เรามาทำความเข้าใจกับสาเหตุที่ทำให้คุณแม่มีหน้าท้องหลังคลอดกันก่อนดีกว่า!

ยกกระชับผิว

ผิวหย่อนคล้อย

การตั้งครรภ์เป็นการทำให้ผิวบริเวณหน้าท้องยืดขยายอย่างรวดเร็ว (ขยายใหญ่ขึ้นมากกว่าเดิมได้ถึง 9 เท่า) เมื่อผิวขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว ผิวก็จะมีการสูญเสียคอลลาเจนและอีลาสตินไป จึงส่งผลให้ผิวขาดความกระชับ เต่งตึง และมีความหย่อนคล้อย หรือในบางรายอาจมีอาการแตกลายร่วมด้วย ซึ่งหลังจากที่คลอดน้องแล้ว พื้นที่ที่ลูกน้อยเคยอยู่กลับกลายเป็นช่องว่าง ทำให้ผิวไม่สามารถกลับมากระชับตัวเหมือนเมื่อก่อนได้ทัน ยิ่งเป็นคนที่มีสภาพผิวที่หย่อนคล้อยอยู่แล้ว หลังคลอดอาจจะมีปัญหาผิวย้วยมากขึ้นกว่าเดิมก็เป็นได้ เบื้องต้นให้คุณแม่สวมชุดกระชับหลังคลอดไว้ตามที่แพทย์แนะนำ เพื่อให้ผิวกระชับตัวเร็วขึ้น และป้องกันไม่ให้ผิวย้วยหนักกว่าเดิม

กินตามใจปากมากเกินไป

ไม่ว่าจะเป็นช่วงที่ตั้งครรภ์หรือจะเป็นช่วงหลังคลอดก็ตาม คุณแม่ควรเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์จริง ๆ ไม่ควรกินตามใจปากมากเกินไป ระหว่างที่ตั้งครรภ์อยู่อาจจะกินเยอะ หรือกินเพลิน ๆ ตลอดทั้งวัน และไม่ค่อยได้ขยับร่างกาย หรือลุกเดินไปไหนบ่อย ๆ ตรงนี้ สามารถเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณแม่มีไขมันสะสมขึ้นมาได้อย่างไม่รู้ตัว แถมคุณแม่หลังคลอดบางคนอาจจะคิดว่า “ไหน ๆ ก็อดทนรอมาตั้ง 9 เดือน แล้ว ในที่สุดก็จะได้กินตามใจปากสักที” ซึ่งไม่ถูกต้องเลยนะคะ เพราะการกินตามใจปากนี่แหละ จะทำให้เกิดไขมันสะสมได้ง่าย ๆ ยิ่งเป็นหน้าท้องหลังคลอดแล้วล่ะก็ ยิ่งสะสมง่ายเข้าไปใหญ่

ถ้าคุณแม่ไม่อยากมีหน้าท้องหลังคลอด สิ่งที่ควรปรับคือ เลือกกินแต่อาหารที่มีประโยชน์ มีไขมันดี, เวลากินอาหารต้องค่อย ๆ เคี้ยวให้ละเอียด ไม่ต้ควรรีบเคี้ยว รีบกลืน, กินในปริมาณที่พอดี เท่าที่ร่างกายต้องการ, ไม่กินอาหารขยะ อย่างพวกฟาสต์ฟู้ด, งดของทอด ของมัน ของหวาน และกินให้เป็นมื้อ แทนการกินจุกจิกในระหว่างวัน ดังนั้นหากคุณแม่มีหน้าท้องหลังคลอด ลองสังเกตพฤติกรรมการกินของตัวเองด้วยนะคะ ว่าเรากินเยอะไปรึเปล่า?

คุณแม่หลังคลอด

พักผ่อนไม่เพียงพอ

เชื่อว่ากว่า 90% ของคุณแม่หลังคลอด ประสบกับปัญหานอนไม่พอ เพราะต้องคอยดูแล ป้อนนมลูกน้อยที่มักจะหิวในช่วงกลางดึก ทำให้คุณแม่หลังคลอดพักผ่อนไม่เพียงพอ ร่างกายก็จะฟื้นฟูตัวเองได้ไม่เต็มที่ ส่งผลให้กระบวนการเผาผลาญน้ำตาลในเลือดผิดปกติ ร่างกายก็จะรู้สึกว่าได้รับน้ำตาลน้อยเกินไป ความหิวก็จะมาเยือน แล้วก็จะกินอาหารมากขึ้นในที่สุด เมื่อคุณแม่ทำพฤติกรรมอย่างนี้เป็นประจำ ไขมันก็จะสะสมได้อย่างง่ายดาย ทั้งนี้คุณแม่ควรหาพักผ่อนมากขึ้น อาจจะเป็นการงีบระหว่างวันประมาณ 1-2 ชั่วโมง หรืองีบในช่วงที่ลูกน้อยกำลังหลับอยู่ก็ได้เช่นกัน

มีหน้าท้องหลังคลอด

ความเครียดของคุณแม่

ในระหว่างที่ตั้งครรภ์ คุณแม่อาจจะอยู่ในสภาวะเครียดได้บ้าง ส่วนใหญ่แล้วยิ่งเครียดก็จะส่งผลให้ยิ่งกินมากขึ้น ถ้าได้กินอาหารที่มีส่วนผสมจากแป้งและน้ำตาล อย่างพวกของหวาน ก็จะยิ่งสะสมในร่างกายและก่อเกิดเป็นสาเหตุของ ไขมันสะสมในช่องท้อง (Visceral Fat) ได้ ส่วนสาเหตุที่เครียดแล้วกินมากขึ้นนั้น มาจากการที่เราตกอยู่ในสภาวะเครียด จนทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลและฮอร์โมนเกรลิน ที่กระตุ้นความอยากอาหารออกมา ส่งผลให้คุณแม่หิวบ่อย ๆ อยากกินนู้นกินนี่ ถ้าได้กินแล้วจะอารมณ์ดีขึ้นอย่างชัดเจน เมื่อคุณแม่กินเยอะขึ้น แน่นอนสิ่งที่ตามมาคือการสะสมของไขมันที่เพิ่มขึ้น และน้ำหนักนั่นเอง อีกทั้งในระหว่างที่ตั้งครรภ์อยู่ คุณแม่ก็คงจะไม่รู้ว่าที่พุงใหญ่ขึ้นเป็นเพราะไขมันหรือลูกน้อยตัวโตขึ้นกันแน่ (หรือทั้งสองอย่างก็เป็นได้) แต่เมื่อถึงเวลาที่ได้คลอดน้องแล้ว จะเห็นได้ชัดเจนเลยว่าเป็นน้ำหนักที่เกินจากการตั้งครรภ์ หรือเกินเพราะไขมันส่วนเกิน

อยากลดหน้าท้องหลังคลอด ต้องทำยังไงบ้าง?

วิธีที่จะลดหน้าท้องหลังคลอดได้มีหลายวิธี ทั้งวิธีที่ค่อยเป็นค่อยไปและวิธีลดหน้าท้องหลังคลอดแบบเร่งด่วน อย่างที่ได้เกริ่นข้างต้นว่า คุณแม่แต่ละคน จะมีสาเหตุที่ทำให้เกิดหน้าท้องหลังคลอดไม่เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นไขมันสะสมหรือผิวหนังหย่อนคล้อยก็ตาม ถ้าคุณแม่รู้ตัวว่าตัวเองมีหน้าท้องหลังคลอด ลองเข้าไปปรึกษาแพทย์ดูว่าเป็นเพราะอะไร และจะรักษาได้อย่างไรบ้าง ซึ่งวันนี้ทางเอมาร่าคลินิกก็จะมาแนะนำวิธีลดหน้าท้องหลังคลอด สำหรับคุณแม่ที่กำลังศึกษาหาข้อมูลอยู่

ดูดไขมันหน้าท้อง

การดูดไขมัน

สำหรับคุณแม่ที่อยากได้วิธีลดหน้าท้องหลังคลอดแบบเร่งด่วน การดูดไขมันก็เป็นหนึ่งในวิธีที่จะช่วยให้หน้าท้องมีขนาดเล็กลงได้ในทันที หมดปัญหาไขมันส่วนเกินไปได้เลย การดูดไขมันเหมาะกับเคสที่มีไขมันส่วนเกินมากกว่าเคสที่มีผิวย้วยหลังคลอด แต่ก่อนอื่นเลย แนะนำให้ดูดไขมันในช่วงที่ร่างกายได้มีการฟื้นตัวอย่างเต็มที่แล้ว และคุณแม่หยุดให้นมลูกแล้ว ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับตัวคุณแม่เองว่าจะให้นมลูกกี่เดือน บางคนก็เข้ามาดูดไขมันหลังคลอด 4 เดือน บางคนก็ 6 เดือน ซึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละเคสไป

นอกจากจะมีหน้าท้องหลังคลอดแล้ว คุณแม่หลังคลอดส่วนใหญ่ยังมีปัญหาในเรื่องของหน้าอกหย่อนคล้อยอีกด้วย เนินหน้าอกที่เคยเต็มสวย พอให้นมลูกไปก็หย่อนคล้อยลงมาไม่สวยงาม (หน้าอกยานหลังคลอด) การฉีดไขมันหน้าอก สามารถแก้ปัญหาหน้าอกหย่อนคล้อยได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งเป็นการเสริมหน้าอกอย่างปลอดภัยด้วยเซลล์ไขมันของตัวเอง เนินหน้าอกจะเต็มขึ้น เป็นทรงสวยขึ้น มีสัมผัสและภาพลักษณ์ที่เป็นธรรมชาติ สำหรับคุณแม่ที่มีทั้งปัญหาไขมันส่วนเกินและหน้าอกยานหลังคลอด ควรดูดไขมันด้วยเครื่องดูดไขมันพลังน้ำ (body-jet) เพราะเป็นการดูดไขมันอย่างอ่อนโยน และไม่ทำลายเซลล์ไขมัน ทำให้ได้เซลล์ไขมันที่มีคุณภาพสูง จึงเหมาะแก่การนำไปปลูกถ่ายที่หน้าอกต่อไปนั่นเอง

ทำไมเคสคุณแม่ถึงเหมาะกับการเติมไขมันหน้าอก?
เนื่องจากปริมาณไขมันที่เติมเข้าไปจะขึ้นอยู่กับฐานหน้าอกของคนไข้ ซึ่งในเคสของคุณแม่หลังคลอด ฐานหน้าอกจะมีการขยายตัวขึ้นจากเดิม หน้าอกจะเต่งตึงขึ้น เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนภายในร่างกาย พอคลอดน้องแล้ว เนินหน้าอกก็จะค่อย ๆ หายไปจากการให้นมบุตร ทำให้หน้าอกที่เคยเต่งตึงขณะตั้งครรภ์ กลับมามีขนาดเล็กเท่าเดิม แต่มีความหย่อนคล้อยมากกว่าเดิม เพราะผิวบริเวณหน้าอกได้มีการยืดขยายอย่างรวดเร็ว ดังนั้นหากคุณแม่หลังคลอดเติมไขมันหน้าอก จะช่วยให้ได้หน้าอกที่ใหญ่ขึ้นกว่าปกติ (เมื่อเทียบกับช่วงก่อนตั้งครรภ์) และมีความเป็นธรรมชาติ

ยกกระชับผิว

การยกกระชับผิว

เคสที่แพทย์ประเมินแล้วว่ามีปัญหาผิวหย่อนคล้อยหลังคลอด ไม่ค่อยมีไขมันสะสม (เคสที่มีหน้าท้องย่นหลังคลอด) แนะนำให้ยกกระชับผิวด้วย J Plasma (เจพลาสมา) ซึ่งเป็นนวัตกรรมในการยกกระชับผิวใหม่ล่าสุด จากสหรัฐอเมริกา โดยใช้พลังงานฮีเลียมพลาสมา (Helium Plasma) ร่วมกับการใช้พลังคลื่นความถี่วิทยุ (Radio frequency) มาสร้างความร้อนให้สูงถึง 85°C และส่งไปยังเนื้อเยื่ออย่างตรงจุด โดยที่ไม่ทำลายเนื้อเยื่อข้างเคียง และป้องกันผิวไหม้ด้วยการลดอุณภูมิของท่อพลังงานลงเหลือ 41°C ในเวลาเพียงเสี้ยววิ เนื้อเยื่อจะหดตัวลงในทันที ผิวก็จะตึงกระชับขึ้นหลังทำทันที 10-30% โดยจะค่อย ๆ กระชับมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะมีการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวอย่างต่อเนื่อง และผลลัพธ์จะเข้าท่ีสวยที่สุดหลังทำไปแล้วประมาณ 3-6 เดือน (อ่านข้อมูลเพิ่มเติมของ J Plasma ได้ที่บทความ : J Plasma)

ผ่าตัดหนังหน้าท้อง

เคสที่มีผิวหนังหย่อนคล้อยมาก ท้องเหี่ยวหลังคลอดหรือหน้าท้องย่นหลังคลอดในระดับรุนแรง การยกกระชับผิวด้วยความร้อน อย่าง J Plasma อาจไม่สามารถช่วยได้ การผ่าตัดหนังหน้าท้องเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่เหมาะกับคุณแม่หลังคลอดที่มีผิวย้วยในระดับมาก ซึ่งการผ่าตัดหนังหน้าท้องถือเป็นการผ่าตัดใหญ่ จะต้องอาศัยการดมยาสลบเข้าช่วย ก่อนตัดสินใจจึงควรปรึกษาแพทย์จากหลาย ๆ ที่ก่อน เพื่อดูความน่าเชื่อถือและความปลอดภัย รวมไปถึงการดูแลแผลหลังผ่าตัดหนังหน้าท้อง เพราะจะมีแผลเกิดขึ้นเป็นลักษณะของรอยกรีดยาว (ทำให้เป็นรอยแผลเป็นยาวที่บริเวณหน้าท้อง) คุณแม่หลังคลอดควรสอบถามเพิ่มเติมด้วยว่าทางสถานพยาบาลมีการรักษาแผลให้ด้วยหรือไม่ นอกจากนี้ให้ดูความร่วมมือก่อน-หลังเข้ารับบริการ หากผ่าตัดแล้วมีปัญหา ทางสถานพยาบาลยินดีที่จะช่วยคุณแม่แก้ไขปัญหาหรือไม่ เพื่อช่วยให้ตัดสินใจเลือกสถานที่รักษาได้ตรงตามวัตถุประสงค์

https://www.amara-clinic.com/wp-content/uploads/2020/08/67-B44-ชุดกระชับ.jpg

สวมชุดกระชับหลังคลอด

ปกติแล้ว ในช่วงของการดูแลตัวเองหลังจากที่คลอดน้อง คุณแม่หลังคลอดจะต้องสวมชุดกระชับ เพื่อให้ผิวกลับกระชับตัวเข้าที่สวยเหมือนเดิม นอกจากนี้การสวมชุดกระชับหลังคลอดยังช่วยลดอาการบาดเจ็บ, การอักเสบ และอาการบวมลงได้ ทำให้ร่างกายฟื้นฟูได้เร็วขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้สัดส่วนเข้าที่เร็วขึ้นอีกด้วย อย่างไรก็ตามการสวมชุดกระชับหลังคลอดจะได้ผลมากหรือน้อย และต้องใช้ระยะเวลานานแค่ไหน ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและสภาพผิวของคุณแม่ด้วย

มีหน้าท้องหลังคลอด

ออกกำลังกายและควบคุมน้ำหนัก

การออกกำลังกายจะช่วยให้ผิวหนังและกล้ามเนื้อกระชับตัวมากยิ่งขึ้น (เฟิร์มขึ้น) และยังช่วยให้ร่างกายกระตุ้นการเผาผลาญไขมันส่วนเกินอีกด้วย ควรออกกำลังกายในช่วงที่ร่างกายได้ฟื้นฟูตัวเองอย่างเต็มที่แล้ว ประมาณ 1 เดือนหลังคลอด โดยเริ่มออกจากการบริหารเบา ๆ ก่อน แล้วค่อย ๆ ออกกำลังกายแบบหนักมากขึ้นตามลำดับ

สรุป ดูดไขมันช่วยแก้ปัญหาหน้าท้องหลังคลอดได้ไหม?

สรุปแล้วคุณแม่หลังคลอดที่มีปัญหาหน้าท้องส่วนเกิน สามารถดูดไขมันหลังคลอดได้ค่ะ แต่ต้องทำหลังจากที่คุณแม่มีร่างกายแข็งแรงและหยุดให้นมน้องแล้วนะคะ ซึ่งการดูดไขมันก็จะช่วยให้หน้าท้องหลังคลอดหายไปได้ในทันที โดยไม่ต้องใช้เวลานานเหมือนการออกกำลังกาย ทั้งนี้ในเบื้องต้น ทางเอมาร่าคลินิกแนะนำให้คุณแม่ลองกายบริหาร ออกกำลังกาย ควบคุมน้ำหนักด้วยตนเองดูก่อน หากหน้าท้องหลังคลอดไม่ลดลง ก็สามารถเข้ามาปรึกษาคุณหมอที่เอมาร่าคลินิกก่อนได้ค่ะ เพื่อให้คุณหมอประเมินและรักษาได้อย่างตรงจุดต่อไป

Q&A กับคุณหมอ : ดูดไขมันหลังคลอด สามารถทำได้ไหม ?

บทความนี้ จัดทำขึ้นโดย Amara Clinic (เอมาร่าคลินิก) ขอสงวนสิทธิ์ในการห้ามมิให้ผู้ใดใช้ประโยชน์ คัดลอก ทำซ้ำ หรือเผยแพร่บทความนี้ในนามอื่น (ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหา, ข้อมูลทั้งหมด หรือบางส่วนก็ตาม) โดยไม่ได้รับอนุญาต หากพบเจอจะถูกดำเนินการตามกฎหมาย

จองคิวปรึกษา

ดูดไขมันที่เอมาร่า คลินิก

ฟรี! ของแถมสุดพิเศษ !
เฉพาะลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ เท่านั้น


    สอบถามเพิ่มเติมได้ที่นี่
    LINE : @amaraclinic