ดูดไขมันเจ็บไหม? ไขข้อสงสัยที่ใคร ๆ ก็อยากรู้ (2021)

ดูดไขมันเจ็บไหม

การดูดไขมัน หนึ่งในทางลัดหุ่นสวย ช่วยให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของรูปร่างทันทีหลังทำ มีหลายคนที่อยากดูดไขมัน แต่ก็ยังกล้า ๆ กลัว ๆ อยู่ เพราะไม่รู้ว่า ดูดไขมันเจ็บไหม? บางคนก็บอกว่าเจ็บ บางคนก็บอกว่าไม่เจ็บ อยากรู้ว่าจริง ๆ แล้ว การดูดไขมันเจ็บแค่ไหน? ไม่ต้องไปหาที่ไหนไกล Amara Clinic รวบรวมคำตอบมาให้แล้วค่ะ

ดูดไขมันเจ็บไหม?

การดูดไขมัน (Liposuction) คือ การผ่าตัดชนิดหนึ่ง (ผ่าตัดดูดไขมัน) แน่นอนว่าการลงมีดไปที่ผิว เพื่อเปิดปากแผล ย่อมทำให้เกิดความเจ็บอยู่แล้ว แถมยังมีการใช้เครื่องดูดไขมัน ที่อาศัยพลังงานความร้อนอีก หากไม่ใช้ยาชา หรือยาสลบเข้าช่วย รับร้องเจ็บจนทนไม่ไหวแน่นอนค่ะ ซึ่งถ้าถามว่าดูดไขมันหน้าท้อง เจ็บไหม? คำตอบคือไม่ว่าจะเป็นการดูดไขมันตำแหน่งใด ก็มีความเจ็บแน่นอนค่ะ แต่จะเจ็บมากแค่ไหน ขึ้นอยู่กับแต่ละเคส!

ดูดไขมันเจ็บไหม? เจ็บเหมือนโดนมีดกรีดรึเปล่า?

ก่อนจะดูดไขมัน ความกังวลของคนไข้ส่วนมากน่าจะเป็นการกลัวเจ็บ คำถามที่วนเวียนอยู่ในหัวคงเป็นดูดไขมันเจ็บไหม เจ็บมากแค่ไหน เจ็บแบบทนไม่ไหวเลยมั้ย เจ็บเหมือนโดนมีดกรีดรึเปล่า หรือเจ็บแบบปวดแสบปวดร้อน? ถ้าเจ็บถึงขนาดนั้น คงไม่มีใครทนไหวแน่นอนค่ะ ความเจ็บจากการดูดไขมันในยุคปัจจุบัน เป็นความเจ็บที่สามารถทนได้ เจ็บเหมือนเราออกกำลังกายมากหนัก แล้วเจ็บกล้ามเนื้อ เจ็บแบบแปลบ ๆ

ดูดไขมันหน้าท้องเจ็บไหม? จะมีความเจ็บปวดในขั้นตอนการฉีดยาชา ก่อนการดูดไขมันค่ะ หลังจากนั้นในช่วงแรกไปถึงช่วงกลาง ๆ ของการดูดไขมัน คนไข้จะไม่รู้สึกเจ็บ หรือแทบจะไม่รู้สึกอะไรเลย อาจจะมีจักจี้บ้าง หากคนไข้เป็นที่เส้นตื้น เมื่อดูดไขมันไปได้สักพักหนึ่ง ไขมันใกล้หมดแล้ว ไขมันที่ยังมีติดอยู่บ้างใกล้ ๆ กับผิวหนังและกล้ามเนื้อ ตรงนี้คนไข้อาจจะมีความรู้สึกเจ็บ ปวด แปลบ ๆ บ้าง ไม่ตลอดเวลาค่ะ

ดูดไขมันแล้วเจ็บ เกิดจากอะไร?

สาเหตุผลที่ทำให้เกิดความเจ็บ ระหว่างดูดไขมัน และหลังดูดไขมัน เกิดขึ้นได้จากหลาย ๆ ปัจจัยร่วมกันค่ะ ทั้งระดับความอดทนของร่างกายของคนไข้แต่ละคน (ตรงนี้เป็นปัจจัยส่วนตัวจริง ๆ บางคนชิลล์มาก ส่วนมากคนก็เจ็บมาก ทั้ง ๆ ที่ใช้เครื่องเดียวกัน),  เครื่องดูดไขมันที่เลือกใช้, ความหนาแน่นของไขมันในบริเวณต่าง ๆ , วิธีระงับความเจ็บ (ยาชา, ยาสลบ) และเทคนิคฝีมือของคุณหมอ (บางคนมือหนัก บางคนมือเบา)

1. เครื่องดูดไขมันที่เลือกใช้

ทำไมการดูดไขมันแล้วจะเจ็บแค่ไหน ถึงขึ้นอยู่กับเครื่องดูดไขมันด้วยล่ะ? คำตอบคือ เพราะพลังงานที่ใช้ในการสลายไขมัน ของแต่ละเครื่อง มีความแตกต่างกันน่ะสิ! ปัจจุบันส่วนใหญ่จะมีหลัก ๆ 2 พลังงานคือ พลังงานความร้อน (เช่นเครื่องดูดไขมัน Ultra Z และ เครื่องดูดไขมัน Vaser Smooth 2.2) และพลังงานน้ำ ที่อ่อนโยน นุ่มนวล ต่อเซลล์ไขมันที่สุด (เช่นเครื่องดูดไขมันพลังน้ำ body-jet)

โดยเครื่องที่ทำให้เจ็บน้อยมากที่สุด และใช้เวลาพักฟื้นไวที่สุด ทั้งระหว่างดูดไขมัน และหลังดูดไขมัน คือเครื่องดูดไขมันพลังน้ำ body-jet! แล้วทำไมถึงเจ็บน้อยที่สุดล่ะ? ต่างกับเครื่องอื่นยังไง? ตามไปอ่านต่อได้เลย!

ดูดไขมัน bodyjet

เครื่องดูดไขมันพลังน้ำ body-jet

          นวัตกรรมการดูดไขมันที่อ่อนโยน และเจ็บน้อยที่สุด ในปี 2021 (ปัจจุบัน) ต้องยกให้เครื่องดูดไขมันพลังน้ำ body-jet แน่นอน เพราะใช้พลังงานน้ำ จะไม่มีการใช้พลังความร้อนเลย จึงทำให้เกิดการทำลาย และได้รับบาดเจ็บที่น้อยมาก! อีกทั้งยังไม่ต้องเสี่ยงที่จะเกิดผิวไหม้ หรือคลื่นบุ๋มอีกด้วย พอบาดเจ็บน้อย ก็ทำให้เกิดการเสียเลือดน้อย ทำให้คนไข้ไม่ค่อยรู้สึกเจ็บเท่าไหร่ จะเจ็บมากที่สุดก็คือตอนที่ฉีดยาชานั่นเอง (ชมรีวิวจากเว็บไซต์ Wongnai)

มีการให้คะแนนความเจ็บของการดูดไขมัน ด้วยเครื่องดูดไขมันพลังน้ำ body-jet ว่า อยู่ในระดับ 1-2 เท่านั้น ซึ่งเจ็บน้อยมาก อีกทั้งยังสามารถทำไขมันที่ได้ไปเติมต่อได้อีกด้วย เพราะเซลล์ไขมันไม่ได้ถูกความร้อนทำลาย จึงเป็นเซลล์ไขมันที่ยังมีชีวิตอยู่ มีเซลล์ไขมันดี เหมาะกับการเอาไปเติมต่ออีกด้วย (ถ้าสงสัยว่าตอนฉีดไขมัน เจ็บไหม? บอกเลยว่าไม่เจ็บ แถมแผลเล็กมาก ๆ ค่ะ) สำหรับเคสที่ดูดทิ้งและดูดทิ้ง เราใช้ถังในการเก็บไขมันต่างกันนะคะ เพื่อประสิทธิภาพของเซลล์ไขมันค่ะ 

Vaser Smooth

เครื่องดูดไขมัน Vaser Smooth 2.2

          เครื่องเวเซอร์รุ่นใหม่ล่าสุด (Vaser Smooth 2.2) จากทั้งหมด 3 รุ่น เป็นเครื่องดูดไขมัน กลุ่มพลังงานความร้อน ซึ่งใช้พลังงานคลื่นเสียงอัลตร้าซาวด์ (Ultrasound) มาสร้างพลังงานความร้อน ในระดับอุณหภูมิที่สูง สามารถทำลายเซลล์ไขมันที่เกาะตัวกันอย่างหนาแน่นได้ดี เพราะพลังทำลายไขมันที่สูง จึงเหมาะกับเคสที่มีไขมันปริมาณมาก เคสคนตัวใหญ่ เคสดูดไขมันผู้ชายมากกกว่า (คุณหมอจะพิจารณาให้อีกครั้ง)

ใช้เครื่อง Vaser ดูดไขมันเจ็บไหม?
ปฎิเสธไม่ได้ว่า เครื่องดูดไขมันเวเซอร์ ทำให้มีความเจ็บระหว่างดูดไขมันมาก และยังทำให้เกิดความระบมช้ำหลังดูดไขมันเยอะกว่าเครื่องพลังน้ำ จึงใช้เวลาพักฟื้นนานกว่า แต่ข้อดีก็มีมากมาย เช่นดูดไขมันได้เยอะ, ดูดไขมันได้เร็ว ใช้เวลาดูดไขมันไม่นาน, ช่วยเบาแรงแพทย์ ทำให้คุณหมอไม่เหนื่อยง่าย เพราะสลายไขมันได้ไว เป็นต้น

ข้อควรระวัง!
แนะนำว่าผู้ที่ดูดไขมันเวเซอร์ จะต้องเป็นแพทย์ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ในการดูดไขมันด้วยเครื่อง Vaser มาแล้ว เพื่อป้องกันความเสี่ยง ที่จะทำให้เกิดผิวไหม้ได้

Ultra Z

เครื่องดูดไขมัน Ultra Z

          Ultra Z เป็นเทคโนโลยีดูดไขมันพลังความร้อน ด้วยพลังคลื่นเสียงอัลตร้าซาวด์ เช่นเดียวกันกับเครื่อง Vaser Smooth 2.2 แต่เป็นเครื่องที่มาจากประเทศเกาหลี แม้จะใช้พลังงานเดียวกัน แต่เครื่อง Ultra Z มีพลังการทำลายเซลล์ไขมันที่ต่ำกว่าเครื่องเวเซอร์ จึงเหมาะกับเคสที่ต้องการดูดไขมันทิ้ง แต่เป็นคนไซซ์เล็ก มีชั้นไขมันไม่หนา เช่นสาวตัวเล็ก มีส่วนเกิดนิดหน่อย ดูดไขมันออกไม่เยอะ เป็นต้น

Ultra Z ดูดไขมันเจ็บไหม?
เครื่องดูดไขมันพลังความร้อนทุกเครื่อง มีความเจ็บมากกว่าพลังน้ำแน่นอน ใครที่ดูดไขมันแบบใช้ยาชา จะมีความรู้สึกเจ็บปานกลาง – มาก ระหว่างดูดไขมัน โดยเฉพาะบริเวณที่มีไขมันน้อย ๆ เช่นเอวเอส แต่อาการเจ็บหลังดูดไขมัน จะมีความระบมช้ำ และเจ็บน้อยกว่าเครื่อง Vaser ค่ะ

ดูดไขมัน เจ็บไหม

คะแนนความเจ็บในการดูดไขมัน

Pain Score หรือการวัดระดับความเจ็บปวด (มีระดับ 1-10) จากแบบสำรวจที่มีการสำรวจคน 1,000 คน ให้ระดับความเจ็บปวดของการดูดไขมันด้วยพลังน้ำที่ระดับ 1-2 หากเป็นคนที่เจ็บง่ายมาก จะอยู่ระดับ 3-4 หากเป็นการดูดไขมันด้วยกลุ่มพลังงานความร้อน ระดับความเจ็บจะอยู่ที่ 4-6 คะแนน ส่วนระดับของการฉีดสิวจะอยู่ที่ 6-7 คะแนน ส่วนความเจ็บปวดที่เจ็บมากที่สุดในชีวิต ตกไปเป็นของ “การคลอดลูกแบบธรรมชาติ” ค่ะ

2. ปริมาณของไขมัน

ทำไมปริมาณมากของไขมัน จึงมีผลต่อความเจ็บระหว่างดูดไขมัน? สาเหตุก็เพราะว่าถ้าเราดูดไขมันในบริเวณที่มีไขมันหนา ก็จะมีระยะห่างของท่อพลังงาน และกล้ามเนื้อมาก แต่พอเราดูดไขมันไปเรื่อย ๆ ช่วงที่ไขมันใกล้หมดแล้ว ยิ่งไขมันน้อยลง ก็จะยิ่งใกล้กับกล้ามเนื้อมากขึ้น ทำให้มีความเจ็บมากในช่วงนี้ค่ะ รวมถึงการดูดไขมันในตำแหน่งที่มีไขมันน้อย ๆ ด้วยเช่นกัน

3. วิธีระงับความเจ็บปวด

ในสมัยก่อนไม่มียาสลบ ไม่มียาชา ทำให้เวลาดูดไขมัน (Manual Liposuction) มีความเจ็บปวดมาก เสียเลือดเยอะ ในสมัยก่อนจึงมีข่าวดูดไขมันแล้วเสียชีวิตบ่อย เพราะทนความเจ็บไม่ไหว แต่ในปัจจุบันมีให้เลือกทั้งยาชา และการวางยาสลบ ซึ่งทั้งสองแบบก็มีข้อดีและข้อเสียที่ต่างกัน นอกจากนี้ ยังขึ้นอยู่กับความพร้อมของร่างกาย และความสบายใจของคนไข้ด้วย

ใช้ยาชา ดูดไขมันเจ็บไหม?

          การใช้ยาชาในการดูดไขมัน มีความปลอดภัยมากกว่า ตรงที่เราไม่ต้องอยู่ในสภาวะสลบ ไม่ต้องเสี่ยงลุ้นว่าคลินิกดูดไขมันที่ท่านตกลงดูดไขมัน ใช้วิสัญญีแพทย์จริง หรือแพทย์ทั่วไป แต่การใช้ยาชาก็มีความเจ็บมากเช่นกัน (ขึ้นอยู่กับแต่ละเคส) ถ้าเป็นเคสที่ดูดไขมันพลังน้ำ เคยศัลยกรรมมาก่อน มีความอดทนต่อความเจ็บ และดูดไขมัน 1-2 ตำแหน่ง ก็สามารถดูดไขมันแบบยาชาได้

🔹 สามารถพูดคุยกับแพทย์ได้ตลอด
🔹 อาการข้างเคียงหลังดูดไขมันน้อย
🔹 ไม่ต้องเตรียมตัวก่อนดูดไขมันมาก
🔹 อาจมีความเจ็บมากจนทนไม่ไหว
🔹 อาจเห็นภาพไม่พึงประสงค์ได้
🔹 อาจทำให้แพทย์ดูดไขมันไม่เกลี้ยง เพราะคนไข้เจ็บมาก จนทำให้แพทย์หยุดดูดไขมัน

วางยาสลบ ดูดไขมันเจ็บไหม?

          ระหว่างวางยาสลบ ดูดไขมันต้นขา เจ็บไหม? ไม่ว่าจะเป็นการดูดไขมันตำแหน่งใด ก็ตาม หากวางยาสลบหรือดมยาสลบ โดยวิสัญญีแพทย์ ก็จะไม่มีความเจ็บแน่นอน แถมมีความปลอดภัยสูงอีกด้วย (ต้องไม่ใช่ยาเบลอ แต่ต้องเป็นยาสลบจริง ๆ ) แต่หลังจากดูดไขมัน ก็จะมีความเจ็บจากการอักเสบที่ใต้ผิวตามปกติค่ะ ขึ้นอยู่กับเครื่องดูดไขมันที่เลือกใช้เช่นกัน

4. เทคนิคและฝีมือของแพทย์

แพทย์แต่ละคนจะมีเทคนิคดูดไขมัน และความหนักเบา ของน้ำหนักมือที่แตกต่างกันค่ะ ถ้าดูดไขมันแบบยาชา สามารถรับรู้ได้แน่นอน แต่ถ้าวางยาสลบ ก็ไม่ต้องห่วงเลยค่ะ ไม่รู้สึกเจ็บแน่นอน ตื่นขึ้นมาสวยเลย!

ดูดไขมันอันตรายไหม

ดูดไขมันอันตรายไหม? จะตายไหม?

ดูดไขมันแล้วตาย ต้องยกเป็น 2 กรณี 1 คือเสียชีวิตเพราะความเจ็บ และเสียเลือดมาก (เกิดขึ้นในสมัยก่อน) และ 2 คือ เสียชีวิตเพราะมาตรฐานของคลินิกดูดไขมัน (ไม่มีวิสัญญีแพทย์) ซึ่งการดูดไขมัน อันตรายไหม? ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจเลือกคลินิกของเราด้วยค่ะ

เสียชีวิตจากความเจ็บ

ในสมัยนี้ เทคโนโลยีในการดูดไขมันได้ถูกพัฒนา เพื่อให้คนไข้รู้สึกเจ็บน้อยลง และอำนวยความสะดวกให้กับแพทย์มากขึ้น ในสมัยก่อนนั้น วิธีการดูดไขมันเป็นการที่แพทย์ใช้ไซริ้งค์ และแรงมือกระทุ้งซ้ำ ๆ ในการสลายไขมัน เพื่อให้ไขมันแตกตัวออกจากกัน

ดังนั้นการดูดไขมันด้วยวิธีสมัยก่อน เข็มที่แทงเข้าไปในชั้นไขมันก็มีโอกาสสูงมากที่จะโดนเส้นเลือด เส้นประสาท เนื้อเยื่อเกี่ยวพันข้างเคียง รวมถึงหากแพทย์ไม่ระมัดระวัง หรือมีความเชี่ยวชาญไม่มากพอ ก็อาจแทงเข้าไปลึกจนถึงชั้นกล้ามเนื้อได้ ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้นนี้เอง จึงต้องดมยาสลบขณะดูดไขมัน เพราะจะทำให้คนไข้รู้สึกเจ็บมาก หากคนไข้รู้สึกตัวตื่นอยู่ อาจจะเจ็บจนทนไม่ได้ และอาจจะถึงขั้นเสียชีวิตได้ ตามที่ออกข่าวกันในอดีต

เสียชีวิตเพราะมาตรฐานคลินิก

ในปัจจุบันมีคลินิกดูดไขมันเยอะมาก ทั้งหน้าใหม่ หน้าเก่า แพทย์ก็จะมีประสบการณ์จริงไม่จริงต่างกันไป รวมไปถึงความเชี่ยวชาญของแพทย์ด้วย ในสมัยนี้ ที่มีข่าวดูดไขมันแล้วตายนั้น ไม่ได้เกิดจากการดูดไขมัน แต่เกิดจากการที่คลินิกดังกล่าว ไร้มาตรฐานและจรรยาบรรณ ก็คือมีการดมยาสลบและวางยาสลบจริง แต่ทำโดยแพทย์ผ่าตัด ที่ไม่มีความรู้เฉพาะทางอย่างวิสัญญีแพทย์ เพราะต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย

ลองสังเกตดูว่าคลินิกที่ท่านสนใจจะดูดไขมัน แบบวางยาสลบ มีค่าใช้จ่ายของวิสัญญีแพทย์เท่าไหร่ (ค่าวิสัญญีแพทยฺวิชาชีพค่อนข้างสูง) ถ้าหลักพันหรือต่ำกว่าสองหมื่นบาท ต้องเช็คประวัติ สอบถามรายละเอียดให้ดี เพราะมีความเสี่ยงสูงมาก ที่จะใช้แพทย์คนอื่น หรือพยาบาลในการวางยาสลบ

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

สรุป

หวังว่าบทความนี้ จะทำให้ทุกท่านได้คำตอบ สำหรับคำถามที่กังวลใจอย่าง ดูดไขมันเจ็บไหม? หรือดูดไขมันต้นแขน เจ็บไหม? นะคะ Amara Clinic เราเป็นศูนย์ดูดไขมันเฉพาะทาง ดูแลเต็มที่ มีทั้งยาชา และวางยาสลบ โดยวิสัญญีแพทย์ค่ะ หากท่านสนใจ อยากดูดไขมันแบบไม่เจ็บ ก็สามารถเข้ามาปรึกษาแพทย์ (ระดับอาจารย์แพทย์) ได้ โดยการติดต่อผ่านรายละเอียดข้างล่างนี้ หรือลงทะเบียนปรึกษาฟรี! ได้เลยค่ะ

คุณหมอมะปราง

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูดไขมัน
พญ.กรพร สถิตวิทยานันท์ (หมอมะปราง)
อาจารย์แพทย์ด้านการดูดไขมันพลังน้ำ

คุณหมอมะปราง

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูดไขมัน
พญ.กรพร สถิตวิทยานันท์ (หมอมะปราง)
อาจารย์แพทย์ด้านการดูดไขมันพลังน้ำ

*บทความนี้ จัดทำขึ้นโดย Amara Clinic (เอมาร่า คลินิก) ขอสงวนสิทธิ์ในการห้ามมิให้ผู้ใดใช้ประโยชน์ คัดลอก ทำซ้ำ หรือเผยแพร่บทความนี้ในนามอื่น (ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหา, ข้อมูลทั้งหมด หรือบางส่วนก็ตาม) โดยไม่ได้รับอนุญาต หากพบเจอจะถูกดำเนินการตามกฎหมาย

ลงทะเบียน รับสิทธิพิเศษ!

รับสิทธิพิเศษของแถมมากมาย เมื่อลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ จะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติม และโปรโมชั่นค่ะ


    ทำไมต้องที่ Amara Clinic ?

    👑 เราเป็นศูนย์ดูดไขมัน เติมไขมัน ปรับรูปร่าง กระชับสัดส่วน
    👑 แพทย์เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ระดับอาจาร์ยแพทย์,
    👑 เครื่องมือทันสมัย เทคโนโลยีใหม่ ดีที่สุด
    👑 เราเลือกแต่สิ่งที่ดีที่สุด สำหัรบคนไข้ของเราทุกเคส
    👑 มีห้องผ่าตัดระดับโรงพยาบาลชั้นนำ (ปลอดเชื้อ 99.99%)
    👑 มีให้เลือกทั้งยาชา และ วางยาสลบ โดยวิสัญญีแพทย์
    👑 มีบริการ After Care อย่างครบครัน ทุกขั้นตอน
    👑 มีห้องพักฟื้น VVIP และมีพยาบาลดูแลตลอด
    👑 มีรีวิวดูดไขมัน รีวิวเติมไขมัน เยอะที่สุด

    ทีมแพทย์ดูดไขมัน

    ทีมแพทย์ Amara Clinic

    หมอท็อป, หมอมะปราง, หมอไอซ์ และหมอไปร์ท

              ทีมแพทย์ Amara Clinic เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ด้านการดูดไขมันและการเติมไขมัน โดยตรงจากประเทศเกาหลีใต้ หลักสูตรการดูดไขมันระดับพื้นฐาน (Basic Liposuction ) และการดูดไขมันระดับสูง (Advance Liposuction) มีประสบการณ์ดูดไขมัน-เติมไขมันมาแล้ว หลายพันเคส ทำเฉพาะทางดูดไขมัน-เติมไขมันโดยตรง เน้นด้านการปรับรูปร่างโดยเฉพาะ จึงมีความเชี่ยวชาญมาก อีกทั้งยังมีความละเอียดและปราณีตสูง ใช้ระยะเวลาอย่างเต็มที่ ไม่รีบทำ ไม่เร่งเคส

              เราคือศูนย์การสอนดูดไขมัน เติมไขมัน ด้วยเครื่องดูดไขมันพลังน้ำ body-jet ประจำประเทศไทย (body-jet Education Center) โดยคุณหมอไอซ์ (นพ. วิษณุ เฮ้งสวัสดิ์) และ คุณหมอมะปราง (พญ.กรพร สถิตวิทยานันท์) KOL อาจารย์แพทย์ประจำประเทศไทย คลินิกไหนที่มีการดูดไขมันด้วยเครื่อง body-jet จะต้องมาเรียนดูดไขมัน-เติมไขมัน กับเรา!! แพทย์มีความเชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะ