ความปลอดภัยในการวางยาสลบ ระหว่างดูดไขมัน ในปี 2021

ดูดไขมัน ดมยาสลบ

เลือกอ่านตามหัวข้อที่สนใจ ได้ที่นี่เลยค่ะ

          พูดถึง “การวางยาสลบ” หลาย ๆ คนอาจจะรู้สึกกังวลใจได้ในทันที เพราะมักจะมีข่าวออกมาบ่อย ๆ ว่าศัลยกรรมแบบวางยาสลบ หรือดมยาสลบแล้วเสียชีวิต โดยเฉพาะที่ประเทศเกาหลีใต้ ประเทศที่ใครหลาย ๆ คนใฝ่ฝันอยากจะไปทำสวยที่นั่น แต่จริง ๆ แล้วสาเหตุการตายนั่นไม่ได้มาจากการเลือกวางยาสลบ แต่เกิดจากปัจจัยอื่น ๆ โดยเฉพาะวิสัญญีแพทย์ปลอม เพราะสถานพยาบาลดังกล่าว ไร้มาตรฐาน และไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของตัวคนไข้นั่นเอง วันนี้ Amara Clinic จะมาอธิบายให้ทุกท่านได้อ่าน และทำความเข้าใจกันว่า ดูดไขมันแบบวางยาสลบให้ปลอดภัย ในปี 2021 นี้ ต้องทำอย่างไรบ้าง?

ทำไมต้องวางยาสลบตอนดูดไขมัน แค่ยาชาไม่ได้เหรอ?

          การดูดไขมัน (Liposuction) เป็นการผ่าตัดอย่างหนึ่ง ซึ่งเมื่อแพทย์กรีดเปิดปากแผลเข้าไป และใช้เครื่องมือในการสลายไขมัน ก็จะโดนเส้นประสาท เนื้อเยื่อ และเส้นเลือดในบริเวณดังกล่าว ส่งผลให้มีความเจ็บปวดมากในระหว่างทำ ทำให้ต้องใช้ยาระงับความเจ็บปวด ซึ่งยาชา ก็เป็นวิธีระงับความเจ็บปวดทั่วไปที่นิยมใช้กัน แต่คนแต่ละคนจะมีระดับความเจ็บ สภาพร่างกาย และความกังวลที่แตกต่างกันไป การวางยาสลบ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง สำหรับคนที่กลัวเจ็บ อยากตื่นมาแล้วสวยเลย หรือดูดไขมันหลาย ๆ ตำแหน่ง

ดูดไขมันแบบวางยาสลบ เหมาะกับเคสแบบไหน?

⚪️ คนที่ดูดไขมันหลายตำแหน่ง หรือดูดไขมันทั้งตัว
⚪️ คนที่มีความกังวล หรือกลัวเจ็บมาก
⚪️ คนที่อยากตื่นมาแล้ว หุ่นสวยเลย
⚪️ คนที่ไม่เคยศัลยกรรมมาก่อน
⚪️ คนที่ตัวเองและครอบครัวไม่มีประวัติแพ้ยาสลบมาก่อน

ข้อดีของการดูดไขมันแบบวางยาสลบ

✅ ช่วยให้คนไข้รู้สึกผ่อนคลาย ไร้กังวล
✅ คนไข้ไม่ต้องทนเห็นภาพไม่พึงประสงค์
✅ ไม่รู้สึกตัว ทำให้ไม่ต้องทนกับความเจ็บปวดทรมาน
✅ ช่วยให้แพทย์ดูดไขมันได้สะดวกมากขึ้น
✅ ช่วยลดความเครียดของแพทย์ลง
✅ ช่วยให้แพทย์ใช้เวลาในการดูดไขมันน้อยลง
✅ ช่วยลดโอกาสที่จะมีไขมันหลงเหลืออยู่หลังดูดไขมัน จากการที่คนไข้รู้สึกเจ็บมากจนทนไม่ไหว และขอหยุดการดูดไขมัน
✅ หลังดูดไขมัน คนไข้จะมีอาการปวดน้อยกว่าเคสที่ไม่วางยาสลบ เพราะคุณหมอวิสัญญีจะมีการฉีดยาแก้ปวด เพื่อคุมอาการปวดให้อย่างต่อเนื่อง

เช็คความน่าเชื่อถือสักนิด ก่อนดูดไขมัน

          การดูดไขมัน หรือการศัลยกรรมใด ๆ ก็แล้วแต่ ไม่ควรเอาราคาเป็นที่ตั้ง และยิ่งต้องทำการผ่าตัดด้วยวิธีวางสลบแล้ว ยิ่งต้องศึกษาและตรวจสอบข้อมูลให้มาก ๆ ไม่เพียงเพราะเพื่อผลลัพธ์ที่สวยงาม แต่เพราะความปลอดภัยของชีวิตเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

ความน่าเชื่อถือของสถานพยาบาล
          ความน่าเชื่อถือของสถานพยาบาล หรือคลินิกดูดไขมัน เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาเป็นอันดับต้น ๆ ทั้งในเรื่องของสถานที่ว่ามีอยู่จริงหรือไม่ ได้มาตรฐานแค่ไหน เป็นคลินิกที่เปิดอย่างถูกกฎหมายหรือไม่ รีวิวจากผู้ใช้บริการจริงก็สำคัญ ควรตรวจสอบว่ามีเคสดูดไขมันจริงไหม รวมไปถึงข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับการดูดไขมัน เพื่อให้คนไข้ได้ศึกษาและทำความเข้าใจก่อนตัดสินใจดูดไขมัน

ความน่าเชื่อถือของแพทย์
          แพทย์แต่ละคนจะมีความชำนาญและประสบการณ์ที่แตกต่างกันไป หากเราสนใจในคลินิกใด ให้ลองเช็คว่าแพทย์เป็นแพทย์จริงไหม มีประสบการณ์และความชำนาญอย่างไร อาจจะดูจากฝีมือท่ีผ่านมา ผ่านภาพรีวิว หรือการบอกต่อของคนไข้ท่านอื่น ๆ ทั้งนี้ แนะนำให้เข้าปรึกษาแพทย์ เพื่อรับการประเมินการรักษา ว่าแพทย์แนะนำอย่างไร สมเหตุสมผลหรือไม่ เราก็จะรับรู้ได้ว่าแพทย์คนดังกล่าวมีความเชี่ยวชาญจริงหรือไม่ จากการประเมิน และการให้คำแนะนำเรา

วิสัญญีแพทย์

          คลินิกความงามบางแห่ง อาจจะแจ้งว่าดมยาสลบ วางยาสลบ โดยวิสัญญีแพทย์ แต่จริง ๆ แล้ว มิใช่วิสัญญีแพทย์จริง เป็นพยาบาลแทน หรือเป็นแพทย์ทั่วไปแทนด้วยซ้ำ ทำให้มาตรฐานความปลอดภัย ความแม่นยำต่ำลง และความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น ควรสอบถามให้แน่ชัดว่าวิสัญญีแพทย์ชื่ออะไร เป็นวิสัญญีแพทย์จริงไหม และเช็คหน้าคุณหมอวิสัญญีว่าตรงกันหรือไม่ เพื่อความปลอดภัย และความสบายใจของเรา

ค่าใช้จ่ายของการวางยาสลบ

          ปกติแล้ว ราคาดูดไขมัน จะรวมการใช้ยาชาระงับความเจ็บปวดอยู่แล้ว ไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แต่ถ้าคนไข้มีความกลัวเจ็บ และวิตกกังวลมาก แพทย์แนะนำให้ใช้วิธีวางยาสลบ โดยวิสัญญีแพทย์ จะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม (จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับแต่ละคลินิก) บางคนอาจจะสงสัยว่าทำไมราคาการวางยาสลบ หรือดมยาสลบ ที่เพิ่มขึ้นมา แต่ละคลินิกมีราคาที่แตกต่างกัน บ้างก็ไม่ถึงหมื่น บ้างก็หลายหมื่น ต้องแจ้งให้ทราบว่า วิสัญญีแพทย์เป็นบุคคลที่สำคัญอย่างยิ่งให้ห้องผ่าตัด เป็นอาชีพที่มีความเสี่ยง เนื่องจากต้องคอยดูแลความปลอดภัยและชีวิตของคนไข้ เครื่องมืออุปกรณ์ต้องได้มาตรฐานและมีความแม่นยำมากที่สุด ดังนั้น ค่าตอบแทนของวิสัญญีแพทย์จึงสูงขึ้นตามไปด้วย ในบางแห่งอาจจะไม่ใช่วิสัญญีแพทย์จริง อาจจะใช้เพียงพยาบาลแทน ซึ่งความแม่นยำ ความชำนาญก็จะน้อยกว่าวิสัญญีแพทย์ จึงอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ค่าวางยาสลบที่เพิ่มขึ้นมาราคาถูกจนน่าตกใจ ดังนั้น เราจึงควรตรวจสอบให้แน่ใจว่า สถานพยาบาลแห่งนั้น วางยาสลบ โดยวิสัญญีแพทย์จริง มิใช่พยาบาล หรือผู้อื่น (เคสเสียชีวิตจากในข่าวส่วนใหญ่ เป็นการวางยาสลบ โดยพยาบาล หรือผู้อื่น ที่ไม่ใช่วิสัญญีแพทย์) ทั้งนี้ราคาจะขึ้นอยู่กับโปรโมชั่น ส่วนลด ของแต่ละคลินิกด้วย

ทำความรู้จัก “วิสัญญีแพทย์” ผู้ดูแลความปลอดภัยในห้องผ่าตัด

          วิสัญญีแพทย์ หรือคุณหมอดมยา (Anaesthetist) เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการให้ยาสลบแก่คนไข้ในการผ่าตัด เพื่อให้คนไข้หมดความรู้สึก ไม่มีความรู้สึกใด ๆ เกิดขึ้น โดยใช้วิธีการตามมาตรฐานสากล ซึ่งวิสัญญีแพทย์จะคอยประเมินสภาพร่างกายของคนไข้อยู่ตลอดเวลา เพื่อป้องกันอาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นได้ เนื่องจากวิสัญญีแพทย์เป็นผู้ที่มีหน้าที่ในการรับผิดชอบความปลอดภัยของคนไข้ระหว่างผ่าตัดโดยตรง

การดูแลคนไข้ของวิสัญญีแพทย์

ก่อนดูดไขมัน
          ก่อนที่จะเข้าห้องผ่าตัด วิสัญญีแพทย์จะมีการซักประวัติคนไข้อีกครั้ง เช็คผลตรวจร่างกาย ประเมินความพร้อมของร่างกายและจิตใจของคนไข้ ว่าพร้อมที่จะทำการผ่าตัดด้วยวิธีวางยาสลบหรือไม่ วิสัญญีแพทย์ก็จะมีการพูดคุยเพื่อให้คนไข้รู้สึกผ่อนคลาย ไม่เครียด และทำให้คนไข้ไว้วางใจว่าปลอดภัยแน่นอน จากนั้นวิสัญญีแพทย์ก็จะวางแผนการวางยาสลบ โดยให้ยาสลบในปริมาณที่เหมาะสมกับแต่ละเคสไป

เริ่มดูดไขมัน
          วิสัญญีแพทย์จะฉีดยาสลบผ่านทางสายน้ำเกลือ เพื่อให้คนไข้หลับหรือสลบไป จากนั้นวิสัญญีแพทย์ก็จะเป็นผู้เฝ้าสังเกตอาการ ควบคุมระดับของยาสลบให้เพียงพอ พร้อมเช็คการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย เพื่อป้องกันไม่ให้มีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้น จนกว่าแพทย์จะดูดไขมันเสร็จ หลังจากนั้นวิสัญญีแพทย์ก็จะลดระดับของยาสลบลง เพื่อให้คนไข้ค่อย ๆ รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอย่างปลอดภัย

หลังดูดไขมัน
          เมื่อดูดไขมันเสร็จแล้ว วิสัญญีแพทย์จะเฝ้าดูอาการต่อไปอีกระยะหนึ่ง เพื่อให้คนไข้รู้สึกตัวตื่นเต็มที่ มีสติครบถ้วน และมีสัญญาณชีพที่อยู่ในสภาวะปกติ ซึ่งคนไข้จะถูกพาไปพักผ่อนที่ห้องพักฟื้นต่อ จนกว่าอาการจะดีขึ้น และพร้อมกลับบ้าน

ดูรีวิวก่อน-หลังดูดไขมันเพิ่มเติม คลิก!

เตรียมตัวให้พร้อมก่อนวางยาสลบ

🔷 แจ้งประวัติการรักษา ปัญหาสุขภาพ รวมถึงอาการแพ้สิ่งต่าง ๆ ให้แพทย์ทราบ เพื่อการวางแผนที่เหมาะสม
🔷 งดดื่มหรือกินอาหารทุกชนิด หลังเที่ยงคืน หรืออย่างน้อย 8 ชั่วโมง เพื่อป้องกันไม่ให้สำลัก และขาดอาการหายใจ
🔷 งดดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่ อย่างน้อย 2 สัปดาห์
🔷 ล้างสีเล็บและตัดเล็บมือให้สั้น เพื่อให้วิสัญญีแพทย์สังเกตความเปลี่ยนของสภาวะขาดออกซิเจน
🔷 งดแต่งหน้า หรือทาครีมใด ๆ เพื่อให้วิสัญญีแพทย์สังเกตอาการ
🔷 งดสวมใส่เครื่องประดับทุกชนิด รวมไปถึงคอนแทคเลนส์ และฟันปลอมด้วย
🔷 หากคนไข้มีฟันโยก ต้องแจ้งให้วิสัญญีแพทย์ทราบด้วย
🔷 พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อลดผลข้างเคียงหลังการวางยาสลบ (เมายาสลบ)

ผลข้างเคียงหลังวางยาสลบมีอะไรบ้าง?

          หลังการวางยาสลบ จะส่งผลให้ร่างกายของเรามีอาการข้างเคียงต่าง ๆ ได้ เนื่องจากมีการใช้ยาสลบ การนอนอยู่กับที่เป็นเวลานาน และรวมไปถึงการสูญเสียของเหลวในร่างกาย ซึ่งผลข้างเคียงนี้ จะเกิดขึ้นในช่วงแรกที่ฟื้นตัวจากการวางยาสลบ อาจจะเกิดขึ้นได้นานหลายชั่วโมง ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคนไป ทั้งนี้ผลข้างเคียงต่อไปนี้ จะเป็นอาการที่เกิดขึ้นได้ทั่วไป และไม่รุนแรง

⚪️ รู้สึกเจ็บ ปวดระบม ในบริเวณที่ทำการดูดไขมัน
⚪️ รู้สึกอ่อนเพลีย ไม่มีเรี่ยวแรง ตัวสั่น หนาวสั่น
⚪️ อาการหน้ามืด วิงเวียนศีรษะ
⚪️ อาการคลื่นไส้ อยากอาเจียน
⚪️ สับสน มึนงง หรือเสียความทรงจำชั่วครู่
⚪️ ปัสสาวะยากขึ้น ในช่วง 12 ชั่วโมงแรก

ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากการวางยาสลบ

🔶 ภาวะสับสนทางด้านจิตใจ (เกิดชั่วครู่และหายไป)
🔶 คนไข้รู้สึกตัวตื่นขึ้นระหว่างดูดไขมัน ซึ่งเกิดขึ้นได้น้อย เนื่องจากจะวิสัญญีแพทย์จะคอยตรวจเช็คอาการ และระดับของยาสลบอยู่เสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าคนไข้จะไม่ตื่นขึ้นมาระหว่างดูดไขมัน
🔶 ภาวะแพ้ยาสลบ (Malignant Hyperthermia) อย่างรุนแรง และฉับพลัน เกิดจากการที่ร่างกายมีปฏิกิริยาที่ผิดปกติกับยาสลบ  ทำให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายรวน และทำงานผิดปกติ ส่งผลให้เกิดอาการต่าง ๆ ตามมา เช่น ความดันโลหิตต่ำ, หลอดลมบวม, ตัวบวม, หายใจลำบาก, มีผื่น, ความรู้สึกตัวน้อยลง และอาจจะนำไปสู่การเสียชีวิตได้
🔶 การเสียชีวิตจากการวางยาสลบ ในกรณีนี้ หากวางยาสลบ โดยวิสัญญีแพทย์จริง จะเกิดได้น้อยมาก หรือแทบไม่เกิดเลย ซึ่งมักจะเกิดกับเคสที่วางยาสลบ โดยผู้ที่ไม่ใช้วิสัญญีแพทย์ หรือมีภาวะแทรกซ้อนของโรคอื่น ๆ ร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็น อุณหภูมิในร่างกายสูงจัดอย่างฉับพลัน, กล้ามเนื้อเกร็ง หดรัดแน่น หรือหยุดทำงาน, เลือดเป็นกรด, เลือดไหลไม่หยุด, การติดเชื้อในปอด, ภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน หรือเส้นเลือดในสมองแตก หรือตีบตัน เป็นต้น

ใครไม่ควรดูดไขมันแบบวางยาสลบ?

✖️ คนที่ตัวเอง หรือคนในครอบครัว มีประวัติแพ้ยาสลบมาก่อน
✖️ คนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep apnea)
✖️ คนที่มีภาวะความดันโลหิตสูง
✖️ คนที่เป็นโรคประจำตัวบางโรค เช่นโรคเบาหวาน, โรคหัวใจ, โรคไต, โรคปอด หรือโรคอ้วน เป็นต้น
✖️ คนที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ และสูบบุหรี่จัด
✖️ คนที่กำลังใช้ยารักษา ที่ส่งผลให้มีภาวะเลือดออกเพิ่มขึ้น เช่นยาแอสไพริน

ดูดไขมันที่ Amara Clinic วางยาสลบ หรือ ยาชา?

          ทางเอมาร่าคลินิก เรามีทั้งการดูดไขมันด้วยยาชา และดูดไขมันแบบวางยาสลบ โดยวิสัญญีแพทย์ ซึ่งจะมีวิสัญญีแพทย์คอยดูแลตลอดการรักษา ตั้งแต่ก่อนวางยาสลบ ระหว่างผ่าตัด ตลอดไปจนถึงหลังผ่าตัด ทั้งนี้การดูดไขมันด้วยการวางยาสลบจะเหมาะกับท่านหรือไม่ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญและวิสัญญีแพทย์จะเป็นผู้ประเมินให้ค่ะ

สรุป วิธีป้องกันภาวะแทรกซ้อน เพื่อให้การวางยาสลบปลอดภัย

          การป้องกันความอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ในการวางยาสลบ เริ่มได้จากตัวเรา หรือคนไข้เอง โดยการตรวจเช็คดูความน่าเชื่อถือของสถานพยาบาล แทพย์ที่ให้การรักษา วิสัญญีแพทย์ และที่สำคัญคือประวัติของเรานี่แหละ เมื่อแพทย์หรือวิสัญญีแพทย์ต้องการข้อมูลอะไร เราจำเป็นต้องพูดตามความจริง เพราะทุกอย่างจะมีผลในการกำหนดยาสลบ และการดูแลของแพทย์ด้วย เพื่อการป้องกันภาวะแทรกซ้อนอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยสูงสุด ควรทำตามคำแนะนำของแพทย์นะคะ

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องได้ที่นี่

🔵 ดูดไขมันแบบวางยาสลบ
🔵 ดูดไขมันทั้งที ควรเลือกแบบวางยาสลบ หรือฉีดยาชา แบบไหนดีกว่ากัน?
🔵 ทำไม Amara Clinic ถึงไม่ใช่คลินิกดูดไขมัน-เติมไขมันราคาถูก?
🔵 ห้องผ่าตัดที่ปลอดภัยไร้ความเสี่ยง ต้องมีอะไรอะไรบ้าง?!
🔵 ดูดไขมันทั้งที ยาชา หรือ ยาสลบดีนะ?
🔵 การดูดไขมัน คืออะไร ? 

จองคิวปรึกษา

ดูดไขมันที่เอมาร่า คลินิก

ฟรี! ของแถมสุดพิเศษ !
เฉพาะลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ เท่านั้น

    สอบถามเพิ่มเติมได้ที่นี่
    LINE : @amaraclinic

    Leave a Reply

    Your email address will not be published. Required fields are marked *