ลดเหนียงแบบไหน เหนียงหาย เห็นผลชัดมากที่สุด?

ลดเหนียง

“ทำไมผอมแต่มีเหนียง?”, “ทำไมหน้าดูอ้วนจัง?” คำทักทายเหล่านี้ ทำเราเอาหมดความมั่นใจได้ง่าย ๆ เลยใช่มั้ยล่ะครับ วิธีลดเหนียงสามารถทำได้หลายวิธีเลย มีทั้งการฉีดแฟตเหนียง (ฉีดเมโสแฟตเหนียง) การดูดไขมันเหนียง หรือการนวดด้วยความร้อนเป็นต้น ซึ่งที่ Amara Clinic หมอก็จะเลือกวิธีการรักษา ให้เหมาะสมกับแต่ละเคสมากที่สุดครับ

ตอนแรกที่เราเริ่มมีเหนียง หลาย ๆ คนคงจะคิดว่าเหนียงออกแค่นิดเดียวเอง ไม่เห็นเป็นอะไรเลย แต่นานวันเข้าเหนียงก็ใหญ่ขึ้น กลายเป็นคางสองชั้นขึ้นมา รู้ตัวอีกทีก็เห็นเหนียงชัดซะแล้ว เดี๋ยวเรามาอ่านกันต่อดีกว่าว่า เหนียงเกิดจากอะไร? วิธีลดเหนียงมีวิธีไหนบ้าง? วิธีไหนดีกว่ากัน เราเหมาะกับลดเหนียงด้วยวิธีไหนดีที่สุด และผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นอย่างไรนะครับ

เหนียงคืออะไร? เกิดจากอะไร

เหนียง (Double Chin) คือก้อนไขมันส่วนเกินที่สะสมอยู่บริเวณใต้คาง (เหนียงใต้คาง) ทำให้เกิดเป็นคางสองชั้นขึ้นมาครับ ซึ่งเหนียงเกิดจากพฤติกรรมการกินของเรา, พันธุกรรม, โครงสร้างใบหน้า, กล้ามเนื้อใต้คาง และสภาพผิวหนัง เรียกได้ว่าเหนียงเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยเลยล่ะครับ และในแต่ละคนก็จะมีขนาดของเหนียงมากน้อย แตกต่างกันไป ที่สำคัญคือไม่ได้จำกัดเฉพาะคนอ้วนเท่านั้น คนที่ผอมแต่มีเหนียงก็มีไม่น้อยครับ

ปัญหาของเหนียงออก เหนียงเยอะ

  • ทำให้หมดความมั่นใจ
  • ใบหน้าดูอ้วนกลม
  • ใบหน้าดูแบนไม่มีมิติ
  • เหนียงเยอะ ก้มหน้าไม่สุด
  • ใบหน้าดูไม่เรียว อย่างที่ต้องการ
  • เซลฟีเมื่อไหร่ เป็นต้องหลบมุม

ลดเหนียงสามารถทำได้กี่วิธี?

วิธีลดเหนียงสามารถทำได้หลายวิธี อาทิการดูดไขมันเหนียง, ฉีดแฟตเหนียง, ผ่าตัดยกกระชับเหนียง, นวดกระชับเหนียงด้วยความร้อน, Hifu เหนียง, ร้อยไหมเก็บเหนียง, โบท็อกเหนียง หรือการใส่ผ้ารัดเหนียง เป็นต้น ซึ่งแต่ละวิธีก็เหมาะสมกับการรักษาในแต่ละเคสไป ซึ่งก็มีตั้งแต่เห็นผลทันที เห็นผลช้า บวมมากบวมน้อย ทำครั้งเดียวจบ หรือต้องทำซ้ำหลายครั้งก็มีครับ

แต่ไม่ว่าจะกำจัดเหนียงด้วยวิธีใด อย่าลืมหาข้อมูล สอบถามเจ้าหน้าที่ และตรวจสอบความน่าเชื่อถือของแพทย์กันด้วยนะครับ เพราะสมัยนี้ มีทั้งคลินิกที่ดีและไม่ดีปะปนกันไป เราจึงต้องมีความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น เพื่อไม่ให้เราพลาดเสีย้เงินไปแบบฟรี ๆ ครับ

วิธีลดเหนียง ลดคางสองชั้น มีดังนี้

การดูดไขมันเหนียง

การดูดไขมันเหนียง (Double Chin Liposuction) เป็นการกำจัดเหนียงออกมาอย่างตรงจุด และเห็นผลชัดเจนทันทีหลังทำ เหนียงจะมีขนาดเล็กลงตามที่ต้องการ แต่วิธีนี้จะต้องเปิดแผลผ่าตัดขนาดประมาณ 3-4 มิลลิเมตร เพื่อสอดท่อดูดไขมันเข้าไปสลายไขมัน โดยใช้เครื่องดูดไขมันเข้ามาช่วย (สำหรับเคสที่มีไขมันเหนียงเยอะ) การดูดไขมันเหนียงทำครั้งเดียวจบ เห็นผลชัด เหนียงหายถาวร และเจ็บน้อย เหมาะกับเคสที่มีไขมันเหนียงที่สุด

ฉีดลดเหนียง ฉีดแฟต ฉีดเมโสแฟต

การฉีดแฟตลดเหนียง (เมโสแฟต) เป็นการฉีดตัวยาเข้าไปบริเวณคางสองชั้น เพื่อให้ตัวยาเข้าไปสลายไขมันให้ตายไป หรือเพื่อให้เซลล์ไขมันยุบตัวลง ทำให้เหนียงหาย เหนียงยุบลง โดยไม่ต้องเปิดแผลผ่าตัดใด ๆ  ซึ่งตัวยาในการฉีดลดเหนียงจะขึ้นอยู่กับสูตรของแต่ละคลินิกไป

ซึ่งในแต่ละเคสจะได้ผลลัพธ์มากน้อยแตกต่างกัน (ไม่แน่นอน) อีกทั้งยังต้องทำซ้ำหลายครั้ง เพราะหลังจากที่ฉีดแฟตไปได้สักพัก เหนียงก็จะกลับมา ซึ่งวิธีนี้จะเหมาะกับเคสที่มีเหนียงใต้คางไม่เยอะ

ผ่าตัดยกกระชับเหนียง

การผ่าตัดสามารถแบ่งได้เป็นการผ่าตัดยกกระชับกล้ามเนื้อ (สำหรับเคสที่กล้ามเนื้อใต้คางหย่อนคล้อยไม่กระชับ ทำให้บริเวณใต้คางห้อยย้อยลงมา แม้ว่าเราจะมีเหนียงน้อย แต่ถ้ากล้ามเนื้อใต้คางไม่กระชับ ก็จะทำให้ดูเหนียงเยอะได้)

และการผ่าตัดหนังบริเวณเหนียงออกไป เหมาะสำหรับเคสที่มีอายุมาก ผิวเหี่ยวย่น สภาพผิวหย่อนคล้อยรุนแรง การผ่าตัดเหนียงออกไปจะช่วยให้เหนียงหายไปทันที แต่วิธีนี้จะมีรอยแผลใหญ่ ใช้เวลาพักฟื้นนาน และราคาสูง

นวดกระชับเหนียง นวดลดเหนียง

สำหรับเคสที่มีไขมันใต้คางน้อย และไม่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย การนวดลดเหนียงด้วยความร้อน ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยลดเหนียงได้ เช่นการนวด RF ยกกระชับเหนียง เป็นต้น

ซึ่งวิธีนี้ จะช่วยลดแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อยได้ดี เพราะพลังความร้อนจะช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ช่วยให้ผิวมีความเต่งตึงขึ้น และต้องทำซ้ำหลาย ๆ ครั้งจึงจะเห็นผล นอกจากนี้ ยังช่วยสลายไขมันได้เล็กน้อย หากอุณหภูมิสูงถึงประมาณ 43°C (เช่นเครื่อง Venus Legacy)

การทำ Hifu เหนียง

Hifu (ไฮฟู่) เป็นการใช้พลังคลื่นเสียงอัลตร้าซาวด์ ในการส่งตรงเข้าไปที่ชั้นผิวแต่ละชั้น เพื่อให้ผิวหดตัวลงในทันที คล้าย ๆ กับการเย็บผิวขึ้น ในระหว่างทำจึงมีความรู้สึกเจ็บได้บ้าง

ซึ่ง Hifu เหนียง ช่วยสลายไขมันได้เพียงเล็กน้อย และแก้ปัญหาเหนียงหย่อนคล้อยได้ดี เห็นผลได้ทันทีหลังทำ แต่ก็เพียงชั่วคราวเท่านั้น หลังทำไประยะหนึ่ง ผิวก็จะคล้อยลงมาเหมือนเดิม เหนียงออกเหมือนเดิม ต้องทำเรื่อย ๆ ไม่ได้ผลลัพธ์ที่ถาวร

ร้อยไหมเหนียง

การร้อยไหมเหนียง (Thread Lift) เป็นการใช้ไหมละลายสอดเขเาไปที่ชั้นไขมัน เพื่อยกกล้ามเนื้อใบหน้าขึ้น เหนียงจึงถูกยกกระชับขึ้นไปด้วย ทำให้เหนียงดูน้อยลง กรอบหน้าดูชัดขึ้น ซึ่งการร้อยไหมเหนียงจะได้ผลลัพธ์ดีหรือน้อย ขึ้นอยู่กับประเภทไหมที่ร้อย, คุณภาพของเส้นไหม, จำนวนไหมที่รอย และประสบการณ์ของแพทย์ด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ การร้อยไหมทำให้ได้ผลลัพธ์ชัดก็จริง แต่ไม่ได้ผลลัพธ์ที่ถาวรเช่นเดียวกัน จะต้องทำซ้ำปีละ 1-2 ครั้ง และยังส่งผลทำให้เกิดพังผืดขึ้นใต้ผิวอีกด้วย

ใส่ผ้ารัดเหนียง

บางคนเห็นโฆษณาผ้ารัดเหนียงว่าใส่แล้วเห็นผลทันที จึงเกิดความสับสนและเข้าใจผิดว่าเหนียงจะหายไปเมื่อใส่ผ้ารัดเหนียง ซึ่งคำว่า “เห็นผลทันที” ไม่ใช่การใส่ปุ๊ปเหนียงหายไปปั๊ป เหมือนไม่เคยมีอยู่เลย แต่เป็นการที่เหนียงกระชับขึ้นในขณะทีใส่ต่างหากครับ

ถ้าถอดออกเหนียงเราก็เยอะเหมือนเดิม ถ้าถามว่าสามารถลดเหนียงได้ไหม? จริง ๆ ก็ได้นะครับ แต่จะใช้เวลานาที่นานมาก หมอแนะนำให้รักษาด้วยวิธีอื่นร่วมด้วย เช่นการดูดไขมันเหนียง หรือนวดกระชับเหนียงเป็นต้น

อยากลดเหนียงเลือกแบบไหนดีสุด?

วิธีลดเหนียงที่เป็นดาวเด่นเลย คงไม่แพ้การฉีดแฟต (เมโสแฟตเหนียง) และการดูดไขมันเหนียงครับ สองวิธีนี้ได้รับความนิยมมากทั้งคู่ หมอจึงจะมาอธิบายการลดเหนียงด้วยสองวิธีนี้กันแบบชัด ๆ ว่าแบบไหนเห็นผลชัดกว่ากัน และมีข้อแตกต่างกันอย่างไรบ้างนะครับ

ดูดไขมันเหนียง vs ฉีดแฟตเหนียง

คนไข้หมอที่เข้ามาดูดไขมันเหนียง แทบจะทุกคนที่เคยไปฉีดแฟตลดเหนียงมาก่อนแล้ว ฉีดมาหลายครั้งก็เห็นผลแค่แปปเดียวเท่านั้น แล้วเหนียงก็กลับมาเยอะเหมือนเดิม จนสุดท้ายตัดสินใจเข้ามาปรึกษาหมอ ว่าควรจะฉีดแฟตต่อไป หรือดูดไขมันเหนียงออกเลยดี

ส่วนตัวหมอแนะนำให้ดูดไขมันเหนียงออกไปเลยนะครับ เพราะสามารถแก้ปัญหาไขมันส่วนเกินได้อย่างตรงจุดมากกว่า และไม่ต้องคอยกังวลว่าอีกสองสามเดือนข้างหน้า เหนียงจะกลับมาใหญ่เหมือนเดิมอีกไหม

Amara Clinic มีวิธีลดเหนียงหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการดูดไขมันเหนียง การฉีดแฟตลดเหนียง การนวดกระชับเหนียงด้วยความร้อน หรือการยกกระชับเหนียง ด้วยเครื่อง J Plasma ก็มีเช่นกันครับ อย่างไรก็ตาม ลองเข้ามาปรึกษาหมอที่ก่อนได้ครับ เดี๋ยวหมอจะประเมินให้ว่าในแค่ของแต่ละคนเหมาะสมกับการลดเหนียงด้วยวิธีไหนที่สุด (อ่านเพิ่มเติม : ดูดไขมันเหนียง)

ลดเหนียงด้วยการดูดไขมันเหนียง

สำหรับใครที่มีปัญหาไขมันใต้คางเยอะ เกิดเป็นคางสองชั้นขึ้นมา ทำให้ไม่มั่นใจในใบหน้า การดูดไขมันเหนียง สามารถช่วยได้ครับ การดูดไขมันเหนียงจะมีแผลเล็ก ๆ ประมาณ 3-4 มิลลิเมตร หมอจะซ่อนแผลไว้หลังใบหู และใต้คาง (ขึ้นอยู่กับแต่ละเคส) เพื่อดูดไขมันใต้คางออกมา ไม่ต้องกังวลเรื่องแผล หรือความบวม เพราะหมอมี After Care ดูแลเต็มที่เลยครับ

ขั้นตอนการดูดไขมันเหนียง

ขั้นตอนดูดไขมันเหนียงจะประกอบไปด้วย 3 ขั้นตอนคือ การใส่ Tumescent, การสลายไขมันส่วนเกิน และการดูดไขมันออกมาครับ ส่วนเคสไหนที่หมอประเมินว่า หลังดูดไขมันเหนียงผิวตรงใต้คางอาจจะหย่อนคล้อยได้นะ หากคนไข้ตกลงทำกระชับเหนียงด้วย หมอก็จะใช้เครื่อง J Plasma ยกกระชับเหนียงให้ เป็นขั้นตอนสุดท้ายครับ

ขั้นตอนดูดไขมัน

การใส่ Tumescent

Tumescent เป็นสารน้ำที่ประกอบไปด้วยยาชา (ลดความเจ็บ), น้ำเกลือ (ขยายพื้นที่), Adrenaline (ทำให้เส้นเลือดหดตัว) และตัวยาอื่น ๆ ขึ้นอยู่กับแต่ละคลินิก เพื่อให้คนไข้รู้สึกเจ็บน้อยลง และหมอดูดไขมันเหนียงได้สะดวกมากขึ้น ซึ่งไม่ว่าจะดูดไขมันเหนียงด้วยยาชา หรือวางยาสลบ โดยวิสัญญีแพทย์ ก็จะต้องใส่ Tumescent ก่อนเริ่มสลายไขมันนะครับ

Tumescent ดูดไขมัน

*ในสมัยก่อนดูดไขมันเหนียง แล้วมีความรู้สึกเจ็บมาก ทรมานมาก หนึ่งในสาเหตุนั้นคือการที่สมัยก่อนไม่มีการใส่ Tumescent ก่อนดูดไขมัน ทำให้คนไข้เจ็บมาก ๆ จนทนไม่ไหว และทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่นการที่ร่างกายเสียเลือดมากเกินไป ดังนั้น Tumecent ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยพัฒนาให้วงการดูดไขมันมีความปลอดภัยมากขึ้นครับ

การสลายไขมันเหนียง

ขั้นตอนการสลายไขมันคางสองชั้น หมอก็จะมีการนำเครื่องมือต่าง ๆ เข้ามาช่วยนะครับ ทีนี้หมอก็จะดูความเหมาะสมสำหรับแต่ละเคส ๆ ไป ว่าเหมาะกับเครื่องไหนมากที่สุด ก็มีตั้งแต่การดูดไขมันเหนียงแบบไม่ใช้เครื่อง คือการใช้ Syringe ดูดไขมันเหนียงออกมา สำหรับกรณีที่มีไขมันน้อย และการใช้เครื่องดูดไขมันเข้ามาช่วย สำหรับเคสที่มีไขมันเหนียงเยอะ

การดูดไขมันออกมา

สลายไขมันเสร็จแล้ว หมอก็จะดูดเอาไขมันออกมา ซึ่งเวลาที่หมอดูดไขมันเหนียงเนี่ยนะครับ หมอจะมีการวางแผนไว้ก่อนว่า หมอต้องดูดไขมันตรงจุดไหนออกมาบ้าง รูปหน้าแบบนี้ต้องดูดไขมันออกมากี่ CC จึงจะเหมาะสม เพื่อให้ใบหน้าได้รูปสวยงาม และดูสมส่วนที่สุดครับ ซึ่งหมอจะไม่ดูดออกมาจนเกลี้ยง และทำให้ใบหน้ามีลักษณะแปลก ๆ แต่หมอจะดูดในปริมาณที่พอดีสำหรับแต่ละเคสครับ

การยกกระชับเหนียง

จะยกกระชับเหนียงไหม? หมอจะพิจารณาเป็นเคส ๆ ไป ซึ่งปกติบริเวณเหนียงจะเป็นส่วนที่ผิว มีโอกาสหย่อนคล้อยมากอยู่แล้วนะครับ ก็จะมีทั้งคนที่ผิวย้วยอยู่แล้วตั้งแต่ก่อนดูดไขมัน และเคสที่มีไขมันปริมาณเยอะ เวลาดูดไขมันออกมาแล้ว มีโอกาสที่ผิวจะหย่อนคล้อยได้ครับ หมอจะใช้เครื่อง J Plasma จากอเมริกา ในการยกกระชับผิวให้เรียบตึงขึ้นมาในทันที เครื่องตัวนี้ดีมากครับ เรื่องได้ว่ายืน 1 เรื่องการยกกระชับผิวอย่างตรงจุดเลยก็ว่าได้ครับ (มีงานวิจัยรองรับ)

ผลลัพธ์หลังดูดไขมันเหนียง

  • เห็นผลได้ทันทีหลังทำ
  • คางสองชั้นหายไปทันที
  • กรอบหน้าดูชัดขึ้นกว่าเดิม
  • ใบหน้าดูเรียวสวย V-Shape
  • ถ่ายรูปมุมไหนก็ออกมาดูดี
  • เห็นผลกึ่งถาวร ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองหลังดูดไขมัน หากไม่มีการปรับพฤติกรรมการกิน หรือควบคุมน้ำหนัก ก็อาจทำให้ไขมันกลับมาสะสมได้อีกครั้ง

ดูดไขมันเหนียงเจ็บไหม?

การดูดไขมันเหนียงเจ็บไหม? สำหรับเคสที่ดูดเหนียงด้วยยาชา จะมีความเจ็บได้ครับ ซึ่งในแต่ละเคสก็จะมีความเจ็บที่แตกต่างกันไป ส่วนใหญ่จะเจ็บแค่ตอนที่หมอฉีดยาชาตอนแรก หลังจากนั้นก็ชิว ๆ แล้วครับ ส่วนเคสที่ดูดไขมันเหนียงแบบวางยาสลบ โดยวิสัญญีแพทย์ (มักเป็นเคสที่่ดูดไขมันตำแหน่งอื่นร่วมด้วย) จะไม่รู้สึกเจ็บใด ๆ ครับ และหลังดูดไขมันเหนียงก็จะมีความเจ็บ ระบมช้ำ บวมช้ำได้บ้างครับ

การดูแลตัวเองหลังดูดไขมันเหนียง

การดูแลตัวเองหลังดูดไขมันเหนียงที่ดี ควรทำตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อให้เหนียงของเราเข้าที่เร็วขึ้น หายไวขึ้น บวมน้อยลง รู้สึกเจ็บน้อยลง ซึ่งการดูแลตัวเองหมอจะเน้นย้ำช่วง 1 เดือนแรกเป็นพิเศษครับ เพราะเป็นช่วงเวลาพักฟื้นที่ต้องดูแลตัวเองอย่างละเอียดอ่อน นอกจากนี้ ควรควบคุมอาหาร ปรับการกิน และออกกำลังกาย เพื่อลดโอกาสที่ไขมันจะกลับมาสะสมอีกครั้งนะครับ

  • ดื่มน้ำในปริมาณมาก เพื่อขับยาชา และลดอาการบวม
  • รับประทานยาตามที่หมอแนะนำอย่างเคร่งครัด
  • สวมผ้ารัดหน้า ที่รัดเหนียงไว้ อย่างน้อย 22-24 ชั่วโมง/วัน
  • ทำความสะอาดแผลทุกวัน จนกว่าจะถึงวันตัดไหม (5-7 วัน)
  • ระวังไม่ให้น้ำเข้าแผลนะครับ แผลจะได้หายไว ๆ 
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ และงดสูบบุหรี่ก่อนนะครับ เพราะแผลจะหายช้า
  • งดอาหารแสลง อาการหมักดอง อาหารไม่สุก เพราะแผลอาจติดเชื้อได้ครับ
  • ปรับพฤติกรรมการกิน ลดปริมาณการกิน เลือกกินแต่อาหารที่มีไขมันน้อย

ดูดไขมันเหนียงอันตรายไหม?

ดูดไขมันเหนียงอันตรายไหม? ในปัจจุบันไม่ได้มีความอันตรายอะไรแล้วนะครับ เพราะเทคนิคก็ใหม่ เครื่องมือก็ดี มีตัวยาระงับความเจ็บต่าง ๆ ที่เอื้อให้หมอดูดเหนียงสะดวกขึ้น คนไข้สามารถดูดเหนียงได้ชิว ๆ ครับ ต่างกับสมัยก่อนที่ไม่มีอะไรเอื้อเฟื้อต่อการดูดไขมันเลย

ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยจริง ๆ ต้องเลือกคลินิกดูดไขมันเหนียงให้ถูกนะครับ เพราะคลินิกที่ไม่ได้มาตรฐาน ก็อาจทำให้เกิดอันตรายได้ นอกจากนี้ ยังอาจทำให้ผลลัพธ์ที่ได้ไม่เป็นตามที่หวัง แถมได้ผลข้างเคียงมาเพียบอีกด้วยนะครับ

ดูดไขมันเหนียงราคาเท่าไหร่?

หมอขอแนะนำว่าการดูดไขมันเหนียงราคาถูก อาจจะทำให้เราไม่ได้รับผลลัพธ์ที่ดีเท่าไหร่นะครับ (คนไข้หมอหลายคนไปดูดไขมันเหนียงราคาถูกมาก ๆ มา หลักพันบ้าง หมื่นต้น ๆ บ้าง ผลลัพธ์ที่ได้คือพังครับ ต้องมาให้หมอแก้ให้ บางเคสก็แก้ได้นะครับ แต่บางเคสก็แก้ไม่ได้แล้วจริง ๆ แถมไม่มี After Care ดูแลอะไรเลย) หมอเลยไม่แนะนำให้เลือกทำกับที่ ที่มีราคาถูก ๆ ครับ ควรพิจารณากับปัจจัยอื่นร่วมด้วย

เครื่องมือดูดไขมันเหนียง

เครื่องดูดไขมันแต่ละเครื่อง มีข้อดีและมีข้อเสียที่แตกต่างกันไป รวมไปถึงความเหมาะสมในแต่ละเคสด้วย ที่ Amara Clinic หมอมีที่เครื่องดูดไขมันพลังงานน้ำ และพลังงานความร้อน เลือกใช้แต่เครื่องมือที่ทันสมัย เป็นเทคโนโลยีใหม่ และรุ่นใหม่ล่าสุดครับ ซึ่งหมอจะประเมินจากปัญหา ไขมัน สภาพผิว และความต้องการของแต่ละเคส จากนั้นหมอจะเลือกใช้เครื่องมือตามความเหมาะสมครับ (อ่านเพิ่มเติม : ความแตกต่างของเครื่องดูดไขมัน)

Manual Liposuction

Manual Liposuction เป็นการดูดไขมันด้วยแรงมือ ไม่ได้ใช้เครื่องดูดไขมันพลังงานต่าง ๆ เข้ามาช่วย สำหรับเคสที่มีปริมาณไขมันไม่เยอะ หมอดูแล้วว่าไม่จำเป็นต้องเปิดเครื่องดูดไขมัน หมอก็จะดูดไขมันด้วยวิธีนี้ครับ โดยหมอจะใช้ Syringe ค่อย ๆ กระทุ้งให้ไขมันแตกตัวออกจากกัน และดูดไขมันเหนียงออกมา ซึ่งถ้าดูดไขมันในปริมาณน้อย คนไข้จะไม่ได้รู้สึกเจ็บมาก และไม่ได้ระบมช้ำมากครับ

เครื่องดูดไขมันพลังน้ำ body-jet

เครื่องดูดไขมันพลังน้ำ body-jet เป็นเครื่องดูดไขมันที่สลายเซลล์ไขมันได้อ่อนโยนที่สุด เหมาะกับเคสที่ไม่ต้องการพักฟื้น กลัวเจ็บ และต้องการเอาไขมันไปเติมส่วนอื่น ๆ ต่อ ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่จากเยอรมนี ใช้พลังงานน้ำในการสลายไขมัน ไม่เกิดความร้อนทำลายเซลล์ไขมัน และเสี่ยงผิวไหม้เบิร์น เคสที่ไม่อยากเสียเวลาพักฟื้น หมอแนะนำเครื่อง body-jet เลยครับ (อ่านเพิ่มเติม : body-jet)

ดูดไขมันพลังน้ำ

เครื่องดูดไขมันเวเซอร์ Vaser Smooth 2.2

Vaser Smooth 2.2 เป็นเครื่องดูดไขมันเวเซอร์รุ่นใหม่ล่าสุด ที่หมอเลือกใช้นะครับ เครื่องรุ่นใหม่จะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี และมาตรฐานมากกว่าเครื่องเวเซอร์รุ่นเก่าครับ Vaser จะใช้พลังคลื่นเสียงอัลตร้าซาวด์ผลิตพลังความร้อน และเอาไปสลายไขมันอย่างตรงจุด สามารถสลายไขมันได้เยอะ ดูดไขมันออกมาได้มากในครั้งเดียว เหมาะกับเคสที่อยากดูดไขมันทิ้งครับ (อ่านเพิ่มเติม : Vaser Smooth 2.2)

เวเซอร์

เครื่องดูดไขมันพลังคลื่นเสียง Ultra Z

Ultra Z เป็นเครื่องดูดไขมันพลังความร้อน จาประเทศเกาหลี ใช้พลังคลื่นเสียงอัลตร้าซาด์ ในการสร้างความร้อน เพื่อใช้ในการสลายไขมันอย่างตรงจุด เหมาะกับเคสที่มีชั้นไขมันไม่หนามาก เคสที่เป็นคนไซซ์เล็ก สามารถดูดไขมันออกมาได้เยอะ เห็นผลลัพธ์หลังทำชัดเจน แต่จะมีพลังงานความร้อนที่ต่ำกว่าเครื่องเวเซอร์ครับ (อ่านเพิ่มเติม : Ultra Z)

Ultra Z

เครื่องยกกระชับสัดส่วน J Plasma

J Plasma (เจพลาสมา) เป็นเครื่องยกกระชับสัดส่วน กระชับผิวเฟิร์ม ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่จากอเมริกาครับ ถ้าถามว่าเครื่องยกกระชับอะไรได้ผลลัพธืที่ดีที่สุด เห็นผลชัดที่สุด ก็ต้องเครื่อง J Plasma เลยครับ แต่เครื่องตัวนี้ก็มีราคาที่สูงมาก เลยทำให้มีไม่กี่คลินิกเท่านั้นในประเทศไทยที่มีเครื่องนี้ โดย J Plasma จะยกกระชับผิวขึ้นทันทีหลังทำ ให้ผลลัพธ์ 80% ของการผ่าตัดหนังหน้าท้องเลยล่ะครับ (อ่านเพิ่มเติม : J Plasma)

J Plasma คืออะไร

ลดเหนียงด้วยการฉีดแฟต

การฉีดเมโสแฟตเหนียง (Mesotherapy) คือการฉีดสารละลายเข้าไป เพื่อสลายเซลล์ไขมัน หมอจะเปรียบเมโสแฟตเป็นการผสมค็อกเทลนะครับ จะได้ผลลัพธ์อย่างไร ฉีดแล้วเห็นผลแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับตัวยาของแต่ละคลินิกที่ผสม

ตัวยาในเมโสแฟตก็จะมีทั้งตัวยาที่ทำให้เซลล์ไขมันฝ่อตัวลง, ตัวยาที่ลดการสร้างกรดไขมัน หรือตัวยาที่ช่วยเร่งการเผาผลาญไขมันในร่างกาย เป็นต้น ซึ่งฉีดแฟตเหนียงครั้งเดียว ไม่ได้ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการแน่นอนครับ ต้องฉีดแฟตเหนียงซ้ำหลายครั้ง

กลไกของเมโสแฟตเหนียง

การฉีดแฟตเหนียงจะมีกลไกการสลายไขมันสองแบบนะครับ คือการทำให้เซลล์ไขมันหดตัวลง (ไขมันไม่ได้หายไป) และการทำให้เซลล์ไขมันตาย (ไขมันหายไป) ทั้งสองแบบก็จะมีความบวม ความเจ็บ และผลลัพธ์ที่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับตัวยาหรือสูตรของแต่ละคลินิกไปครับ

แบบที่ 1 คือการทำให้เซลล์ไขมันหดตัวลง (hypotrophy) เซลล์ไขมันจะเหี่ยวลงชั่วคราว ซึ่งการฉีดแฟตเหนียงแบบนี้ จะไม่ค่อยรู้สึกเจ็บใด ๆ ไม่ค่อยมีอาการบวม ไม่อักเสบ และเห็นผลได้ชัดเจน  แต่พอน้ำหนักขึ้น เซลล์ไขมันก็จะกลับมาฟูใหญ่อีกครั้ง

แบบที่ 2 คือการทำให้เซลล์ไขมันตาย สลายหายไป และถูกขับออกมาตามกลไกของร่างกาย การฉีดเมโสแฟตเหนียงแบบนี้ จะเกิดการอักเสบจากภายในเยอะ มีความเจ็บมาก หลังฉีดแฟตจะมีอาการบวมมาก และเห็นผลในระยะยาว ไม่กลับมาฟูใหญ่อีกครั้ง แต่จะเกิดการสร้างเซลล์ไขมันใหม่แทน (เหนียงกลับมาใหญ่เหมือนเดิม แต่ช้ากว่าแบบที่ 1)

ข้อดีของการฉีดแฟตเหนียง

  • ปรับรูปร่าง ให้ดูชัดขึ้น เรียวขึ้น
  • ลดไขมันเฉพาะจุดได้ดี ไขมันหายไป 20%
  • ไม่ต้องเปิดแผลผ่าตัด ไม่ต้องมีขั้นตอนมาก
  • ใช้เวลาในการฉีดแฟตเหนียงไม่นาน
  • มีราคาต่อครั้ง ถูกกว่าดูดเหนียงมาก
  • ไม่ต้องดูแลตัวเองมากเท่าการดูดเหนียง

ขั้นตอนการฉีดแฟตเหนียง

  • พบแพทย์ เพื่อประเมินการรักษา
  • ทำความสะอาดบริเวณที่จะฉีดแฟต
  • ประคบเย็น หรือฉีด/ทายาชา
  • ฉีดเมโสแฟตเหนียง
  • ทำความสะอาดหลังฉีดแฟต
  • เข้ามาฉีดแฟตซ้ำตามที่แพทย์แนะนำ

ฉีดแฟตกี่วันเห็นผล?

ฉีดแฟตกี่วันเห็นผล? ไม่ว่าจะฉีดเมโสแฟตเหนียงแบบไหน ก็จะสามารถสลายไขมันลงได้เพียง 20% เท่านั้น จากปริมาณไขมันในพื้นที่ดังกล่าวทั้งหมด จะมีทั้งแบบที่เห็นผลหลังทำ 1 วัน ไปจนถึง 3 สัปดาห์ โดยขึ้นอยู่แบบรูปแบบของเมโสแฟต และสูตรที่แต่ละคลินิกเลือกใช้

ฉีดแฟตเหนียงราคาเท่าไหร่?

ราคาเมโสแฟตเหนียงมีทั้งรายครั้ง และรายคอร์สให้เลือกกัน ราคาฉีดแฟตเหนียงของแต่ละคลินิกจะไม่เท่ากัน อยากให้ลองคำนวนให้ดีว่าจะต้องฉีดทั้งหมดกี่ครั้ง ราคาฉีดแฟตเหนียงรายครั้งอาจจะดูถูก แต่ถ้าต้องฉีดซ้ำกันหลาย ๆ ครั้ง ก็จบเท่า ๆ กับราคาดูดเหนียงเลย อาจจะไม่ได้ผลลัพธ์ดีมาก เมื่อเทียบเท่ากับการดูดเหนียง แต่ก็เหมาะกับเคสที่กลัวการดูดเหนียง ไม่อยากผ่าตัด และเคสที่มีไขมันเหนียงน้อย

ฉีดแฟตเหนียงเจ็บไหม?

การฉีดเมโสแฟตเหนียงจะมีทั้งฉีดแล้วไม่รู้สึกเจ็บเลย บวมน้อยมาก และฉีดแล้วเจ็บมาก บวมมาก ขึ้นอยู่กับสูตรเมโสแฟตของแต่ละคลินิกเลยนะครับ ก็จะมีการใช้วิธีประคบเย็น และการฉีดยาชา เพื่อลดความเจ็บลง ทั้งนี้ หมอแนะนำให้สอบถามว่าใช้ตัวยาอะไรบ้าง มีผลข้างเคียงไหม ต้องฉีดแฟตทั้งหมดกี่เข็ม และราคาจบที่เท่าไหร่ เพื่อให้เราได้รู้ว่าเราจะต้องเจอกับอะไรหลังฉีดเมโสแฟตเหนียงบ้าง

ข้อควรระวังในการฉีดแฟต

ในสมัยก่อน ไม่ได้มีการใช้ตัวยาที่ปลอดภัยในการฉีดแฟตอย่างในปัจจุบันเลย เห็นผลเร็วก็จริง แต่ตามมาด้วยผลข้างเคียงที่น่ากลัวมากมาย ทั้งผิวเป็นคลื่นบุ๋ม ไม่เรียบเนียนเสมอกัน, ผิวบาง, กลายเป็นผิวแพ้ง่าย หรือมีปัญหาด่างขาว เป็นต้น

ซึ่งตัวยาที่มักจะใช้ในสมัยก่อนคือสารสเตียรอยด์ และยาสลายฟิลเลอร์ (ในปัจจุบันมีบางแห่งใช้สารเหล่านี้ผสมเล็กน้อย มีอันตราย แต่ไม่ได้มีผลข้างเคียงร้ายแรงนัก) ข้อสังเกตคือมีราคาที่ถูกมาก และเกิดผื่นแดงอักเสบขึ้นหลังฉีด

สารสเตียรอยด์

การใช้สารสเตียรอยด์มาผสมในตัวยา และฉีดเข้าไปในร่างกาย จะทำให้เซลล์ไขมันยุบตัวได้เร็ว เห็นผลชัดเจน แต่จะทำให้เกิดภาวะ Lipoatrophy หรือภาวะที่ชั้นไขมันยุบตัวลง ไม่ใช่การยุบตัวที่ดี แต่เป็นการยุบตัวที่ไม่เท่ากัน (ยุบไม่เสมอกัน) บริเวณดังกล่าวจะมีลักษณะเป็นปอด ผิวจะบางมากจนเห็นเส้นเลือด จากผิวที่แข็งแรงกลายเป็นผิวที่อ่อนแอ อีกทั้งยังสามารถเป็นด่างขาวได้ ถ้าเกิดปัญหาแบบนี้ สามารถแก้ไขได้โดยวิธีฉีดไขมันได้

ยาสลายฟิลเลอร์

ยาสลายฟิลเลอร์ (hyaluronidase) ยาตัวนี้จะสลาย hya (คอลลาเจนชนิดหนึ่ง) ได้ดี เหมาะกับเคสที่มีพังผืดเยอะ ๆ ซึ่งสารตัวนี้ไม่ได้สลายแค่เซลล์ไขมัน และ hya ในชั้นไขมันเพียงอย่างเดียว แต่มีการสลาย hya ในชั้นผิวหนังด้วย ทำให้สภาพผิวเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมาก เช่นเกิดริ้วที่ผิว ผิวบางลง และมีภาวะขาดน้ำ ซึ่งการใช้สารตัวนี้จะไม่ได้มีภาวะแทรกซ้อน ที่รุนแรงเท่ากับการใช้เสตียรอยด์ และสามารถฉีดฟิลเลอร์ เพื่อทดแทนคอลลาเจนที่หายไปได้

ลดเหนียงแบบไหนปลอดภัยกว่ากัน?

วิธีการลดเหนียงทั้งสองวิธีตามที่หมอได้ยกตัวอย่างมานี้ ปกติจะมีความปลอดภัยอยู่แล้วครับ ยกเว้นแต่ว่าคนไข้หลงไปเลือกคลินิกลดเหนียงที่ผิด โดนราคาที่ถูกมาหลอกล่อ เมื่อเข้าไปแล้วก็จะเจอกับราคาที่ไม่ตรงปก ไม่ได้มาตรฐาน แถมเสี่ยงอันตรายอีกด้วยนะครับ ดังนั้น ไม่ว่าจะเลือกลดเหนียงด้วยวิธีฉีดแฟต หรือจะดูดไขมันเหนียงก็ตาม ควรเลือกคลินิกให้ดีครับ

ดูดไขมันเหนียงที่ไหนดี? ฉีดแฟตที่ไหนดี?

สิ่งที่ต้องพิจารณาก่อนเลือกคลินิกดูดไขมันเหนียง และคลินิกฉีดเมโสแฟตเหนียง จะมีแบ่งเป็นหลายปัจจัยเลยนะครับ หมอแนะนำให้ศึกษาข้อมูลเบื้องต้นในสิ่งที่สนใจก่อน จะได้คุยกับแพทย์รู้เรื่องและรู้ทันคลินิก, ดูความน่าเชื่อถือของคลินิก, ดูความเชี่ยวชาญของแพทย์ หรือดูว่าสิ่งที่เราจะได้รับมีอะไรบ้างในราคาเท่านี้ เป็นต้น ลองพิจารณาเช็คลิสด้านล่างนี้ เพื่อประกอบการตัดสินใจเพิ่มเติมได้เลยครับ

  • หาข้อมูลเรื่องดูดเหนียง และฉีดแฟต
  • ดูความน่าเชื่อถือของคลินิกที่สนใจ
  • ตรวจสอบแพทย์ ดูผลงาน และประสบการณ์
  • ใช้ตัวยาอะไรบ้าง มีขั้นตอนอย่างไร
  • มีบริการ After Care หลังทำหรือไม่
  • ห้องผ่าตัด และห้องพักฟื้นเป็นอย่างไร
  • มีวิสีญญีแพทย์ สำหรับวางยาสลบรึเปล่า
  • ดูรีวิวดูดเหนียง รีวิวฉีดแฟตเหนียง จากเคสจริง
  • เข้าไปปรึกษากับแพทย์โดยตรง จะดีที่สุดครับ

ทำไมต้องดูดไขมันเหนียงที่ Amara Clinic

ดูดไขมันเหนียงทั้งที ต้องเลือกดูดไขมันกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ที่ Amara Clinic (เอมาร่าคลินิก) เราเป็นศูนย์ดูดไขมัน เติมไขมัน ปรับรูปร่าง กระชับสัดส่วนเฉพาะทาง โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มากด้วยประสบการณ์การดูดไขมัน แพทย์จบหลักสูตรการดูดไขมันระดับสูงจากประเทศเกาหลี และมีการนำเทคนิคดูดไขมันจากเกาหลีมาปรับใช้ด้วย

อีกทั้งแพทย์ยังเป็น KOL อาจารย์สอนแพทย์ดูดไขมันพลังน้ำประจำประเทศไทย นอกจากนี้ Amara Clinic ยังเป็น Body-jet Education Center หรือศูนย์การสอนดูดไขมัน-เติมไขมัน ด้วยเครื่องดูดไขมันพลังน้ำ body-jet อีกด้วย เรียกได้ว่ามีความเชี่ยวชาญด้านนี้โดยตรงจริง ๆ

ทีมแพทย์ดูดไขมัน

🔹 แพทย์เชี่ยวชาญเฉพาะทาง 
🔹 แพทย์มีประสบการณ์ดูดไขมันหลายพันเคส
🔹 แพทย์ออกแบบรูปร่างแบบ Case by Case
🔹 แพทย์มีความละเอียด ปราณีตสูง ให้เวลาทุกเคสเต็มที่
🔹 ติดตามอาการหลังดูดไขมันเหนียงอย่างต่อเนื่อง
🔹 เครื่องมือทันสมัย เน้นเทคโนยีใหม่ ที่ได้มาตรฐาน
🔹 เครื่องดูดไขมันหลากหลาย เลือกตามความเหมาะสมของแต่ละเคส
🔹 เน้นความผลลัพธ์ มาตรฐาน และความปลอดภัย
🔹 มีการฆ่าเชื้อเครื่องมืออุปกรณ์ทุกครั้ง ก่อนและหลังใช้งาน
🔹 ห้องผ่าตัดมาตรฐานสากล ระดับโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ
🔹 มีทั้งยาชา และวางยาสลบ โดยวิสัญญีแพทย์
🔹 มีบริการ After Care หลังดูดไขมันอย่างครบครัน
🔹 มีรีวิวดูดไขมันเหนียงจากเคสจริง เยอะที่สุดในประเทศไทย
🔹 รับประกันผลงาน การันตีสัดส่วนลดลง ไซซ์ลดจริง

สรุป

วิธีลดเหนียงมีด้วยกันหลายวิธีเลยนะครับ ลองเลือกดูตามความต้องการของเราได้เลย หรือจะเข้าไปพบแพทย์ เพื่อปรึกษาวิธีการรักษา และสอบถามปัญหาสำหรับเคสเราอย่างตรงจุดก็จะดี เพราะการพบแพทย์โดยตรงจะช่วยให้แพทย์ประเมินเคสได้อย่างแม่นยำที่สุดครับ ถ้าถามว่าลดเหนียงแบบไหนดีที่สุด? หมอขอตอบจากประสบการร์ของหมอนะครับ คือการดูดไขมันเหนียง ควบคู่ไปกับการยกกระชับเหนียงครับ วิธีนี้จะทำให้ได้ผลลัพธ์ชัดเจน และคนไข้พึงพอใจที่สุด

สำหรับคนที่สนใจอยากเข้ามาปรึกษาหมอที่ Amara Clinic ก็สามารถติดต่อทำนัดผ่านช่องทางด้านล่างนี้ได้เลยนะครับ ฟรีค่าปรึกษาทุกเคส หมอดูแลเต็มที่แน่นอนครับ นอกจากนี้ หมอยังเลือกแต่สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคนไข้ของหมอทุกคนด้วยครับ

ปรึกษาหมอฟรี ที่ Amara Clinic
ลงทะเบียนดูดไขมันเหนียง คลิกที่นี่
ติดต่อสาขารัชโยธิน : 062-946-2397
ติดต่อสาขาราชพฤกษ์ : 062-556-6623
ติดต่อทาง LINE : @amaraclinic
(กดที่ลิ้งค์นี้ได้เลย >> https://line.me/R/ti/p/@amaraclinic)

หมอไอซ์

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูดไขมัน
นพ. วิษณุ เฮ้งสวัสดิ์ (หมอไอซ์)
KOL อาจารย์แพทย์ด้านการดูดไขมันพลังน้ำ body-jet
อาจารย์แพทย์ด้านการสอนฉีดฟิลเลอร์ (Restylane Trainer)

หมอไอซ์

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูดไขมัน
นพ. วิษณุ เฮ้งสวัสดิ์ (หมอไอซ์)
KOL อาจารย์แพทย์ด้านการดูดไขมันพลังน้ำ
อาจารย์แพทย์ด้านการสอนฉีดฟิลเลอร์ Restylane

บทความนี้ จัดทำขึ้นโดย Amara Clinic (เอมาร่า คลินิก) ขอสงวนสิทธิ์ในการห้ามมิให้ผู้ใดใช้ประโยชน์ คัดลอก ทำซ้ำ หรือเผยแพร่บทความนี้ในนามอื่น (ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหา, ข้อมูลทั้งหมด หรือบางส่วนก็ตาม) โดยไม่ได้รับอนุญาต หากพบเจอจะถูกดำเนินการตามกฎหมาย

ลงทะเบียน ฟรี! ค่าปรึกษา

รับสิทธิพิเศษ พร้อมของแถมมากมาย


    Leave a Reply

    Your email address will not be published. Required fields are marked *