9 วิธีดูแลหลังดูดไขมันอย่างถูกวิธี เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

วิธีดูแลตัวเองหลังดูดไขมัน

“ดูแลตัวเองหลังดูดไขมันอย่างถูกวิธี ช่วยให้บอบช้ำน้อย ลดก้อนไต พักฟื้นไว เห็นผลเร็ว”

           หลายท่านที่กำลังหาข้อมูลเรื่องการดูดไขมัน อาจกำลังสงสัยและอยากทราบถึงข้อปฏิบัติต่าง ๆ ที่ต้องเตรียมตัว ทั้งก่อนและหลังการดูดไขมัน หนึ่งในคำถามที่คนไข้มักจะถามบ่อย ๆ นั่นก็คือ เรื่องของอาการที่จะเกิดขึ้นหลังดูดไขมัน และการดูแลตัวเองหลังดูดไขมัน เพราะหลังจากดูดไขมันแล้ว อาจจะมีกังวลว่าในบริเวณที่ทำการดูดไขมันออกไป จะมีอาการบอบช้ำมากแค่ไหน มีก้อนไต หรือมีพังผืดหรือไม่ วันนี้ทางเอมาร่าคลินิกเอาวิธีการดูแลตัวเองหลังการดูดไขมันมาฝากกันค่ะ เพื่อให้อาการบอบช้ำ อาการชา หรือก้อนไตลดน้อยลงนั่นเอง

สำหรับใคร ที่อยากให้รูปร่างดูดี ดูเป๊ะ ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดหลังดูดไขมัน ทำตามคำแนะนำด้านล่างนี้ได้เลยค่าาา ^^

การดูแลตัวเองหลังดูดไขมัน

รับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

          หลังดูดไขมันแพทย์จะให้ยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อ) ยาแก้ปวด และยาลดบวมกลับบ้าน คนไข้จะต้องรับประทานยาปฏิชีวนะติดต่อกันทุกวันจนหมด และรับประทานยาแก้ปวด ยาลดบวม เมื่อมีอาการ

ทำความสะอาดแผลทุกวันจนกว่าจะตัดไหม

          หลังดูดไขมัน แพทย์จะเย็บปิดปากแผล 1 เข็ม คนไข้จะต้องทำความสะอาดแผลทุกวัน โดยใช้สำลีชุบเบตาดีนเช็ดบริเวณแผลผ่าตัด และใช้ผ้าก๊อซที่แพทย์ให้ ปิดปากแผล ทำติดต่อกันทุกวันจนกว่าแพทย์จะนัดเข้ามาตัดไหม (ใช้ระยะเวลา 5 – 7 วัน)

ดื่มน้ำในปริมาณมาก อย่างน้อยวันละ 2 ลิตร

          ยาชาที่แพทย์ใส่เข้าไปในระหว่างการดูดไขมัน อาจทำให้เกิดอาการวิงเวียนศรีษะ คลื่นไส้ อาเจียน หรือมึนหัวได้ คนไข้ควรดื่มน้ำให้มาก ๆ เพื่อป้องกันร่างกายขาดน้ำ และให้ร่างกายขับยาชาออกมาในรูปแบบของปัสสาวะ ซึ่งอาการเหล่านี้จะหายไปภายใน 24 ชั่วโมงหลังดูดไขมัน

หลีกเลี่ยงอาหารสกปรก เพื่อป้องกันเชื้อโรค

          ควรรับประทานอาหารสุก ไม่ควรรับประทานอาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ อาหารดิบ อาหารทะเล ของหมักดอง เพราะอาจจะมีเชื้อโรคเจือปนอยู่ อาจทำให้แผลเกิดการติดเชื้อได้ ควรงดอาหารประเภทดังกล่าว 1 เดือน หลังการดูดไขมัน

งดดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่

          การดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่จะส่งผลให้แผลหายช้าและติดเชื้อได้ง่าย คนไข้ควรงดดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่ 1 เดือน หลังการดูดไขมัน

งดยาและอาหารเสริมที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด

          ควรงดยาแอสไพริน (Aspirin) วิตามินอี น้ำมันตับปลา แป๊ะก๊วย โสม หรือยาและอาหารเสริมที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด 2 สัปดาห์ เพราะจะทำให้แผลผ่าตัดหายช้า ฟื้นตัวช้า

ห้ามให้แผลผ่าตัดโดนน้ำเด็ดขาด

          น้ำ (ยาชา น้ำเกลือ) สามารถซึมออกจากร่างกายผ่านแผลผ่าตัดได้ แต่ห้ามให้น้ำซึมเข้าไปในแผล เพราะจะทำให้แผลชื้น แผลแฉะ ไม่สมานติดกัน และอาจติดเชื้อได้ คนไข้สามารถเช็ดตัวได้ โดยการนำพลาสเตอร์แบบกันน้ำมาปิดปากแผลก่อนทำความสะอาดร่างกาย แต่ไม่แนะนำให้อาบน้ำ

สวมใส่ชุดยกกระชับตามคำแนะนำของแพทย์

          หลังดูดไขมัน จะมีช่องว่างใต้ผิวหนัง คนไข้จำเป็นต้องสวมใส่ชุดยกกระชับตามคำแนะนำของแพทย์ หรือสวมใส่วันละ 22 – 24 ชั่วโมง หรือทั้งวัน (ถอดออกเฉพาะเวลาอาบน้ำ) ในช่วง 1 เดือนแรก เดือนที่ 2 – 3 อาจจะลดระยะเวลาในการสวมใส่ชุดยกกระชับ จากวันละ 22 – 24 ชั่วโมง มาเป็น 12 ชั่วโมง คนไข้สามารถเลือกได้ว่าจะใส่เฉพาะตอนกลางวัน หรือตอนกลางคืน ซึ่งระยะเวลาในการใส่ชุดยกกระชับในเดือนที่ 2 และ 3 จะขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์

การออกกำลังกายเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง

          หลังดูดไขมันประมาณ 2 สัปดาห์ คนไข้สามารถเริ่มออกกำลังกายแบบเบา ๆ ได้ หากต้องการออกกำลังกายหนัก สามารถทำได้หลังจากดูดไขมันไปแล้ว 1 เดือน

เพียงคุณดูแลตัวเองตามคำแนะนำข้างต้นนี้ หุ่นในฝันก็ไม่ไกลเกินเอื้อมค่ะ ครั้งต่อไปเอมาร่าคลินิกจะมีเคล็ดลับดี ๆ อะไรมาฝาก อย่าลืมติดตามกันนะคะ 😊

จองคิวปรึกษา

ดูดไขมันที่เอมาร่า คลินิก

ฟรี! ของแถมสุดพิเศษ !
เฉพาะลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ เท่านั้น


    สอบถามเพิ่มเติมได้ที่นี่
    LINE : @amaraclinic