ฉีดฟิลเลอร์กับเติมไขมันแตกต่างกันยังไง? ฉีดแบบไหนดีกว่ากัน?

เติมไขมันหน้าเด็ก

ฉีดฟิลเลอร์กับเติมไขมันแตกต่างกันยังไง? ระหว่างฟิลเลอร์กับไขมันแบบไหนดีกว่ากัน? คำถามที่หลาย ๆ คนสับสนว่าจะเติมอะไรดีนะ? แบบไหนดีกว่ากัน? การปรัปรูปหน้า ต้องใช้อะไรกันแน่ ระหว่างเติมฟิลเลอร์กับฉีดไขมันหน้า จากการหาข้อมูลมา บางที่แนะนำให้ใช้ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า บางที่แนะนำให้ฉีดไขมันหน้าเด็ก จริง ๆ แล้วต้องพิจารณจากหลาย ๆ ปัจจัยค่ะ ในวันนี้ Amara Clinic มีคำตอบสำหรับคนที่สงสัยว่าการฉีดไขมันกับฟิลเลอร์อันไหนดีกว่ากัน? แต่ละแบบเหมาะกับใคร? ราคาแตกต่างกันมั้ย? สวยเหมือนกันรึเปล่า? มาฝากกันค่ะ

ก่อนอื่น เรามาทำความรู้จักฟิลเลอร์และไขมันที่ใช้เติมเต็มกันก่อนนะคะ ว่าคืออะไร และมีที่ไปที่มาอย่างไรบ้าง!

ฟิลเลอร์คืออะไร

เลือกอ่านตามหัวข้อที่สนใจ ได้ที่นี่เลยค่ะ

ฟิลเลอร์ (Filler) คืออะไร? สร้างมาจากอะไร?

ฟิลเลอร์คือ สารสังเคราะห์ ที่ถูกสร้างมาเลียนแบบกรดไฮยาลูรอนิค (Hyaluronic Acid หรือ HA) ที่เป็นน้ำตาลชนิดหนึ่ง ฟิลเลอร์ถูกสกัดออกมาให้มีโครงสร้างเหมือนกรดไฮยาลูรอนิค เพื่อใช้ในการปรับรูปหน้าให้ดูสวยงามมากขึ้น กรดไฮยาลูรอนิคนั้น มีหน้าที่ช่วยกักเก็บน้ำให้แก่ชั้นผิว ทำให้ผิวเกิดความยืดหยุ่น เมื่อมีมาก ผิวบริเวณดังกล่าวจะฟูแน่น เต่งตึง ผิวเนียนสวย ไร้ริ้วรอย ฟิลเลอร์จึงมีหน้าที่แก้ไขจุดบกพร่องของใบหน้า ให้กลับมาเต่งตึง ดูอ่อนเยาว์ลง ได้มีรูปหน้าที่ชัดขึ้น ฟิลเลอร์สามารถเติมเต็มได้ทั่วทั้งใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก, ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา, ฉีดฟิลเลอร์ขมับ, ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม, ฉีดฟิลเลอร์จมูก, ฉีดฟิลเลอร์ปาก, ฉีดฟิลเลอร์คาง หรือแม้กระทั้งฉีดฟิลเลอร์หลุมสิว ก็ได้เช่นกัน

เติมไขมัน

ไขมันที่เอามาเติม มาจากไหน? เกิดจากอะไร?

เซลล์ไขมันที่นำมาเติม (Fat Grafting, Fat Transfer, Fat Fillers, Lipofilling) เป็นไขมันที่สะสมอยู่ในร่างกายของเรา จากการรับประทานอาหารประเภทของทอด ของมันเข้าไป แล้วร่างกายนำไขมันไปใช้ไม่หมด ไขมันดังกล่าว จึงตกค้างและสะสมอยู่ตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะหน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา น่อง เหนียง บริเวณดังกล่าวมีผลต่อความสวยงามของร่างกาย ทำให้เราดูอ้วนนั้นเอง ซึ่งสามารถดูดไขมันลดสัดส่วนได้

“ระหว่างฉีดฟิลเลอร์กับเติมไขมันหน้า แบบไหนมีภาวะแทรกซ้อนมากกว่ากันนะ?”

ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี

ภาวะแทรกซ้อนหลังเติมไขมันและฉีดฟิลเลอร์เป็นยังไงบ้าง?

ภาวะแทรกซ้อนหลังทำเราจะแบ่งเป็นอาการต่าง ๆ ส่วนจะมีอะไรบ้างนั้น ไปอ่านกันต่อได้เลย!

อาการบวม-ช้ำ-เขียวหลังรักษา

อาการบวมช้ำเขียว มักจะเกิดขึ้นกับเคสที่เติมไขมันหน้า (Fat Grafting) เพราะปริมาณของเซลล์ไขมันที่เติม มากกว่าปริมาณของฟิลเลอร์ เนื่องจากแพทย์จะต้องเติมเผื่อการยุบตัวของไขมันด้วย เซลล์ไขมันจะมีการอุ้มน้ำ บวมน้ำ บวมยาชาที่ฉีดเข้าไป ทำให้ใบหน้าดูบวมมากในวันแรก ๆ และจะค่อย ๆ ยุบบวมลงในวันที่ 5 ส่วนการฉีดฟิลเลอร์แทบไม่มีอาการบวมช้ำเขียวเลย เพราะฉีดเข้าไปไม่มาก เพียง 1 ซีซี หรือหน้าผากอย่างมากคือ 4-5 ซีซี ในขณะที่เติมไขมันหน้า ต้องเติมทีละประมาณ 30-40 ซีซี ทำให้หลังการเติมฟิลเลอร์จะไม่ค่อยมีอาการบวมช้ำ แต่จะรู้สึกตึง ๆ ในบริเวณที่ฉีด หลังจากฉีดฟิลเลอร์คนไข้สามารถไปทำงานต่อได้เลย โดยไม่มีใครทราบว่าเพิ่งฉีดฟิลเลอร์มา

การเกิดก้อนนูนขึ้นหลังทำ ทำให้ผิวไม่เรียบ

ฟิลเลอร์ (Filler) มีระดับความแข็งหลายระดับ ตั้งแต่เหลวไปจนแข็ง ถ้าเกิดกรณีก้อนนูนหลังการฉีดฟิลเลอร์ อาจเกิดได้จากการเลือกชนิดฟิลเลอร์ที่ผิด การฉีดฟิลเลอร์ผิดชั้น เช่นการเติมฟิลเลอร์ระดับแข็งในผิวหนังชั้นตื้น เป็นต้น หรือฉีดฟิลเลอร์ปลอม ดังนั้นก่อนรับการรักษา จึงต้องศึกษาฟิลเลอร์แท้-ฟิลเลอร์ปลอม รวมถึงวิธีการสังเกตฟิลเลอร์แท้ยี่ห้อที่สนใจ ก่อนที่แพทย์จะฉีดฟิลเลอร์ ควรตรวจสอบกล่องฟิลเลอร์ และให้แพทย์แกะฟิลเลอร์กล่องที่มั่นใจต่อหน้า รวมถึงขอกล่องและหลอดยากลับบ้าน เพื่อใช้ในการตรวจสอบภายหลัง หากเกิดปัญหาขึ้น

เติมไขมัน (Fat Transfer) มีโอกาสที่จะเกิดก่อนนูนได้น้อย เพราะก่อนการฉีดไขมันหน้าเด็ก แพทย์จะนำไขมันที่ได้ไปปั่นคัดแยก เลือกเฉพาะเซลล์ไขมันที่ดีมาเติมไขมันหน้าให้คนไข้ และปั่นให้โมเลกุลของไขมันเล็กลงตามที่แพทย์ต้องการ เพื่อนำไปเติมเต็มในส่วนที่เหมาะสมแต่ละบริเวณ หากเกิดก้อนนูน ผิวขรุขระหลังการฉีดไขมันหน้า อาจเป็นไปได้ว่า ไขมันที่ใช้เติมไขมันหน้า ไม่ได้ผ่านการคัดกรอง หมายความว่าแพทย์ดูดไขมันออกมา แล้วนำไปเติมทันที ซึ่งทำให้เกิดผลแทรกซ้อนตามมาได้ เช่นก้อนนูน เติมไขมันไม่ติด ไขมันสลายไวเป็นต้น แพทย์ที่เชี่ยวชาญจริง จะต้องทราบว่าในแต่ละบริเวณต้องเติมไขมันด้วยโมเลกุลขนาดไหน เติมอย่างไร เพื่อไม่ให้ผลแทรกซ้อนเกิดขึ้น

อาการแพ้ที่เกิดขึ้นได้หลังฉีด/เติม

หลังฉีดฟิลเลอร์มีโอกาสแพ้ได้ ทั้งฟิลเลอร์ปลอมและฟิลเลอร์แท้ ในเคสที่พบอาการแพ้อย่างรุนแรงมักจะเป็นฟิลเลอร์ปลอมที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือการใช้ซิลิโคนเหลวแทน ซึ่งส่วนมากมีราคาถูก และที่สำคัญคือไม่ผ่านอย. ทำให้หลังฉีดฟิลเลอร์อาจเกิดการติดเชื้อ อักเสบ เป็นฝี เป็นหนอง เกิดพังผืด เป็นก้อนแข็ง หรือเคลื่อนตัวไหลย้อยได้  ฟิลเลอร์ปลอมไม่สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติเหมือนฟิลเลอร์แท้ ต้องขูดออกเท่านั้น และอาจทำให้เสียโฉมได้

สำหรับฟิลเลอร์แท้ ก็มีโอกาสแพ้ได้เช่นกัน แต่จะพบอาการแพ้ในระยะยาว คือฉีดไปได้สักพัก ประมาณ 6 เดือนจึงมีอาการ หรือที่เรียกว่า Delay Hypersensitivity อาจจะเกิดได้จากการแพ้สารบางชนิดในฟิลเลอร์ มักจะมีอาการอักเสบ บวมแดง และเป็นก้อนค่ะ

อาการแพ้หลังฉีดไขมัน ไม่มี เพราะการเติมไขมันไม่สามารถก่อให้เกิดการแพ้ได้ เพราะใช้เซลล์ไขมันของคนไข้เอง ไม่ใช่สิ่งแปลกปลอมของร่างกาย หากเกิดอาการแพ้ อาจเป็นเพราะปัจจัยอื่น เช่นยาชา

ระหว่างฉีดฟิลเลอร์กับเติมไขมัน แบบไหนอยู่ได้นานกว่ากัน?

เติมไขมัน อยู่ได้นานไหม

ฟิลเลอร์ และ ไขมัน อยู่ได้นานแค่ไหนหลังทำ?

หลังฉีดฟิลเลอร์จะอยู่ได้นานแค่ไหน ขึ้นอยู่กับชนิดระดับความแข็งของฟิลเลอร์ที่เติมเข้าไป หากเป็นชนิดเหลวนิ่ม อยู่ได้ประมาณ 1 ปี เช่นการฉีดใต้ตา หากเป็นชนิดแข็ง อยู่ได้ประมาณ 2-3 ปี เช่นการฉีดคาง, ฉีดจมูก

ฉีดไขมันที่หน้าอยู่ได้กี่ปี? การเติมไขมันหน้า เมื่อติดแล้วติดเลย ประมาณ 1 เดือน ใบหน้าจะสวยเข้าที่ แต่โดยปกติแล้ว เป็นธรรมชาติของไขมันที่ไม่ได้อยู่กับเราตลอดชีวิต เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น จะเกิดการสลายของไขมัน สังเกตุได้ว่าใบหน้าของเราเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ จากตอนเด็กแก้มยุ้ย หน้ากลม พอโตขึ้นเรื่อย ๆ หน้าก็จะเล็กลง ดูเรียวขึ้น เป็นเพราะเซลล์ไขมันบนใบหน้า ได้สลายตัวไปนั่นเอง

แต่ก็เป็นไปได้ที่มีคนเติมไขมันแล้วอยู่ได้ 3-4 เดือน ทั้งนี้การติดของไขมันจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งในส่วนของแพทย์และส่วนของตัวคนไข้เอง ในส่วนของแพทย์ แพทย์จะต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญจริง รู้ว่าควรเติมไขมันตรงไหน ปริมาณเท่าไหร่ การเลือกใช้เครื่องดูดไขมันที่เหมาะสม สัดส่วนที่นำไขมันออกมา เครื่องปั่นคัดแยกเซลล์ไขมันที่มีคุณภาพ เพื่อนำไขมันดีมาเติมเต็มให้คนไข้ รวมถึงเทคนิคการเติมไขมันของแพทย์ ถ้าทั้งหมดที่กล่าวมา ถูกต้องตามมาตรฐาน แน่นอนว่าเมื่อเติมเข้าไป ไขมันติดแน่นอน 70% ส่วนอีก 30% เป็นการดูแลตัวเองของคนไข้แต่ละคน เมื่อไขมันเข้าที่เรียบร้อยแล้ว ต้องการให้ใบหน้าดูฟูมากขึ้น ดูอิ่มมากขึ้น ก็สามารถมาเติมซ้ำได้ คลิกที่นี่ เพิ่ออ่านวิธีการดูแลตัวเองหลังเติมไขมัน

ราคาของการฉีดฟิลเลอร์กับการเติมไขมัน อะไรแพงกว่ากัน?

ฉีดฟิลเลอร์ ราคา

ฉีดฟิลเลอร์ กับ เติมไขมัน ราคาเท่าไหร่? แบบไหนแพงกว่า?

หากต้องการเติมเต็มทั่วหน้า แน่นอนว่าฉีดไขมันหน้าเด็กราคาถูกกว่าฉีดฟิลเลอร์ทั่วหน้า เพราะเราใช้ไขมันจากตัวเราเอง แม้คนไข้จะตัวเล็กน้ำหนักไม่ถึง 40 กก. แพทย์ก็สามารถเค้นหาไขมันนำมาเติมได้ หากฉีดฟิลเลอร์แท้ สวีเดน หรืออเมริกา ราคาจะอยู่ประมาณซีซีละ 20,000 บาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับแต่ละคลินิก หากเติมร่องแก้มก็ 2 ซีซี เติมหน้าผาก 4-5 ซีซี เติมทั้งหน้า ก็หมดหลายแสนบาทเลยทีเดียว

ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี? ฉีดไขมันหน้าที่ไหนดี?

ฉีดไขมันหน้าเด็ก และฉีดฟิลเลอร์มีราคาที่หลากหลาย ตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่น หรือเติมไขมันหน้าบางที่อาจจะราคาเป็นแสนก็มี ทั้งนี้ ควรพิจารณาเลือกคลินิกที่จะทำการรักษา จากหลาย ๆ อย่างประกอบกัน รวมถึงเปรียบเทียบคลินิก กระบวนการดูดไขมัน คัดแยกเซลล์ไขมัน ตรวจสอบฟิลเลอร์ว่าแท้หรือไม่ เพื่อผลลัพธ์หลังการรักษา เป็นที่น่าพึงพอใจสูงสุดค่ะ

ฉีดไขมันหน้าเด็ก

ระหว่างไขมันกับฟิลเลอร์ ฉีดแบบไหนสวยกว่ากัน?

ใบหน้าของคนเราแต่ละคน มีโครงหน้าที่ไม่เหมือนกัน ส่วนเว้า ส่วนโค้ง ลักษณะของกระดูกแตกต่างกัน แพทย์จะเติมให้เหมาะสมกับคนไข้แต่ละคน และจะดูความต้องการของคนไข้ว่าต้องการให้ผลลัพธ์ออกมาไปในทิศทางใด หากคนไข้ต้องการหน้าละมุน ๆ ผิวใส หน้าเด็ก ดูโกลว์ ดูเกาหลี ก็เหมาะกับการฉีดไขมันหน้าเด็ก แต่ถ้าคนไข้ต้องการให้ใบหน้าดูโฉบเฉี่ยว กรอบหน้าชัด ใบหน้าดูโดดเด่น ก็จะแนะนำให้ฉีดฟิลเลอร์

รีวิว ฉีดฟิลเลอร์

ระดับความแข็งของฟิลเลอร์และไขมัน

ฟิลเลอร์เป็นสารสังเคราะห์ มีหลายระดับความแข็ง ตั้งแต่เหลว ไปจนถึงระดับที่แข็งเทียบเท่ากระดูก ในส่วนของการสังเคราะห์สารนั้น ยิ่งมีโซ่พันธะและความเข้มข้นของกรดไฮยาลูรอนิคมากเท่าไร ตัวสารก็ยิ่งแข็งขึ้นเท่านั้น ซึ่งความแข็งแต่ละระดับเหมาะกับการฉีดเติมในแต่ละตำแหน่ง แตกต่างกันไป

เซลล์ไขมันมีระดับความแข็งเดียว ซึ่งมีลักษณะเป็นนิ่ม ๆ แต่มีขนาดโมเลกุลตั้งแต่ใหญ่ไปเล็กที่สุด คือ Macro fat, Micro fat และ Nano fat ซึ่งแต่ละระดับจะใช้เติมในจุดที่แตกต่างกันไป ตามความเหมาะสม และเทคนิคของแพทย์แต่ละคน

ตำแหน่งเติมไขมัน

ตำแหน่งที่เติม เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร?

ฟิลเลอร์สามารถเติมได้ทั่วทั้งหน้าใบหน้า
✅  ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ช่วยเสริมโหงวเฮ้ง ให้ใบหน้าดูมีมิติมากยิ่งขึ้น
✅  ฉีดฟิลเลอร์ขมับตอบ ลดเลือนริ้วรอย ตีนกา
✅  ฉีดฟิลเลอร์แก้มส้ม สำหรับคนที่หน้าตอบ ใบหน้าไม่มีมิติ
✅  ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ร่องน้ำตา ช่วยให้ใต้ตาตื้นขึ้น สว่างขึ้น แก้ปัญหาความหมองคล้ำ
✅  ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม เติมเต็มร่องแก้มให้ตื้นขึ้น ย้อนวัยให้อ่อนเยาว์ลง
✅  ฉีดฟิลเลอร์จมูก เสริมจมูกด้วยฟิลเลอร์ชนิดแข็ง
✅  ฉีดฟิลเลอร์ปาก เสริมปากให้อวบอิ่ม เป็นรูปทรงสวยงาม
✅  ฉีดฟิลเลอร์คาง ช่วยให้ใบหน้าดูเรียวสวย มีมิติมากยิ่งขึ้น
✅  ฉีดฟิลเลอร์หลุมสิว เติมเต็มร่องแผลเป็นจากสิว ให้ตื้นขึ้น ปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน

เติมไขมัน สามารถเติมได้เกือบทั่วทั้งใบหน้า
          การเติมไขมันหน้า มักจะเน้นเติมเต็มให้ใบหน้าดูละมุนขึ้น สามารถเติมได้เกือบทั่วทั้งหน้า ยกเว้นบริเวณจมูกและคาง เพราะเดิมเป็นส่วนกระดูกที่แข็ง จึงแนะนำให้ฉีดฟิลเลอร์จมูก และฉีดฟิลเลอร์คางมากกว่า

✅  ฉีดไขมันหน้าผาก เสริมโหงวเฮ้ง ใบหน้ามีมิติ
✅  ฉีดไขมันใต้ตา เติมเต็มริ้วรอยรอบดวงตา ลดความหมองคล้ำ
✅  ฉีดไขมันร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก หน้าแก้ม แก้ปัญหาแก้มตอบ ดูแก่
✅  ฉีดไขมันขมับตอบ ให้ใบหน้าดูอิ่มเอมมากยิ่งขึ้น
✅  เสริมหน้าอกด้วยไขมันตัวเอง ฉีดไขมันหน้าอก ช่วยให้หน้าอกอึ๋มอยากเป็นธรรมชาติ
✅  ฉีดไขมันมือเด็ก ลดรอบเหี่ยวย่นหลังมือ เติมเต็มมือให้เต่งตึง
✅  ฉีดสะโพกด้วยไขมันตัวเอง ช่วยให้ก้นใหญ่ขึ้น ดูเด้ง เต่งตึง อย่างเป็นธรรมชาติ

เติมไขมันที่ไหนดี

ใช้ระยะเวลาในการรักษานานแค่ไหน?

การฉีดฟิลเลอร์ใช้ระยะเวลาเพียง 15-30 นาที ตัวยาจะถูกบรรจุมาในกล่องปลอดเชื้อ แพทย์สามารถแกะออกมาแล้วฉีดได้เลย (แพทย์จะต้องสวมถุงมือปลอดเชื้อก่อนฉีด)

การเติมไขมัน จะต้องผ่านกระบวนการเก็บไขมันก่อน ซึ่งก็คือการดูดไขมันนั่นเอง จากนั้นแพทย์จะนำเซลล์ไขมันไปปั่นคัดกรอง เพื่อแยกน้ำเกลือ ยาชา และเลือดออกจากเซลล์ไขมัน และนำไขมันที่มีคุณภาพที่ดีที่สุดมาเติม เพื่อให้เซลล์ไขมันที่เติมเข้าไป ติดไว ติดทน

สรุปการฉีดฟิลเลอร์ และ การเติมไขมัน

          สรุปแล้ว ทั้งการฉีดฟิลเลอร์และเติมไขมัน เหมาะกับคนที่ต้องการแก้ไขจุดบกพร่องแตกต่างกันไป รวมถึงงบประมาณ และผลลัพธ์ที่ต้องการ เอมาร่าคลินิกหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกท่านที่สนใจฉีดเติมเต็มใบหน้านะคะ แอดมินแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ศึกษาข้อมูล เปรียบเทียบคลินิกหลาย ๆ แห่ง เพื่อให้ผลลัพธ์หลังการรักษาออกมาดี และเป็นที่น่าพึงพอใจสูงสุดค่ะ

          บทความนี้ จัดทำขึ้นโดย Amara Clinic (เอมาร่า คลินิก) ขอสงวนสิทธิ์ในการห้ามมิให้ผู้ใดใช้ประโยชน์ คัดลอก ทำซ้ำ หรือเผยแพร่บทความนี้ในนามอื่น (ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหา, ข้อมูลทั้งหมด หรือบางส่วนก็ตาม) โดยไม่ได้รับอนุญาต หากพบเจอจะถูกดำเนินการตามกฎหมาย