กล้ามเนื้อหน้าท้องแยก ทำให้ดูมีหน้าท้องได้นะ!!

เคยสังเกตกันไหมครับว่า ทำไมบางทีตัวเราก็ดูไม่มีไขมันเลย แต่หน้าท้องดูหย่อน ๆ ไม่ค่อยกระชับตัว แถมมีหน้าท้องยื่นออกมาอีกต่างหาก! สาเหตุอาจจะมาจากปัญหากล้ามเนื้อหน้าท้องแยกตัวออกจากกันก็ได้นะครับ ซึ่งภาวะนี้ ถ้าเป็นมาก ๆ ก็อาจทำให้เป็นไส้เลื่อนได้ด้วย!  ดังนั้น ลองมาอ่านข้อมูลเพิ่มเติม และลองสังเกตตัวเองดูได้เลยครับ ว่าเข้าข่ายหรือไม่!?

ภาวะกล้ามเนื้อหน้าท้องแยกคืออะไร?

ภาวะกล้ามเนื้อหน้าท้องแยกและอ่อนแรง หรือ Diastasis Recti คือการที่กล้ามเนื้อหน้าท้อง (Rectus abdominis) ของเรา ขาดความแน่นกระชับ เนื่องจากเนื้อเยื่อที่ทำหน้าที่ยึดกล้ามเนื้อให้ติดกัน (Linea alba) นั้น ขาดความยืดหยุ่น เมื่อกล้ามเนื้อหน้าท้องแยกตัวออกจากกัน ความแข็งแรงทนทาน หรือการคงสภาพของกล้ามเนื้อก็หายไป กลายเป็นหน้าท้องที่หย่อนคล้อย อ่อนแรงลง และเอียงมาข้างหน้า เพราะถูกอวัยวะภายในดัน

พอกล้ามเนื้อหน้าท้องแยกตัวออกจากกันมาก ๆ หน้าท้องก็จะถูกขยายให้ใหญ่ขึ้น เช่น เคสคุณแม่หลังคลอดที่เมื่อก่อนตัวเล็กนิดเดียว แต่พอคลอดลูกแล้วกลับมีหน้าท้องขึ้นมา เป็นต้น  โดยภาวะกล้ามเนื้อหน้าท้องแยกและอ่อนแรงนี้ ส่งผลให้กล้ามเนื้อหน้าท้องไม่แข็งแรง ไม่เฟิร์ม ไม่กระชับ หย่อนคล้อย และทำให้มีหน้าท้องยื่นออกมา หากกล้ามเนื้อหน้าท้องฉีกออกจากกันมาก ๆ อาจทำให้เป็นไส้เลื่อนได้ด้วยครับ

สาเหตุที่ทำให้กล้ามเนื้อหน้าท้องแยก

การตั้งครรภ์ของคุณแม่

เนื่องจากการตั้งครรภ์จะมีการขยายตัวของมดลูกก่อน จากนั้นก็จะกระทบกับกล้ามเนื้อหน้าท้องโดยตรง กล้ามเนื้อหน้าท้องก็จะเกิดการฉีกขาด หย่อนคล้อย และไม่กระชับเหมือนเดิมได้โดยส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นกับคุณแม่ที่มีการตั้งครรภ์มากกว่า 1 ครั้ง และตั้งครรภ์เมื่ออายุมากแล้ว

คนที่หน้าท้องใหญ่มาก ๆ 

คนที่เคยมีหน้าท้องใหญ่มาก ๆ หรือน้ำหนักตัวเยอะ แม้ในปัจจุบันจะสามารถลดน้ำหนัก เอาไขมันส่วนเกินออกไปได้แล้ว แต่ใช่ว่าปัญหาของกล้ามเนื้อหน้าท้องแยกจะหายไปด้วย จึงทำให้เราผอมลง แต่ผอมแบบไม่สุด ผอมแบบยังมีหน้าท้องยื่น ๆ อยู่นั่นเองครับ

นอกจากคุณแม่หลังคลอด และคนที่เคยหน้าท้องใหญ่มาก ๆ แล้ว คนทั่ว ๆ ไป ทั้งเด็ก ทั้งผู้ใหญ่ ทั้งผู้ชายและผู้หญิง ก็สามารถเกิดภาวะนี้ได้เช่นกัน

เช็คได้ไหม ว่าเรามีกล้ามเนื้อหน้าท้องแยกรึเปล่า?

  • วัดระยะห่างระหว่างกล้ามเนื้อหน้าท้องทั้งสองข้าง (มากกว่า 2.7 ซม.)
  • การตรวจอัลตร้าซาวด์หน้าท้อง
  • การตรวจ CT Scan บริเวณหน้าท้อง
  • การเช็คตัวเองสำหรับคุณแม่หลังคลอด

การเช็คตัวเองสำหรับคุณแม่หลังคลอด

สำหรับคุณแม่หลังคลอด สามารถเช็คภาวะกล้ามเนื้อหน้าท้องแยกได้ด้วยตัวเองแบบง่าย ๆ ตามนี้เลย

  1. นอนราบไปกับพื้น
  2. วางมือทั้งสองข้างกลางหน้าท้อง (เหนือสะดือ) ให้นิ้วมือชิดกัน
  3. ใช้นิ้วมือกดลงไป ระหว่างลิ้นปี่และสะดือ และค้างไว้
  4. ยกตัวขึ้นมา เหมือนกำลังจะซิทอัพ แต่ให้เกร็งค้างไว้
  5. หากหน้าท้องมีลักษณะแข็งจากการเกร็ง = ปกติ
  6. หากกดแล้ว นิ้วของเรามากกว่า 2 นิ้ว ยุบลงไป = อาจะมีภาวะกล้ามเนื้อหน้าท้องแยก 

*ปกติแล้ว หลังจากที่คุณแม่คลอดน้องออกมา กล้ามเนื้อหน้าท้องจะมีการหดตัวลงเหมือนเดิมในช่วง 2 เดือนแรก แต่ก็อาจเกิดภาวะกล้ามเนื้อหน้าท้องแยกได้อยู่ดี เนื่องจากตัวเนื้อเยื่อหุ้มคอลลาเจน ที่มีหน้าที่ยึดกล้ามเนื้อให้ชิดติดกัน (linea alba) นั้น ขาดความยืดหยุ่นไปแล้ว

วิธีรักษาภาวะกล้ามเนื้อหน้าท้องแยก

การรักษาภาวะกล้ามเนื้อหน้าท้องแยกและอ่อนแรง สามารถทำได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของแต่ละบุคคล และการพิจารณาจากแพทย์ครับ ซึ่งวิธีที่จะช่วยให้กล้ามเนื้อหน้าท้องมีความเฟิร์มกระชับ แข็งแรง และกลับไปสู่จุดเดิมอย่างที่เคยเป็น มีดังนี้

  1. การเย็บกล้ามเนื้อหน้าท้องให้กลับมาติดกัน
  2. การกระตุ้นกล้ามเนื้อหน้าท้อง ด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
  3. การกระตุ้นกล้ามเนื้อหน้าท้อง ด้วยพลังงานไฟฟ้า
  4. การใช้ผ้ารัดหน้าท้องหลังคลอด (ชุดกระชับหลังคลอด)
  5. การออกกำลังกาย เพื่อความแข็งแรงและความกระชับ ให้กล้ามเนื้อหน้าท้อง

การเย็บกล้ามเนื้อหน้าท้อง

การเย็บกล้ามเนื้อหน้าท้องแยกให้กลับมาชิดกัน เหมาะสำหรับเคสคุณแม่หลังคลอด ที่มีภาวะกล้ามเนื้อหน้าท้องแยกมาก ๆ ซึ่งวิธีนี้จะมีการเปิดแผลผ่าตัดขนาดใหญ่ เพื่อเย็บกล้ามเนื้อหน้าท้องจากชั้นในให้กระชับเข้าที่ ทำให้หน้าท้องมีขนาดเล็กลงได้จริง เพราะอวัยวะภายในไม่ได้ถูกดันออกมาเยอะแล้ว แต่ยังขาดเรื่องของความแข็งแรงและความเฟิร์มของกล้ามเนื้ออยู่ อาจจะต้องกระตุ้นกล้ามเนื้อหน้าท้องด้วยวิธีอื่นเพิ่ม

การใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

การกระตุ้นกล้ามเนื้อหน้าท้องให้กลับมาเฟิร์มกระชับ ด้วยการส่งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า จากภายนอกลงลึกสู่ชั้นกล้ามเนื้อหน้าท้อง เพื่อกระตุ้นและบังคับให้กล้ามเนื้อหน้าท้องเกิดการหดตัว เช่น การใช้เครื่องกระตุ้นกล้ามเนื้อ HIFEM (High-Intensity Focused ElectroMagnetic Field) เป็นต้น

การทำ HIFEM เพียง 30 นาที  จะทำให้กล้ามเนื้อหดตัวถึง 36,000 ครั้ง (เทียบเท่ากับการซิทอัพติดต่อกัน 20,000 ครั้ง) เมื่อกล้ามเนื้อถูกบังคับให้หดตัวและคลายตัวอย่างรวดเร็ว ก็จะเกิดการทำลาย และกระตุ้นการสร้างกล้ามเนื้อใหม่ขึ้นมา กล้ามเนื้อหน้าท้องที่ถูกกระตุ้นนี้ จะมีความแข็งแรง ทนทาน และกลับไปเฟิร์มกระชับอย่างที่เคยเป็นได้

การใช้กระแสไฟฟ้ากระตุ้นกล้ามเนื้อ

การกระตุ้นกล้ามเนื้อหน้าท้องด้วยกระแสไฟฟ้า Neuromuscular electrical stimulation (NMES) เพื่อรักษาภาวะกล้ามเนื้อหน้าท้องแยกนั้น คือการใช้กระแสไฟฟ้ากระตุ้นจากภายนอก ผ่านผิวหนัง ละลงมาที่ชั้นกล้ามเนื้อ ส่งผลให้เกิดการหดตัวได้ดี และเพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อหน้าท้อง

ทั้งนี้ ต้องมีการตั้งช่วงกระตุ้นไฟฟ้าอย่างเหมาะสมด้วย (300 µsec) หากมากกว่าปกติ (600-1,000 µsec) อาจทำให้รู้สึกเจ็บมาก ๆ ในระหว่างที่ทำการรักษาได้

การใช้ผ้ารัดหน้าท้องหลังคลอด

สำหรับเคสคุณแม่หลังคลอด ที่มีภาวะกล้ามเนื้อหน้าท้องแยกและอ่อนแรง ไม่รุนแรงมาก หรือเพิ่งผ่านการคลอดมา การใส่ชุดกระชับหลังคลอด จะช่วยพยุงและยกกระชับไม่ให้กล้ามเนื้อหน้าท้อง และผิวบริเวณหน้าท้อง เกิดความหย่อนคล้อยไปมากกว่านี้ ซึ่งการสวมผ้ารัดหน้าท้องหลังคลอด ถืจะช่วยได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น และต้องใช้เวลานานกว่าวิธีอื่น ๆ

การออกกำลังกาย บริหารกล้ามเนื้อหน้าท้อง

การออกกำลังกายก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง ที่จะช่วยให้ภาวะกล้ามเนื้อหน้าท้องแยกและอ่อนแรง กลับเข้าสู่สภาวะปกติได้อีกครั้ง แต่ต้องเลือกออกกำลังกาย ในท่าที่เน้นการบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องให้ถูกต้องด้วย ควรเน้นท่าที่ดันกล้ามเนื้อเข้า ไม่ใช่ดันกล้ามเนื้อหน้าท้องออกไป

คนที่มีภาวะกล้ามเนื้อหน้าท้องแยกและอ่อนแรง ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายด้วยท่าต่อไปนี้ เช่น Obiquq Twist, Frontal Planks, All Crunches, Pilates 100’s และ Reverse Leg Lowers เป็นต้น เนื่องจากท่าดังกล่าว อาจทำให้กล้ามเนื้อหน้าท้องแยกตัวออกจากกันมากกว่าเดิมได้ (ผลักกล้ามเนื้อออกไปข้างนอก)

สรุป

คนที่กำลังมีอาการต่าง ๆ ที่คล้ายคลึงกับอาการของภาวะกล้ามเนื้อหน้าท้องแยก หมอแนะนำว่าให้ไปลองตรวจดูนะครับ หรือคุณแม่หลังคลอดก็สามารถเช็คด้วยตัวเองเบื้องต้นได้ตามที่แนะนำไปได้เลย ถ้าอยากปรับสรีระให้ดูดี ไม่มีหน้าท้องหย่อน ๆ ลองเลือกรักษาตามวิธีที่สนใจได้เลยครับ และถ้าอยากกระตุ้นกล้ามเนื้อหน้าท้องแยก ด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า HIFEM ที่ Amara Clinic ติดต่อมาตามช่องทางด้านล่างได้เลยครับ

ติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ที่นี่

ลงทะเบียนปรึกษา คลิกที่นี่
สาขารัชโยธิน 062-946-2397
สาขาราชพฤกษ์ 062-556-6623
สอบถามโปรโมชั่น LINE: @amaraclinic
หรือคลิกลิงค์นี้ได้เลยครับ https://line.me/R/ti/p/@amaraclinic

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก

ผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับรูปร่าง

นพ. วิษณุ เฮ้งสวัสดิ์ (หมอไอซ์)
อาจารย์แพทย์ด้านการดูดไขมันพลังน้ำ
แพทย์ที่ทำเคส J Plasma เยอะที่สุดในเอเชีย

ผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับรูปร่าง

นพ. วิษณุ เฮ้งสวัสดิ์ (หมอไอซ์)
อาจารย์แพทย์ด้านการดูดไขมันพลังน้ำ
แพทย์ที่ทำเคส J Plasma เยอะที่สุดในเอเชีย

ลงทะเบียนปรึกษาแพทย์