กินเบียร์อ้วนไหม? บวมเบียร์คืออะไร? มาเช็คกัน!

กินเบียร์อ้วนไหม

           ไหนใครเป็นสายปาร์ตี้บ้างครับ ยิ่งวันศุกร์หรรษานับว่าเป็นช่วงเวลาที่หลายคนตั้งตารอ บางแก็งค์ก็นัดกันไปดื่มกินกันนอกบ้าน บางคนก็เลือกที่อยู่บ้านนั่งกินดื่มแบบสบาย ๆ ยิ่งเป็นหนุ่ม ๆ ด้วยแล้วต้องไม่พลาดการนั่งดื่มสังสรรค์กับเพื่อนฝูงเพื่อดูฟุตบอล ยิ่งความสนุกและเพลิดเพลินทำให้หลายคนดื่มกันเข้าไปหลายแก้วบวกกับกับแกล้มอร่อย ๆ บางคนกินกันลากยาวถึงวันอาทิตย์ วันจันทร์ก็ต้องไปทำงานแต่เช้า ใช้ชีวิตอยู่แบบนี้วนลูปเป็นเดือนเป็นปี มันต้องมีอะไรที่เปลี่ยนแปลงกับรูปร่างเราแน่นอนครับ

           ใช่ครับ! ปัญหาอ้วนลงพุงนี่เอง หรือหลายคนเรียกว่า “พุงเบียร์” ที่มักพบในเหล่าหนุ่ม ๆ ที่ชอบสังสรรค์ดื่มเบียร์เป็นประจำนั่นเองครับ อาการบวมเบียร์หรือกินเบียร์ลงพุงสามารถเกิดได้ในทั้งคนที่อ้วนทั้งตัวและอ้วนแค่ที่หน้าท้องครับ วันนี้เราจะมาดูกันว่ากินเบียร์อ้วนไหม ชัวร์หรือไม่ แล้วจะส่งผลเสียหรืออันตรายกับเราหรือเปล่า ติดตามได้จากบทความของ Amara Clinic วันนี้ครับ!

กินเบียร์อ้วนไหม

          หลายคนคงพอจะทราบกันดีนะครับว่า อาหารประเภทแป้ง ไขมัน และน้ำตาล คือ ตัวการสำคัญที่ทำให้เราอ้วนได้โดยไม่รู้ตัว ยิ่งทานในปริมาณแคลอรี่ที่สูงเกินกว่าที่ร่างกายต้องการใช้เป็นพลังงานในแต่ละวัน รวมไปถึงการขาดการออกกำลังกาย ก็จะยิ่งทำให้รูปร่างเรามีไขมันสะสม น้ำหนักขึ้น รวมไปถึงอาจมีปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวเนื่องกับโรคอ้วนนั่นเองครับ

          โดยปกติแล้ว เราควรบริโภคน้ำตาลไม่เกิน 6 ช้อนชาต่อวัน ซึ่งนอกจากอาหารที่เราต้องควบคุมเรื่องน้ำตาลกันแล้ว ยังมีเครื่องดื่มที่เราอาจมองข้ามกันด้วยนะครับ เพราะเครื่องดื่มบางประเภทมีปริมาณน้ำตาลที่เกินกว่ามาตรฐานค่อนข้างมาก สำหรับเครื่องดื่มแบบไหน ยิ่งดื่มยิ่งเพิ่มพุงก็จะมีพวกเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบ เดี๋ยวหมอจะขอยกตัวอย่างดังนี้ครับ

  • นมเปรี้ยว 1 ขวดเล็ก ให้พลังงาน 120 กิโลแคลอรี่ (เทียบเท่ากับน้ำตาล 3 ช้อนชา)
  • น้ำผลไม้สำเร็จรูป 200 มิลลิลิตร ให้พลังงาน 150 กิโลแคลอรี่ (เทียบเท่ากับน้ำตาล 6 ช้อนชา)
  • เครื่องดื่มชูกำลัง 1 ขวด ให้พลังงาน 120 กิโลแคลอรี่ (เทียบเท่ากับน้ำตาล 6-9 ช้อนชา)
  • น้ำหวาน 1 แก้ว ให้พลังงาน 200 กิโลแคลอรี่ (เที่ยบเท่ากับน้ำตาล 4-5 ช้อนชา)
  • น้ำอัดลม 200 มิลลิลิตร ให้พลังงาน 150 กิโลแคลอรี่ (เทียบเท่ากับน้ำตาล 6-7 ช้อนชา)
  • กาแฟเย็น 1 แก้วกลาง ให้พลังงาน 330-400 กิโลแคลอรี่ (เทียบเท่ากับตาล 5-10 ช้อนชา)
  • ชานมไข่มุก 1 แก้ว ให้พลังงาน 320 กิโลแคลอรี่ (เทียบเท่ากับน้ำตาล 5-9 ช้อนชา)
  • เบียร์ 360 มิลลิลิตร ให้พลังงาน 150 กิโลแคลอรี่ (คาร์โบไฮเดรต 12 กรัม เทียบเท่าคาร์โบไฮเดรตจากน้ำตาล 3 ช้อนชา)

สาระน่ารู้เกี่ยวกับเบียร์

          เบียร์เกิดขึ้นจากกระบวนการหมักของแป้ง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมาจากธัญพืชที่ได้จากมอลต์ข้าวบาร์เลย์ รวมไปถึงข้าวสาลี ข้าวโพด ข้าว และข้าวโอ๊ต สำหรับในกระบวนการหมักแป้งนั้นจะมีน้ำตาลในวอร์ต และทำให้เกิดเอทานอลและคาร์บอนเนชั่นในเบียร์ออกมา ในสมัยใหม่นิยมใช้ดอกฮอปส์เพื่อเพิ่มให้มีรสชาติที่ขมซึ่งจะช่วยตัดเลื่ยนของความหวานที่มาจากธัญพืชครับ นับว่าเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมมากในบ้านเรา

กินเบียร์อ้วนไหม

          อาหารและเครื่องดื่มทุกอย่างย่อมมีประโยชน์และโทษแน่นอนครับ รวมไปถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเบียร์ด้วยครับ เบียร์เป็นหนึ่งในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เก่าแก่และเป็นที่นิยมมากที่สุดในโลก ในเบียร์มีส่วนผสมของยีสต์ซึ่งนับว่าเป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยสารอาหาร ซึ่งหมายความว่าเบียร์อาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพบางประการหากดื่มในปริมาณเล็กน้อยถึงปานกลาง (ไม่เกินครึ่งลิตรต่อวัน) และทั้งนี้ก็ยังมีข้อเสียต่อสุขภาพเช่นเดียวกันหากดื่มในปริมาณที่มากและดื่มเป็นประจำ เดี๋ยวเราไปดูข้อดีและข้อเสียของเครื่องดื่มเบียร์กันครับ

ข้อดีของเบียร์

  • ช่วยลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ
  • ลดความเสี่ยงอัมพฤกษ์ อัมพาต
  • ช่วยให้กระดูกแข็งแรง
  • ป้องกันเบาหวาน
  • อายุยืน

ข้อเสียของเบียร์

  • สาเหตุของพุงเบียร์ บวมเบียร์ กินเบียร์ลงพุง อ้วนลงพุง
  • กระตุ้นสารหลั่งกรดในกระเพาะอาหารมากขึ้น เป็นสาเหตุของโรคกรดไหลย้อน
  • เสี่ยงต่อโรคความดันโลหิต โรคตับแข็ง แลโรคเส้นเลือดในสมองแตก
  • สูญเสียการควบคุมตัวเอง อาจเกิดอันตรายถึงชีวิตได้ เช่น การขับรถขณะมึนเมา หรือเกิดอุบัติเหตุจากการสูญเสียการทรงตัว
  • สูญเสียน้ำในร่างกาย

เกร็ดความรู้ ภาวะสูญเสียการควบคุมตัวเอง 

          หลายคนเข้าใจผิดว่า ร่างกายเราจะถูกกระตุ้นให้เรามีความสุข สนุกสนานเฮฮา แต่ในความเป็นจริงแล้ว เครื่องดื่มแอลกอฮอล์รวมไปถึงเบียร์ไม่ได้ไปกระตุ้น แต่มีฤทธิ์กดประสาทและสมองเป็นระยะจนทำให้เกิดภาวะสูญเสียการควบคุมตัวเอง ดังนี้ครับ

  • ระยะแรก กดสมองส่วนควบคุมความคิดและสมองส่วนยับยั้งชั่งใจ ทำให้คนที่ดื่มเหล้าเบียร์คลายกังวลจนทำให้ความเครียดที่สะสมอยู่ถูกระบายออกมาด้วยคำพูดและกริยาท่าทาง จนควบคุมการพูดและการกระทำตัวเองไม่ได้ (ระยะแรกเกิดขึ้นเมื่อดื่มเบียร์ประมาณ 1-2 ขวดใหญ่ หรือเหล้า 2-4 ก๊ง)
  • ระยะที่สอง สมองจะถูกกดมากขึ้น ทำให้สมองส่วนที่ควบคุมการเคลื่อนไหวและการพูดถูกกดไปด้วย ทำให้พูดไม่ชัด อ้อแอ้ เดินไม่ตรง เดินโซเซไปมา (ระยะที่สองเกิดขึ้นเมื่อดื่มเบียร์ 4-6 ขวดใหญ่ หรือเหล้าครึ่งขวดใหญ่)
  • ระยะที่สาม สมองจะถูกกดมากขึ้น จนทำให้ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เลย เดินไม่ได้ ฟุบกับโต๊ะ อาการที่ตามมาอาจทำให้หมดสติได้ สมองส่วนที่ควบคุมหัวใจและการหายใจถูกกด ทำให้หายใจติดขัด หายใจไม่ออก หายใจช้า จนอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจหยุดเต้นและเสียชีวิตได้

กินเบียร์อ้วนไหม?

          คำถามที่ว่ากินเบียร์อ้วนไหม แน่นอนครับว่าอ้วนแน่นอนหากเราดื่มเบียร์เป็นประจำและดื่มในปริมาณที่มาก ๆ เพราะอาจทำให้มีไขมันสะสม อ้วนลงพุง หรือพุงเบียร์นั่นเอง เนื่องจากในบรรดาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เบียร์เป็นชนิดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีแคลอรี่สูงที่สุดครับ รวมไปถึงปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลให้เกิดพุงเบียร์ครับ

พุงเบียร์จากแคลอรี่สูง

          ในความเป็นจริงแล้ว ถึงแม้ว่าในเบียร์จะไม่ได้มีไขมันแต่ในเบียร์ก็ให้พลังงานที่สูงมากนะครับ โดยในแอลกอฮอล์ 1 กรัมจะให้พลังงานมากถึง 7 กิโลแคลอรี่ ซึ่งในวันนึงเนี่ยเรารับประทานอาหารเข้าไปด้วย ตกเย็นมาก็ดื่มเบียร์ บางคนก็มีกับแกล้มเพิ่มเข้ามาด้วย แน่นอนครับว่าถ้าเรากินอาหารและเครื่องดื่มที่มีปริมาณแคลอรี่สูงเกินความจำเป็น ร่างกายย่อมเผาผลาญได้ไม่หมด ทำให้เกิดเป็นไขมันสะสมได้ครับ

พุงเบียร์จากพฤติกรรมการกิน

          ส่วนมากแล้วเวลาเราดื่มเบียร์ มักจะดื่มพร้อมกับกับแกล้มใช่ไหมครับ กับแกล้มยอดฮิตของหนีไม่พ้นพวกของทอดหรือขนมขบเคี้ยว นี่เองก็ยิ่งเป็นปัจจัยที่ส่งเสริมให้เราทั้งดื่มและกินในปริมาณแคลอรี่ที่สูงเกินไป รวมไปถึงหลายคนมีอาการมึนเมาจะรู้สึกหิวข้าว ซึ่งงานวิจัยในต่างประเทศระบุว่า แอลกอฮอล์มีผลกระทบต่อฮอร์โมนหิว-อิ่ม หรือฮอร์โมนเลปติน (ฮอร์โมนอิ่ม) และฮอร์โมนเกรลิน (ฮอร์โมนหิว) นอกจากนี้ แอลกอฮอล์อาจกระตุ้นเซลล์ประสาทในสมองส่วนไฮโปทาลามัสที่เพิ่มความอยากอาหาร ทำให้รู้สึกหิวมากขึ้นครับ (อ่านเพิ่มเติม : Why does alcohol give you the munchies?)

กินเบียร์อ้วนไหม

พุงเบียร์จากการเผาผลาญแย่ลง

          การดื่มเบียร์จะไปขัดขวางระบบการเผาผลาญของร่างกายไม่ให้ทำงานได้อย่างสมบูรณ์ กระบวนการย่อยสลายแอลกอฮอล์นั้นก่อให้เกิดของเสีย และร่างกายจะส่งสัญญาณให้ร่างกายหยุดเผาผลาญไขมัน รวมไปถึงสั่งให้ร่างกายเปลี่ยนของเสียที่ย่อยจากแอลกอฮอล์ให้กลายเป็นไขมันด้วย การดื่มเบียร์เป็นประจำในปริมาณมากจึงทำให้ระดับไขมันในร่างกายเพิ่มสูงขึ้น

พุงเบียร์จากฮอร์โมนเปลี่ยน

          จำได้ไหมครับ ที่หมอบอกไว้ในตอนต้นว่า ดอกฮอปส์ถูกใช้เป็นส่วนประกอบของเบียร์เพื่อให้รสชาติขม ตัวฮอปส์นี่แหละครับที่มีสารไฟโตเอสโตรเจน ซึ่งมีคุณสมบัติคล้ายกับฮอร์โมนเพศหญิง เมื่อหนุ่ม ๆ ดื่มเบียร์เข้าไปก็อาจส่งผลกระทบต่อฮอร์โมนเพศชาย จึงทำให้หนุ่ม ๆ มักจะมีปัญหากินเบียร์ลงพุง มีพุงเบียร์ มีอาการบวมเบียร์ หรืออ้วนลงพุงนี่เองครับ เนื่องจากเกิดความเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนที่อาจเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดห่วงยางรอบเอว หรือ Love Handles

บทความที่เกี่ยวข้อง

ผู้ชายมีแนวโน้มมีไขมันหน้าท้องมากกว่าผู้หญิง

          หลายคนคงพอคุ้ยเคยกับค่าดัชนีมวลกาย หรือ BMI คืออะไร ซึ่งค่า BMI จะช่วยบอกหรือประเมินเบื้องต้นของภาวะอ้วน ซึ่งค่า BMI จะบอกได้ว่าเราอ้วนหรือผอม ที่นี้มาถึงปริมาณไขมันในร่างกายเราบ้างดีกว่า โดยเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกายของเรา (Body Fat Percentage) ก็มีค่ากลางหรือค่ามาตรฐานเช่นเดียวกันกับค่า BMI สำหรับมาตรฐานเปอร์เซ็นต์ไขมันในผู้หญิงกำหนดไว้ว่าควรมีประมาณ 23-30% ในผู้ชายประมาณ 13-20% ซึ่งค่าเปอร์เซ็นต์ในร่างกายเป็นตัวบ่งชี้ที่สำคัญที่สามารถคัดกรองได้ว่าคุณกำลังมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคร้ายแรงหรือไม่ ยิ่งมีเปอร์เซ็นต์ไขมันสูงมากก็ยิ่งเสี่ยงกับโรคมากมายจากไขมันสะสม เช่น โรคอ้วน, โรคหัวใจ, โรคความดันโลหิตสูง, โรคหลอดเลือดสมอง รวมไปถึงโรคเบาหวานประเภทที่ 2 ครับ

          สำหรับในผู้หญิงและผู้ชายเราล้วนก็มีไขมันกันทุกคนนะครับ แต่จะมีความแตกต่างกันตรงที่การจัดเก็บไขมันในร่างกาย โดยเหตุผลที่ผู้ชายนั้นมีแนวโน้มที่จะมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นในช่วงกลางของลำตัวก็คือ “กรรมพันธุ์” ครับ โดยแรกเริ่มนั้น เมื่อเราเป็นเด็ก ทั้งในเด็กผู้ชายและผู้หญิงจะมีการจัดเก็บไขมันที่เหมือนกันครับ แต่พอเริ่มเข้าสู่วัยรุ่นหรือวัยเจริญพันธุ์ ผู้หญิงมักจะมีไขมันโดยรวมมากว่าในผู้ชายเนื่องจากฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งจะกระตุ้นให้ร่างกายจัดเก็บไขมันใต้ผิวหนังมากกว่าผู้ชายครับ

ประสบการณ์ดูดไขมัน pantip รีวิวดูดไขมัน

          ไขมันใต้ชั้นผิวหนัง (Subcutaneous Fat) ของผู้หญิงมักจะสะสมอยู่ที่ต้นขา ก้น แขน รวมถึงหน้าท้อง แต่ในผู้ชายมักจะเก็บไขมันส่วนเกินส่วนใหญ่ไว้ที่หน้าท้อง เพราะมีไขมันใต้ผิวหนังน้อยกว่า เนื่องจากความแตกต่างของการจัดเก็บไขมัน ทำให้ผู้ชายมักจะมีปัญหาในการกำจัดไขมันในร่างกายส่วนบนมากกว่าผู้หญิงครับ

          เจ้าไขมันช่วงลำตัวส่วนบนในผู้ชายส่วนใหญ่เป็นประเภทไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat) ซึ่งเป็นประเภทไขมันที่แทรกตัวอยู่ตามอวัยวะในช่องท้อง จึงทำให้อ้วนลงพุง ซึ่งไขมันในช่องท้องเกิดจากการสะสมของไขมันที่มาจากอาหารการกิน และร่างกายไม่สามารถเผาผลาญได้หมดนั่นเองครับ ซึ่งจะมีลักษณะหน้าท้องตึง ๆ แน่น ๆ โดยเฉพาะในหนุ่ม ๆ ที่ชอบดื่มเหล้าดื่มเบียร์สังสรรค์เป็นประจำ สำหรับไขมันในช่องท้องนับว่าเป็นชนิดไขมันที่มีอันตรายต่อสุขภาพ เป็นสาเหตุของโรคอ้วน, โรคเบาหวาน, โรคหัวใจ, โรคหลอดเลือดอุดตัน, โรคไขมันพอกตับ, โรคความดันโลหิตสูง, โรคนิ่วในถุงน้ำดี ฯลฯ

ลดไขมันรอบเอว พุงเบียร์ บวมเบียร์

          พุงเบียร์ หรือ Beer Belly คือ อาการบวมเบียร์โดยที่มีลักษณะหน้าท้องกลม ๆ ป่อง ๆ หรืออาจมีอาการบวมที่คางและคอเพิ่มด้วย โดยที่บริเวณอื่น ๆ ทั้งแขนและขาไม่ได้มีขนาดใหญ่ หรือที่เรียกว่าอ้วนลงพุง ซึ่งส่วนใหญ่ที่หมอพบได้มากคือ คนไข้จะมีทั้งไขมันใต้ผิวหนังและไขมันในช่องท้องร่วมด้วยครับ เพียงแต่อาจมีสัดส่วนไขมันที่มากน้อยแตกต่างกัน โดยไขมันทั้ง 2 ชนิดนี้สามารถลดได้ด้วยวิธีดังนี้ครับ

นับแคลอรี่

          ใครที่ยังเลิกดื่มสังสรรค์ไม่ได้ หมอแนะนำว่าให้ลดปริมาณ (เบียร์ที่มีแอลกอฮอล์ 5% ปริมาณไม่เกิน 720 มล.ต่อวัน) และลดความถี่ลง นอกจากนี้ควรเลือกเบียร์ที่มีแคลอรี่ต่ำ เช่น เบียร์ดำ หรือ ไลท์เบียร์ (Light Beer) และรวมไปถึงการนับแคลอรี่ของอาหารที่ต้องทานในแต่ละวันกันด้วยนะครับ คำนวณกันให้ดี ๆ อย่าให้เกิด ยิ่งในวันที่ต้องรู้ว่าต้องไปดื่ม ก็พยายามควบคุมแคลอรี่ของอาหารที่จะทานก่อนไปดื่ม รวมถึงกับแกล้มขณะดื่มครับ

ออกกำลังกาย

          อย่างข้อมูลในข้างต้นที่บอกว่า แอลกอฮอล์เป็นตัวขัดขวางการทำงานของระบบเผาผลาญในร่างกาย เมื่อเราเป็นคนที่ดื่มก็ยิ่งต้องออกกำลังกายเพื่อเพิ่มการเผาผลาญกันด้วยนะครับ ซึ่งการออกกำลังกายประเภทคาร์ดิโอจะช่วยเผาผลาญไขมันได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงการออกกำลังกายประเภท HIIT ที่มีความเข้มข้นสูง เป็นการออกแรงอย่างสุดกำลังในช่วงสั้น ๆ สลับกับการผ่อนแรงลง ใช้เวลาเพียง 10-30 นาที เท่านี้ก็จะช่วยลดไขมันรอบเอว ลดพุงเบียร์ ลดอาการบวมเบียร์ และยังส่งเสริมให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงกันอีกด้วยนะครับ

วิธีลดพุงผู้หญิง เร่งด่วน 3 วัน

ปรึกษาแพทย์เพื่อกำจัดไขมัน

ดูดไขมันผู้ชาย

          มี่คนไข้หลายคนที่เป็นสายดื่มที่กินเบียร์ลงพุงมาปรึกษาหมอเรื่องกำจัดไขมันรอบเอว พุงเบียร์ อ้วนลงพุง ว่าจะกำจัดไขมันรอบเอวได้อย่างไรบ้าง หลายคนสนใจเรื่องดูดไขมันหน้าท้อง หรือดูดไขมันหน้าท้องผู้ชาย โดยอาจยังสับสนอยู่ว่าการดูดไขมันสามารถทำได้ทุกคน หมอแนะนำอย่างนี้ครับว่า การดูดไขมันจะเหมาะสำหรับกรณีที่มีปัญหาพุงเบียร์ที่เป็นไขมันใต้ผิวหนัง ส่วนคนไข้ที่กินเบียร์ลงพุงแบบมีไขมันในช่องท้องนั้นจะไม่สามารถทำการดูดไขมันออกมาได้นะครับ เพราะไขมันชนิดนี้จะแทรกตัวอยู่ภายในอวัยวะในช่องท้อง วิธีที่จะกำจัดไขมันในช่องท้องได้ก็คือ การควบคุมแคลอรี่และการออกกำลังกายเท่านั้นครับ

สำหรับใครที่ยังไม่แน่ใจว่าตัวเองเหมาะกับการดูดไขมันหน้าท้อง
หรือดูดไขมันหน้าท้องผู้ชาย หรือไม่ สามารถปรึกษาหมอได้เลยครับที่ Line : @amaraclinic

บทความที่เกี่ยวข้อง

สรุป

          สรุปกับคำถามที่หลายคนสงสัย “กินเบียร์อ้วนไหม” หมอตอบเลยครับว่า อ้วนแน่นอน หากกินในปริมาณมากและกินเป็นประจำ รวมไปถึงขาดการออกกำลังกาย เพราะไม่อย่างนั้นแล้ว ภาวะอ้วนลงพุงที่มาจากไขมันและอันตรายของแอลกอฮอล์อาจส่งผลร้ายกับสุขภาพกันได้นะครับ หากเช็คแล้วว่าตัวเองกำลังมีพุงเบียร์ บวมเบียร์ อ้วนลงพุง หรือกินเบียร์ลงพุง หมอแนะนำให้ลดปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์ ควบคู่กับปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารและหันมาออกกำลังกาย 

          สำหรับใครที่กำลังมองหาตัวช่วยในการกำจัดไขมันหน้าท้องอยู่ ก็สามารถนัดวันเข้ามาปรึกษาหมอกันได้เลยนะครับ เพื่อที่หมอจะได้ตรวจวิเคราะห์ปัญหาไขมันที่หน้าท้อง มีพุงเบียร์ อ้วนลงพุงว่าเป็นอย่างไร เหมาะกับการดูดไขมันแบบไหน อยากรู้รายละเอียดสามารถเข้ามาคุยกันได้ครับ หมอยินดีให้คำแนะนำครับ

ปรึกษาฟรี! ที่ Amara Clinic

ลงทะเบียน คลิกที่นี่
สาขารัชโยธิน 062-946-2397
สาขาราชพฤกษ์ 062-556-6623
สอบถามโปรโมชั่น LINE: @amaraclinic
หรือคลิกลิงค์นี้ได้เลย https://line.me/R/ti/p/@amaraclinic

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับรูปร่าง

นพ. วิษณุ เฮ้งสวัสดิ์ (หมอไอซ์)
อาจารย์แพทย์ด้านการดูดไขมันพลังน้ำ
แพทย์ที่ทำเคส J Plasma เยอะที่สุดในเอเชีย

ลงทะเบียนปรึกษาฟรี!


              บทความนี้ จัดทำขึ้นโดย Amara Clinic (เอมาร่า คลินิก) ขอสงวนสิทธิ์ในการห้ามมิให้ผู้ใดใช้ประโยชน์ คัดลอก ทำซ้ำ หรือเผยแพร่บทความนี้ในนามอื่น (ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหา, ข้อมูลทั้งหมด หรือบางส่วนก็ตาม) โดยไม่ได้รับอนุญาต หากพบเจอจะถูกดำเนินการตามกฎหมาย