อย่าเข้าใจผิด! ดูดไขมันแบบวางยาสลบ ≠ การใช้ยานอนหลับนะ! Update 2021

          วันนี้ Amara Clinic จะพาหลาย ๆ ท่านมาทำความเข้าใจ กับวิธีระงับความเจ็บปวดระหว่างดูดไขมันกันให้มากขึ้น การดูดไขมันนั้นเป็นการผ่าตัดชนิดหนึ่ง ซึ่งจะทำให้มีความรู้สึกเจ็บปวดในระหว่างดูดไขมัน แพทย์จึงต้องใช้ตัวช่วยในการระงับความเจ็บนี้ให้แก่คนไข้นั่นเอง โดยทั่วไปที่เรารู้จักกันดีก็คือการฉีดยาชา และการดมยาสลบ แต่นอกจากสองอย่างนี้ ยังมีการดูดไขมันด้วยการใช้ยานอนหลับ และการวางยาสลบอีกด้วย บางคนอาจจะเข้าใจว่าสองแบบนี้เหมือนกัน แต่จริง ๆ แล้ว การวางยาสลบ ≠ การใช้ยานอนหลับนะ!

การใช้ยานอนหลับคืออะไร? ไม่เหมือนการวางยาสลบยังไง?

          การใช้ยานอนหลับ หรือที่เรียกว่ายาเบลอ เป็นการฉีดยานอนหลับเข้าเส้นเลือดเพื่อให้คนไข้ค่อย ๆ หลับไป แต่ระดับของการหลับจะไม่ลึกเท่าการดมยาสลบหรือวางยาสลบ แต่จะช่วยลดความกังวลของคนไข้ลงได้ คนไข้จะอยู่ในสภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่น จะรู้สึกเบลอ ๆ ซึ่งการใช้ยานอนหลับนี้ จะใช้การฉีดยาชาร่วมด้วย แพทย์สามารถปลุกคนไข้ให้ตื่นขึ้นมาได้ทุกเมื่อ และไม่จำเป็นต้องมีวิสัญญีแพทย์ดูแล

ข้อดีของการใช้ยานอนหลับ

🔷 ช่วยลดความกังวลของคนไข้
🔷 ช่วยให้คนไข้ไม่เครียด
🔷 ผลข้างเคียงน้อยกว่าการวางยาสลบ
🔷 ทำให้ใช้เวลาในการดูดไขมันน้อยลง
🔷 ช่วยให้แพทย์ดูดไขมันได้สะดวกกว่าการใช้ยาชาอย่างเดียว

ข้อเสียของการใช้ยานอนหลับ

🔷 คนไข้อาจจะรู้สึกเจ็บระหว่างดูดไขมัน
🔷 คนไข้อาจจะตื่นขึ้นมาในระหว่างที่ดูดไขมันได้

การวางยาสลบคืออะไร?

          การวางยาสลบ (General Anaesthesia) เป็นการระงับความรู้สึกทั่วทั้งร่างกาย ซึ่งจะทำให้คนไข้หมดสติ ไม่รู้สึกตัวระหว่างดูดไขมัน เพื่อให้คนไข้ไม่ต้องรู้สึกกลัว หรือรู้สึกกังวลใจ และไม่ต้องรู้สึกเจ็บระหว่างดูดไขมัน นอกจากนี้ยังช่วยลดระยะเวลาในการดูดไขมันลงได้อีกด้วย เพราะเมื่อคนไข้ไม่รู้สึกเจ็บ แพทย์ก็จะดูดไขมันได้สะดวกมากขึ้น และลดโอกาสไม่ให้ไขมันหลงเหลืออยู่

วิสัญญีแพทย์คือใคร?

          วิสัญญีแพทย์ (Anaesthetist) หรือที่เรามักจะรู้จักกันในชื่อ “หมอดมยา” จะเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการให้ยาสลบแก่คนไข้ประจำห้องผ่าตัด ซึ่งเป็นตำแหน่งที่สำคัญอย่างมาก โดยวิสัญญีแพทย์นั้น จะเป็นคนที่ทำหน้าที่ระงับความเจ็บปวดให้กับคนไข้ ในระหว่างที่ทำการผ่าตัด นอกจากนี้วิสัญญีแพทย์ยังช่วยลดความกังวล ความตึงเครียดของคนไข้อีกด้วย คอยพูดคุยและดูแลคนไข้ ตั้งแต่ก่อนเข้าห้องผ่าตัด ระหว่างผ่าตัด และดูแลจนกว่าคนไข้จะฟื้นจากการสลบอย่างปลอดภัย

การดูแลคนไข้ในห้องผ่าตัด ของวิสัญญีแพทย์
🔴 วางแผนวางยาสลบ โดยพูดคุยกับคนไข้ และพิจารณากับประวัติ ยาที่ใช้ พฤติกรรมการใช้ชีวิต รวมไปถึงการนอนพักผ่อนของคนไข้ก่อนมาดูดไขมัน
🔴
เมื่อเข้าห้องผ่าตัดแล้ว วิสัญญีแพทย์จะวางยาสลบ และคอยดูอาการของคนไข้ขณะหลับ พร้อมสังเกตความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นได้ เพื่อให้ความช่วยเหลือได้ทันท่วงที และเพื่อให้คนไข้ได้รับการผ่าตัดอย่างปลอดภัยที่สุด
🔴
เมื่อการดูดไขมันเสร็จสิ้น วิสัญญีแพทย์จะเช็คความเรียบร้อยตามขั้นตอน ทำให้คนไข้ฟื้นตัวขึ้นมาอย่างปลอดภัย และติดตามอาการหลังดูดไขมันอีกสักระยะหนึ่ง ก่อนให้คนไข้กลับบ้านไปพักผ่อนต่อ

ข้อดีของการวางยาสลบ

🔷 ไม่ต้องกลัวเจ็บ ไม่ต้องกลัววล ไม่ต้องกลัว
🔷 คนไข้ไม่รู้สึกกังวลใจ ไม่เครียด
🔷 เหมือนนอนหลับพักผ่อน แต่ตื่นขึ้นมาแล้วหุ่นสวยขึ้น
🔷 ช่วยลดระยะเวลาในการดูดไขมันลง
🔷 ช่วยให้คนไข้ไม่รู้สึกเจ็บ ระหว่างดูดไขมัน
🔷 แพทย์ดูดไขมันได้ง่ายมากขึ้น (เพราะคนไข้ไม่เจ็บ)
🔷 ช่วยให้แพทย์ไม่ต้องอยู่สภาวะเครียด
🔷 ลดโอกาสที่จะมีไขมันหลงเหลืออยู่หลังดูดไขมัน
🔷 หลังการดูดไขมันคนไข้จะรู้สึกปวดน้อยลง เพราะระหว่างดูดไขมันจะมีการฉีดยาแก้ปวด
🔷 อย่างต่อเนื่อง โดยคุณหมอวิสัญญีแพทย์

ข้อเสียของการวางยาสลบ

🔷 อาการคลื่นไส้อาเจียน วิงเวียนศีรษะ
🔷 อาจมีอาการสับสน มึนงง ชั่วครู่
🔷 ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น เพื่อความปลอดภัย และวางยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์จริง 

อ่านข้อมูลเรื่องการวางยาสลบเพิ่มเติมได้ที่นี่

การวางยาสลบ ช่วยให้ดูดไขมันได้มากกว่ายาชาจริงไหม

          ต้องบอกก่อนว่าคนเราแต่ละคน สามารถทนทานต่อความรู้สึกเจ็บได้ไม่เท่ากัน แค่เพียงเข็มจิ้ม 1 ครั้ง บางคนอาจจะเจ็บมาก บางคนอาจจะไม่รู้สึกอะไรเลย การดูดไขมันด้วยการใช้ยาชานั้น คนไข้จะรู้สึกตัวอยู่ตลอดเวลา มีสติครบถ้วน สามารถพูดคุยโต้ตอบกับแพทย์ได้ แต่ในระหว่างที่ดูดไขมันอยู่ก็จะมีความรู้สึกเจ็บได้บ้าง ส่วนใหญ่แล้วคนมักจะเจ็บตอนฉีดยาชา และตอนที่ไขมันในบริเวณดังกล่าวใกล้หมดแล้ว แต่ก็มีคนไข้บางรายที่รู้สึกเจ็บมาก ไม่สามารถทนต่อไปได้ การใช้ยาชาไม่ได้ช่วยได้หายเจ็บทั้งหมด จึงทำให้ต้องขอหยุดการดูดไขมันไว้กลางทางก็มี ข้อเสียก็คือทำให้แพทย์ดูดไขมันได้ไม่เต็มที่ ดูดได้ไม่หมดทุกซอกทุกมุมตามที่ต้องการ และมีไขมันหลงเหลืออยู่ นอกจากนี้ยังเกิดได้กับกรณีที่คนไข้รู้สึกเจ็บมาก ทำให้แพทย์ต้องฉีดยาชาเพิ่ม และยาชาถึงปริมาณที่กำหนด ไม่สามารถฉีดเพิ่มได้แล้ว อีกด้วย

          Amara Clinic เชื่อว่า แพทย์ทุกท่านต้องการดูดไขมันออกมาให้ได้มากที่สุดอยู่แล้ว (แต่ต้องดูดอย่างมีคุณภาพ คือเน้นความสวยของสัดส่วนเป็นหลัก ไม่เน้นปริมาณของไขมัน) การวางยาสลบ จะช่วยให้แพทย์ดูดไขมันออกมาได้ดี ไม่เครียด และไม่ต้องกังวลกลัวว่าคนไข้จะรู้สึกเจ็บ ทำให้โอกาสที่จะมีไขมันเหลืออยู่ (ดูดไม่หมด) เกิดขึ้นได้น้อยมาก สัดส่วนของคนไข้ก็จะเล็กลงตามที่ต้องการ อีกทั้งยังช่วยให้แพทย์เหลาหุ่นออกมาได้สวยเป๊ะมากที่สุด ตามที่ดีไซน์ไว้ได้อีกด้วย

สรุปดูดไขมันแบบวางยาสลบดีไหม? ดูดไขมันที่ไหนดี

          สำหรับท่านใดที่ต้องการดูดไขมันลดสัดส่วน เพื่อปรับรูปร่างให้ดีขึ้น ได้หุ่นสวยสมใจ ควรเลือกคลินิกที่น่าเชื่อถือ มีเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ทันทันสมัย หากมีการวางยาสลบหรือดมยาสลบ ควรตรวจสอบว่ามีวิสัญญีแพทย์จริงหรือไม่ เพราะสถานพยาบาลบางแห่ง ไม่ได้ใช้วิสัญญีแพทย์จริงในการวางยาสลบ แต่เลือกใช้พยาบาล หรือผู้อื่นแทน ทำให้มีราคาถูก และอาจเสี่ยงอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ ทั้งนี้ ทาง Amara Clinic เรามีทั้งการดูดไขมันแบบใช้ยาชา และการดูดไขมันแบบวางยาสลบ โดยวิสัญญีแพทย์ ซึ่งแต่ละเคสจะเหมาะสมกับเครื่องมือ และวิธีระงับความเจ็บปวดที่แตกต่างกันไป โดยแพทย์ผู้เช่ียวชาญจะเป็นผู้ประเมินการรักษาให้ค่ะ หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือประเมินการรักษาและค่าใช้จ่ายเบื้องต้น สามารถทัก LINE @amaraclinic หรือกรอกแบบฟอร์มด้านล่างนี้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้เลยค่ะ

จองคิวปรึกษา

ดูดไขมันที่เอมาร่า คลินิก

ฟรี! ของแถมสุดพิเศษ !
เฉพาะลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ เท่านั้น


    สอบถามเพิ่มเติมได้ที่นี่
    LINE : @amaraclinic

    Leave a Reply

    Your email address will not be published. Required fields are marked *